ข่าวอาชญากรรม - Crime
คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถูกจับกุมหลังจากผู้โดยสารหญิงวัย 17 ปีแจ้งความเรื่องเขาขับรถอย่างไม่ระมัดระวัง
กรุงเทพฯ – ตำรวจนครบาลหนองคมจับกุมคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างรายหนึ่ง หลังจากที่เขาพยายามกักขังและคุกคามนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี บังคับให้เธอต้องกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด ผู้ต้องสงสัยสารภาพว่าได้เสพกัญชาและกระท่อมก่อนลงมือก่อเหตุ…
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – ตำรวจนครบาลหนองคมจับกุมคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างรายหนึ่ง หลังจากที่เขาพยายามกักขังและคุกคามนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี บังคับให้เธอต้องกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด ผู้ต้องสงสัยสารภาพว่าได้เสพกัญชาและกระท่อมก่อนลงมือก่อเหตุ
เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 23 เมษายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองแขม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. สามารถ พรหมชาติ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเข้าจับกุม นายติน ชาวคลอง อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ณ บ้านพักในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันเกิดเหตุ
ลำดับเหตุการณ์นาทีเฉียดตาย
นางสาวชุติกาญจน์ (สงวนนามสกุล) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งทำงานพิเศษที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางขุนเทียน เปิดเผยว่า ตนได้เรียกใช้บริการรถจักรยานยนต์ผ่านแอปพลิเคชันจากซอยพระราม 2 ซอย 100 เพื่อเดินทางกลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 00.59 น.
ระหว่างทาง พฤติกรรมของคนขับเริ่มสร้างความหวาดกลัวให้กับเธอ ดังนี้:
- การซักถามละลาบละล้วง: คนขับพยายามถามข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริการ
- ออกนอกเส้นทาง: ผู้ขับขี่ไม่ยอมจอดรถตามจุดหมายที่ระบุไว้ในแอปพลิเคชัน
- ท่าทีคุกคาม: เหยื่อระบุว่าลักษณะท่าทางของผู้ขับขี่ดูไม่น่าไว้วางใจและอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สิน
เมื่อรถวิ่งมาถึงบริเวณปากซอยเพชรเกษม 81 แขวงหนองค้างพลู ด้วยความกลัวสุดขีด นางสาวชุติกาญจน์จึงตัดสินใจกระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ ส่งผลให้เธอได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ก่อนจะรีบเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท. ภาณุ เขม้นดี รองสารวัตร (สอบสวน) สน.หนองแขม ทันที
คำรับสารภาพของผู้ต้องหา
จากการสอบสวน นายติน ยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นบุคคลในคลิปวิดีโอที่ปรากฏบนโซเชียลมีเดียจริง โดยให้เหตุผลว่าก่อนออกมารับงานได้ดื่มน้ำกระท่อมและสูบกัญชา จนทำให้เกิดอาการมึนเมาและควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“ผมจำไม่ได้ว่าลูกค้าจะไปส่งที่ไหน เพราะตอนนั้นเบลอมากจากการเสพยา” นายตินกล่าวระหว่างการสอบสวน นอกจากนี้ยังพบว่านายตินได้นำบัญชีผู้ใช้งานของบิดามาลงทะเบียนในแอปพลิเคชันเพื่อรับงานแทน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎระเบียบของแพลตฟอร์มอย่างร้ายแรง
การดำเนินคดีทางกฎหมาย
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักต่อนายตินหลายกระทง ประกอบด้วย:
- กักขังหน่วงเหนี่ยว: การกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
- พกพาและใช้รถผิดประเภท: การใช้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด: รอผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลราชพิพัฒน์เพื่อยืนยันสารเสพติดในร่างกายก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
พล.ต.ต. สามารถ พรหมชาติ เน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่ใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะ โดยกำชับให้ประชาชนสังเกตป้ายทะเบียนและหน้าตาคนขับให้ตรงกับในแอปพลิเคชันเสมอ หากพบความผิดปกติให้ขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีทันที
ทางด้านครอบครัวของเหยื่อระบุว่า สภาพจิตใจของลูกสาวยังคงย่ำแย่และหวาดระแวงการเดินทางในตอนกลางคืน พร้อมเรียกร้องให้บริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและตัวตนของผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัยของสังคม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิย: นักธุรกิจหนุ่มจากเชียงใหม่ถูกจับกุมฐานแอบติดตั้งกล้องในห้องน้ำหญิง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร
หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
- มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
- ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน
ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง
ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย
จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา
ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร
ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป
ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่
นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี
ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเด็กนักเรียนชายชั้น ม.3 อายุเพียง 15 ปี ก่อเหตุกราดยิงในสถานศึกษาชื่อดัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร สร้างความตื่นตระหนกให้กับคณะครูและนักเรียนอย่างมาก ทุกคนต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างอลหม่านในช่วงบ่ายของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โชคดีอย่างยิ่งที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์สุดระทึกในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้ค้อนทุบกระจกรถยนต์เพื่อขโมยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจสายตรวจมาใช้ก่อเหตุ เด็กคนนี้มีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและกำลังอยู่ในช่วงถูกสั่งพักการเรียนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เขาตัดสินใจเดินเข้ามากราดยิงตั้งแต่บริเวณหน้าประตูโรงเรียนไปจนถึงอาคารเรียน เพื่อตามหาครูคนหนึ่งที่เขามีความฝังใจ แต่สุดท้ายก็ไม่พบตัวครูคนดังกล่าว
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์: นักเรียนชั้น ม.3 แอบขโมยปืนของพ่อมากราดยิง 6 จุดในโรงเรียนที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อตามหาครูคนหนึ่ง
- สาเหตุเบื้องต้น: คาดว่าเกิดจากความเครียดสะสม อาการป่วยโรคซึมเศร้า และความฝังใจจากการถูกโรงเรียนสั่งพักการเรียน
- ความสูญเสีย: ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเด็กใช้ปืนไม่ชำนาญและโรงเรียนเคยฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุร้ายมาก่อน
พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ระบุว่าเด็กขาดทักษะในการใช้อาวุธปืน การยิงจึงมีลักษณะเป็นการยิงขู่ขึ้นฟ้าและยิงพุ่งเป้าไปตามจุดต่างๆ รวมทั้งหมด 6 นัด มีเพียงทรัพย์สินบางส่วนของโรงเรียนเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย เหตุผลสำคัญที่ไม่มีใครได้รับอันตรายคือความพร้อมของทางโรงเรียน โรงเรียนแห่งนี้เคยฝึกอบรมมาตรการ “หนี ซ่อน สู้” (Run, Hide, Fight) มาก่อน ทำให้ทุกคนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
หลังจากสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวเด็กชายผู้ก่อเหตุมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุต่างๆ ตั้งแต่ป้อมยามไปจนถึงตัวอาคาร เขาอยู่ในอาการสงบนิ่งและไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้เด็กสวมหมวกกันน็อกเพื่อปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชนและต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย
ครอบครัวกราบขอโทษ วอนสังคมอย่าเพิ่งโทษเกม
พี่ชายต่างมารดาของผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเล่าว่าแม้น้องชายจะชอบเล่นเกมเป็นประจำ แต่ก็ไม่อยากให้สังคมด่วนสรุปว่าเกมเป็นต้นเหตุหลักของความรุนแรง น้องชายของเขาเป็นคนเก็บตัวและไม่เคยเล่าปัญหาส่วนตัวให้คนในครอบครัวฟังเลย พี่ชายได้กล่าวขอโทษแทนครอบครัวด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับยอมรับผิดที่ตนเองมีเวลาดูแลและสั่งสอนน้องน้อยเกินไป
สำหรับแรงจูงใจที่แท้จริงในการก่อเหตุ ตำรวจคาดว่ามาจากภาวะซึมเศร้าที่กำลังรักษาตัวอยู่ ประกอบกับความไม่พอใจที่ถูกสั่งพักการเรียน ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องรอผลการวินิจฉัยจากจิตแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง ทางโรงเรียนและผู้ปกครองกำลังร่วมกันพูดคุยเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กคนนี้ เพื่อให้เขาได้รับการบำบัดและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
โรงเรียนปรับแผนด่วน สั่งเรียนออนไลน์ชั่วคราว
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและช่วยลดความตื่นตระหนกของทุกฝ่าย ทางโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคมได้ประกาศหยุดเรียนแบบปกติ (On-site) เป็นเวลา 2 วัน โดยให้นักเรียนทุกคนเปลี่ยนไปทำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์แทนชั่วคราว ทางคณะผู้บริหารโรงเรียนขอให้ผู้ปกครองทุกคนมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา และยืนยันว่าสถานการณ์ทั้งหมดจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้
เหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนให้สังคมให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเยาวชนมากขึ้น การดูแลอย่างใกล้ชิดจากครอบครัวและความเต็มใจที่จะรับฟังปัญหาของพวกเขาโดยปราศจากอคติเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิดีโอสุดช็อก!! นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน
ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย
แม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย">เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์
ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
- ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ
เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน
เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย
การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoแพทย์รายหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน หลังจากที่เขาขับรถชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoจับลอตใหญ่! ตำรวจเชียงรายไล่ล่ากระบะขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด พลิกคว่ำตกคลอง




