ข่าวธุรกิจ Business
รัฐบาลไทยสั่งการให้โรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่งลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลงลิตรละ 2 บาท
กรุงเทพฯ — ในวันที่ 7 เมษายน 2569 รัฐบาลไทยได้ก้าวเข้าสู่การแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์ โดยใช้อำนาจทางกฎหมายบังคับให้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศทั้ง 6 แห่ง ลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตรทันที…
กรุงเทพฯ — ในวันที่ 7 เมษายน 2569 รัฐบาลไทยได้ก้าวเข้าสู่การแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์ โดยใช้อำนาจทางกฎหมายบังคับให้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศทั้ง 6 แห่ง ราคาน้ำมัน">ลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตรทันที นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อกำหนดส่วนลดราคาโรงกลั่น โดยอ้างอิงจากราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการกระทรวงพลังงานเร่งแก้ปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงพลังงานระบุว่า การลดราคานี้มุ่งลดกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นและบรรเทาภาระให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขาดทุนหนัก
ทำไมรัฐบาลถึงต้องลงมือแบบนี้?
ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลต้องใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหลายหมื่นล้านบาทเพื่อรักษาราคาขายปลีกไม่ให้พุ่งทะยานเกินไป
นายเอกนัฏ พรหมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้อนุมัติมาตรการนี้ตามคำสั่งเร่งด่วนจากนายกรัฐมนตรี หลังการประชุมฉุกเฉิน
“เราต้องการลดภาระให้ประชาชนโดยตรง” นายเอกนัฏกล่าว “โรงกลั่นบางแห่งมีกำไรจากการกลั่นที่สูงเกินปกติในช่วงนี้ เราจึงต้องเข้าไปปรับสมดุล”
รายละเอียดมาตรการลดราคาโรงกลั่น
- การลดราคา: ลด 2 บาทต่อลิตร สำหรับดีเซล B7 และ B20 ณ ระดับ ex-refinery
- กฎหมายที่ใช้: พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 (ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงราคา)
- โรงกลั่นที่ได้รับผลกระทบ: ทั้ง 6 แห่งในประเทศไทย (รวมถึงโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท., บางจาก, และอื่นๆ)
- ผลกระทบที่คาดหวัง: ราคาขายปลีกดีเซลที่ปั๊มน้ำมันจะลดลงตามไปด้วย หลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพิจารณาการส่งผ่านผลประโยชน์
มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ปัญหาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังราคาสิงคโปร์
ปกติแล้ว ราคา ex-refinery ในไทยอ้างอิงจาก Mean of Platts Singapore (MOPS) ซึ่งเป็นราคาตลาดในสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ราคาอ้างอิงนี้พุ่งสูงถึงเกือบ 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในบางครั้ง สูงกว่าราคาน้ำมันดิบจริงที่โรงกลั่นไทยนำเข้าอย่างมาก
รัฐมนตรีพลังงานอธิบายว่า ความแตกต่างนี้ทำให้โรงกลั่นมีกำไรส่วนเกิน ( refining margin ) สูงผิดปกติ ขณะที่ประชาชนและกองทุนน้ำมันต้องแบกรับภาระ
“ราคาสิงคโปร์สะท้อนตลาดโลก แต่บางครั้งมันไม่ตรงกับต้นทุนจริงของโรงกลั่นไทย เราจึงต้องปรับเพื่อความเป็นธรรม” แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุ
บริบทสถานการณ์พลังงานไทยในปัจจุบัน
ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 90% ของความต้องการใช้ และครึ่งหนึ่งมาจากตะวันออกกลาง ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนสูง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนสะสมเกือบ 50,000 ล้านบาทจาการอุดหนุนราคาดีเซล
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ลดเงินอุดหนุนบางส่วน ส่งผลให้ราคาดีเซลขายปลีกทะลุ 50 บาทต่อลิตรในบางช่วง นายกรัฐมนตรีอนุทินจึงเร่งหาทางออกหลายทาง เช่น การเจรจากับโรงกลั่น การปรับโครงสร้างต้นทุน และมาตรการประหยัดพลังงาน
ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
การลดราคา 2 บาทต่อลิตร แม้จะไม่มากนัก แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าวัฐบาลกำลังพยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ใช้ดีเซลเป็นหลัก เช่น:
- ขนส่งและโลจิสติกส์ — ต้นทุนการขนส่งสินค้าจะลดลง ช่วยควบคุมราคาสินค้า
- เกษตรกร — ค่าใช้จ่ายในการทำนาและขนส่งผลผลิตลดลง
- ผู้ขับรถทั่วไป — ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวัน โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามา
นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมองว่า หากมาตรการนี้ส่งผ่านไปยังราคาปลีกได้ดี จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การแทรกแซงราคาในระยะยาวอาจส่งผลต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมโรงกลั่น หากโรงกลั่นขาดแรงจูงใจในการผลิต
มุมมองจากผู้เกี่ยวข้อง
โรงกลั่นหลายแห่งยังไม่ได้ออกความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า พวกเขายินดีร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ด้านสมาคมผู้บริโภคและกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ต่างแสดงความยินดีกับมาตรการนี้ โดยหวังว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีอนุทินเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า “รัฐบาลจะไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังในวิกฤตพลังงานครั้งนี้” และการสั่งการลดราคาโรงกลั่นครั้งนี้ถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจน
มาตรการอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ
นอกจากการลดราคา ex-refinery แล้ว รัฐบาลยังมีแผนดังนี้:
- ปรับโครงสร้างต้นทุนการกลั่นและการตลาดใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
- ส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ
- เรียกร้องให้ประชาชนประหยัดพลังงาน เช่น ทำงานที่บ้านและใช้รถสาธารณะ
- พิจารณามาตรการอุดหนุนเพิ่มเติมผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ให้กองทุนขาดทุนหนักเกินไป
กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะติดตามผลกระทบของมาตรการนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับปรุงหากจำเป็น
สรุป: ก้าวสำคัญสู่ความเป็นธรรมด้านพลังงาน
การที่รัฐบาลไทยใช้ครั้งแรกกับอำนาจทางกฎหมายเพื่อบังคับลดราคาโรงกลั่น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดการราคาพลังงานภายในประเทศ มันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมน้ำมัน การกระจายแหล่งนำเข้า และการพัฒนาพลังงานทางเลือกให้มากขึ้น
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลราคาน้ำมันล่าสุดได้จากเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงานและแอปพลิเคชันราคาน้ำมันของกระทรวงพลังงาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 6 เมษายน 2569: ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นเป็น 50 บาท ราคาน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทรงตัว
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเปิดตัวแผนส่งเสริมการค้าปี 2026 เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น
ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม 2569) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริมการค้าและการลงทุนประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน
โครงการนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เป้าหมายหลักคือการนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยทางคณะผู้จัดงานคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และตั้งเป้าให้เกิดการจับคู่ธุรกิจอย่างน้อย 20 คู่
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท พร้อมดันการจับคู่ธุรกิจ 20 คู่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน
- รวมพลัง 4 จังหวัด: เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมกันนำของดีประจำถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า
- เตรียมจัด 2 งานใหญ่: เตรียมพบกับมหกรรมสินค้าที่จังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม และที่กรุงเทพมหานครในเดือนสิงหาคม
จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำของดีประจำแต่ละจังหวัดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ หรืองานหัตถกรรมที่ทำด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเฉพาะถิ่น หรือสินค้า GI เช่น ชาและกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
โครงการนี้ไม่ได้เน้นแค่การขายของเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมล้านนาด้วย รัฐบาลท้องถิ่นต้องการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) สามารถเติบโตและเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ได้จริง คุณสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
สองงานแสดงสินค้าฟื้นเศรษฐกิจ
เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม จะมีการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ถึง 2 งาน งานแรกมีชื่อว่า “Northern Best Deal” จัดขึ้นที่ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานจะมีร้านค้ามาออกบูธมากกว่า 100 ร้าน
ส่วนงานที่สองคือ “Northern Business Hub” ซึ่งจะยกขบวนสินค้าเหนือไปขายถึงใจกลางเมืองหลวง งานนี้จัดที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 โดยจะมีร้านค้าเด่นกว่า 80 ร้านไปให้ชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ
โปรโมชันจัดเต็ม ดึงดูดนักลงทุน
ทั้งสองงานนี้เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นได้พบเจอกับผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วประเทศ ภายในงานมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสั่งซื้อล่วงหน้าและสร้างเครือข่ายการค้าในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและมินิคอนเสิร์ตให้ชมฟรี
ผู้จัดงานยังเตรียมโปรโมชันพิเศษมากมายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ มีการแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รางวัลต่อวัน และบัตรของขวัญมูลค่ารวม 20,000 บาททุกวัน ไฮไลต์สำคัญคือการลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง และช่วงนาทีทองที่ลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
ข่าวธุรกิจ Business
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายเปิดตัวงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ระดมผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 กิจการ นำสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพมาจัดแสดงและจำหน่ายในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ณ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ภายในงานผู้เข้าชมจะได้ชม ชิม ช้อป และสัมผัสอัตลักษณ์ล้านนาผ่านสินค้า ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ประเด็นสำคัญ
- ผู้ประกอบการจากเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 กิจการ จะนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรง
- สินค้าครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร ผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงของใช้และของตกแต่ง
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ที่ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การแสดง และโปรโมชั่นตลอด 5 วัน
การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องเชียงราย 2 โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ภายในงานแถลงข่าวมีการนำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการจาก 4 จังหวัด ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยชุด “อลังการสีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ผู้ร่วมงานยังได้ชมผลิตภัณฑ์เด่นจากแต่ละจังหวัด รวมถึงมินิแฟชั่นโชว์จากนางแบบและนายแบบมืออาชีพ
นายชูชีพกล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีจุดเด่นด้านทรัพยากร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งยังมีฐานการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพ ตลอดจนสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อีกหลายประเภท
การจัดงานครั้งนี้ต้องการเพิ่มช่องทางการค้าให้ผู้ประกอบการ พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ และนักลงทุน เพื่อให้ธุรกิจในภูมิภาคเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
ที่ผ่านมา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์สู่สินค้าและบริการ รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการใน 4 จังหวัด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นพัฒนาสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
สินค้าเด่นจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
งาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน มีเอกลักษณ์ และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัย
สินค้าภายในงานแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
- อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- เครื่องดื่ม
- สมุนไพร
- ผ้าและเครื่องแต่งกาย
- ของใช้และของตกแต่ง
แต่ละกลุ่มมีผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งนำวัตถุดิบ เรื่องราว และฝีมือของคนในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน งานนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยในภูมิภาค
นอกจากโซนจำหน่ายสินค้าแล้ว งานยังมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงนิทรรศการและการสาธิตผลิตภัณฑ์เด่นจากผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2
ผู้เข้าชมยังจะได้ชมการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม สินค้าคุณภาพจากโรงงานในราคาพิเศษ การแสดงแฟชั่นโชว์ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดการจัดงาน
เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อและนักลงทุน
ผู้จัดงานเตรียมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบผู้ซื้อ นักลงทุน และคู่ค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยทางธุรกิจโดยตรง รวมถึงมองเห็นช่องทางขยายตลาดและสร้างเครือข่ายใหม่
ตลอด 5 วัน ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินควบคู่กับการเลือกซื้อสินค้า
ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักลงทุน สามารถเข้าร่วมงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ได้ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ณ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ภายในงานมีสินค้าคุณภาพจากล้านนาตะวันออก ราคาพิเศษ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้สนใจหลายรูปแบบ.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การจำหน่ายทรายจากแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโลหะหนักที่เป็นพิษ
พลิกโฉมธุรกิจไทย: ปรับเพิ่มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์สั่งตัดพิเศษ (ซอฟต์แวร์ที่กำหนดเอง)
ข่าวธุรกิจ Business
อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – ที่นี่ในจังหวัดเชียงราย พวกเรากำลังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเดินทาง โครงการก่อสร้าง “สถานีรถไฟเชียงราย” ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตัวเลขการก่อสร้างโดยรวมเดินหน้าไปแล้วถึง 66.907% ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก
เส้นทางสายใหม่นี้มีระยะทางรวมยาวถึง 323 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางจะมีสถานีคอยให้บริการผู้โดยสารทั้งหมด 26 สถานี รูปแบบการก่อสร้างมีทั้งทางวิ่งบนพื้นดิน ทางยกระดับ และการขุดเจาะอุโมงค์ โครงการทั้งหมดมีกำหนดการสร้างเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดให้ประชาชนใช้งานในปี พ.ศ. 2571
ประเด็นสำคัญ
- สร้างเร็วกว่าแผน: การก่อสร้างสถานีรถไฟเชียงรายและเส้นทางทั้งหมด มีความคืบหน้าทะลุ 66.907% ไปแล้ว
- เดินทางสะดวกขึ้น: โครงการนี้เชื่อมต่อ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีระยะทาง 323 กิโลเมตร พร้อมให้บริการ 26 สถานี
- เตรียมตัวเดินทางปี 2571: รัฐบาลตั้งเป้าก่อสร้างให้เสร็จ และเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการภายในปี พ.ศ. 2571
เมื่อรถไฟทางคู่สร้างเสร็จ การเดินทางข้ามจังหวัดในภาคเหนือจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประชาชนจะสามารถเดินทางได้รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถคำนวณเวลาเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความแออัดของรถยนต์บนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในมุมของเศรษฐกิจ เส้นทางนี้จะเป็นช่องทางใหม่ในการขนส่งสินค้าที่สำคัญมาก สินค้าเกษตรจากบ้านเราจะถูกส่งไปยังจุดหมายปลายทางได้ไวขึ้น ต้นทุนการขนส่งจะลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่
เส้นทางนี้จะไปสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นประตูการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักข่าวประชาชาติธุรกิจ ชี้ว่าเส้นทางนี้จะช่วยกระจายความเจริญได้อย่างมหาศาล การมีรถไฟทางคู่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาสู่จังหวัดของเราได้อย่างแน่นอน
ความท้าทายในงานวิศวกรรมที่คำนึงถึงชุมชน
งานก่อสร้างโครงการระดับประเทศนี้ ไม่ได้มีแค่การวางรางเหล็กบนพื้นดินเพียงอย่างเดียว โครงการนี้ยังรวมถึงงานทางวิศวกรรมขั้นสูง เช่น การเจาะอุโมงค์ผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ทีมวิศวกรต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อคนงานและชาวบ้าน
ทางยกระดับเป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชุมชนตลอดแนวเส้นทาง การยกระดับรางรถไฟช่วยลดจุดตัดกับถนนของชาวบ้าน ทำให้รถไฟทำความเร็วได้คงที่ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามได้อย่างเด็ดขาด
ตอนนี้ชาวเวียงชัยและพื้นที่ใกล้เคียง ต่างรู้สึกตื่นเต้นกับภาพสถานีที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลายครอบครัวเริ่มเตรียมปรับตัวทางธุรกิจ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเดินทางมาถึง
เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ล้านนา
เมื่อสถานีรถไฟเชียงรายเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จังหวัดของเราจะกลายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ง่ายขึ้น คนจากกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่นๆ สามารถนั่งรถไฟชมวิวธรรมชาติมาพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย การเดินทางด้วยรถไฟจะช่วยให้ทุกคนไม่ต้องเหนื่อยล้ากับการขับรถไกลๆ อีกต่อไป
ทางหน่วยงานท้องถิ่นก็เริ่มวางแผนล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานรอบสถานี มีการหารือเรื่องการปรับปรุงถนนสายหลัก เพื่อให้เชื่อมต่อกับตัวสถานีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมจัดหารถโดยสารสาธารณะ เพื่อรับส่งผู้โดยสารเข้าสู่ตัวเมืองอย่างราบรื่น
โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือเส้นนี้ คือก้าวสำคัญที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย พวกเรามาร่วมนับถอยหลังสู่ปี 2571 เพื่อสัมผัสการเดินทางรูปแบบใหม่ การเดินทางนี้จะสร้างรอยยิ้มและรายได้ให้กับชาวภาคเหนือทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไขความลับ: กลยุทธ์สร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย
เชียงรายรับมือด่วน! กางแผนเชิงรุกสู้ภัยแล้งเอลนีโญ มุ่งเป้าจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ


