ฟุตบอล
ลิเวอร์พูลถล่มกาลาตาซาราย 4-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ลิเวอร์พูล, 19 มีนาคม 2026 ลิเวอร์พูลระเบิดฟอร์มต่อหน้าแฟนบอลในแอนฟิลด์ ด้วยการไล่ถล่มกาลาตาซาราย 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ทำให้สกอร์รวมสองนัดจบที่ 4-1 และส่งทีมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ…
ลิเวอร์พูล, 19 มีนาคม 2026 ลิเวอร์พูลระเบิดฟอร์มต่อหน้าแฟนบอลในแอนฟิลด์ ด้วยการไล่ถล่มกาลาตาซาราย 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ทำให้สกอร์รวมสองนัดจบที่ 4-1 และส่งทีมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยรอบต่อไปพวกเขาจะพบกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าของรายการ ข – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
หลังจบเกม อาร์เน่ สล็อต ยอมรับว่านี่คือหนึ่งในฟอร์มที่ครบเครื่องที่สุดของทีมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลคุมเกมได้แทบทั้งหมด และตอบเสียงวิจารณ์จากผลงานในลีกได้แบบชัดเจน เกมนี้ยังตอกย้ำด้วยว่า “หงส์แดง” ยังเป็นทีมที่ใครก็ไม่อยากเจอในเวทียุโรป
ครึ่งแรกบุกหนัก แต่ได้แค่ประตูเดียว
ลิเวอร์พูลลงสนามพร้อมเป้าหมายชัดเจน เพราะต้องทวงประตูคืนจากความพ่ายแพ้ 1-0 ในนัดแรกที่อิสตันบูล ดังนั้น เจ้าถิ่นจึงเดินเกมรุกตั้งแต่นาทีแรก และบีบกดดันสูงใส่กาลาตาซารายอย่างต่อเนื่อง
ประตูแรกมาถึงในนาทีที่ 25 จากลูกเตะมุมสั้นของอเล็กซิส แมค อัลลิสเตอร์ ก่อนจะเปิดทางให้โดมินิก โซบอสไล ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมล่างอย่างเด็ดขาด ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 และเสียงเชียร์ในแอนฟิลด์ก็ดังลั่นทันที
ฝั่งกาลาตาซารายที่ไม่มีแฟนบอลตามมาเชียร์ เพราะติดบทลงโทษจากยูฟ่า ดูจะเสียจังหวะไปพอสมควร และต้องถอยลงไปรับลึกเกือบตลอดทั้งครึ่งแรก ถึงอย่างนั้น อูร์กุจัน คาคีร์ ยังช่วยทีมเอาไว้หลายครั้งด้วยการเซฟสำคัญต่อเนื่อง
จังหวะสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อโซบอสไลโดนทำฟาวล์ในเขตโทษ และลิเวอร์พูลได้จุดโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รับหน้าที่ยิงเอง แต่คาคีร์พุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้ซาลาห์จะพลาดจากจุดโทษ แต่ลิเวอร์พูลยังจบครึ่งแรกด้วยการนำ 1-0 ขณะเดียวกัน ทีมยังมีโอกาสอีกหลายครั้ง รวมถึงลูกยิงชนคานจากแมค อัลลิสเตอร์ และซาลาห์ ซึ่งทำให้บรรยากาศชัดเจนว่า เกมยังไม่จบง่ายๆ
ครึ่งหลังไหลเป็นน้ำ ยิง 3 ลูกใน 11 นาที
หลังพักครึ่ง ลิเวอร์พูลกลับมาด้วยความคมกว่าเดิมมาก และใช้เวลาไม่นานก็เปลี่ยนเกมให้ขาดลอย
เพียง 115 วินาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง ซาลาห์เปิดบอลจากฝั่งขวาได้แม่นยำ ฮูโก้ เอคิติเก้ วิ่งเข้าชาร์จอย่างพอดี ส่งบอลเข้าประตูเป็น 2-0 และเป็นประตูแรกของเขาในแชมเปี้ยนส์ลีกกับลิเวอร์พูล
จากนั้นอีกแค่สองนาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูที่สาม ซาลาห์ลองยิงด้วยขวา คาคีร์ปัดเอาไว้ได้ แต่บอลกระดอนมาเข้าทางไรอัน กราเวนเบิร์ช ที่ตามซ้ำเข้าไปไม่พลาด ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-0 และแอนฟิลด์ก็แทบลุกเป็นไฟ
ประตูปิดท้ายเกิดในนาทีที่ 62 เมื่อฟลอเรียน เวิร์ตซ์ แทงบอลทะลุช่องให้ซาลาห์หลุดเข้าไปก่อนปั่นด้วยซ้ายจากราว 20 หลา บอลโค้งเสียบมุมบนอย่างสวยงาม ลูกนี้เป็นประตูที่ 50 ของซาลาห์ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และทำให้เขากลายเป็นนักเตะแอฟริกันคนแรกที่ไปถึงหลักดังกล่าว
หลังทำประตูได้ ซาลาห์ยกมือขอบคุณแฟนบอล ขณะที่เสียงเรียกชื่อของเขาดังก้องทั่วสนาม เป็นอีกค่ำคืนที่เจ้าตัวจะจดจำไปอีกนาน
ไฮไลท์สำคัญ ลิเวอร์พูล vs กาลาตาซาราย 4-0
- นาทีที่ 25 โดมินิก โซบอสไล ยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0 จากจังหวะเตะมุมของอเล็กซิส แมค อัลลิสเตอร์
- ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงจุดโทษไม่เข้า หลังอูร์กุจัน คาคีร์ เซฟไว้ได้
- นาทีที่ 51 ฮูโก้ เอคิติเก้ ชาร์จจ่อๆ จากแอสซิสต์ของซาลาห์ ลิเวอร์พูลหนี 2-0
- นาทีที่ 53 ไรอัน กราเวนเบิร์ช ตามซ้ำลูกยิงของซาลาห์ พาทีมนำ 3-0
- นาทีที่ 62 ซาลาห์ปั่นโค้งสุดสวย เป็นประตูที่ 50 ของเขาในแชมเปี้ยนส์ลีก และทำให้สกอร์ขยับเป็น 4-0
- ผลงานเด่นของคาคีร์ ผู้รักษาประตูกาลาตาซารายเซฟไป 11 ครั้ง และช่วยให้ทีมไม่เสียมากกว่านี้
- จังหวะน่าเสียดาย แมค อัลลิสเตอร์ กับซาลาห์ มีลูกยิงชนคานคนละหนึ่งครั้ง และทั้งสองทีมมีประตูที่ถูกริบฝั่งละหนึ่งลูก
ตลอดทั้งเกม ลิเวอร์พูลยิงไป 32 ครั้ง เข้ากรอบ 16 ครั้ง และมีค่า xG สูงถึง 5.02 ส่วนกาลาตาซารายยิงได้เพียง 4 ครั้งใน 90 นาที
ตารางคะแนนผลงานนักเตะลิเวอร์พูล
| นักเตะ | ตำแหน่ง | เรตติ้ง (BBC) | ผลงานเด่น |
|---|---|---|---|
| อลิสสัน เบกเกอร์ | GK | 7.44 | เซฟสำคัญ 1 ครั้ง และเปิดบอลยาวแม่นยำ |
| เจเรมี ฟริมปง | RB | 7.32 | เติมเกมรุกต่อเนื่อง ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 67 |
| อิบราฮิมา โคนาเต้ | CB | 7.46 | ยืนตำแหน่งดี และรับมือแนวรุกคู่แข่งได้อยู่ |
| เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตัน) | CB | 7.62 | คุมเกมรับนิ่ง ชนะลูกกลางอากาศหลายครั้ง |
| มิโลส เคอร์เคซ | LB | 7.57 | เติมขึ้นมาสนับสนุนเกมรุกได้ดี |
| ไรอัน กราเวนเบิร์ช | CM | 7.70 | ยิงประตูสำคัญลูกที่สามของทีม |
| ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ | AM | 7.64 | จ่ายให้ซาลาห์ยิง และสร้างสรรค์เกมได้ต่อเนื่อง |
| โดมินิก โซบอสไล | AM | 8.91 | ยิงเปิดเกม และเรียกจุดโทษได้ |
| อเล็กซิส แมค อัลลิสเตอร์ | AM | 7.53 | เปิดเตะมุมให้เพื่อนทำประตู และมีลุ้นจากลูกยิงไกล |
| โมฮาเหม็ด ซาลาห์ | RW | 7.83 | 1 ประตู 1 แอสซิสต์ พร้อมสถิติ 50 ประตูในรายการ |
| ฮูโก้ เอคิติเก้ | ST | 8.16 | จบสกอร์เฉียบ ยิงประตูที่สองให้ทีม |
ตัวสำรองที่ลงสนาม: เคอร์ติส โจนส์ (67′), โคดี กัคโป (74′), แรนส์ฟอร์ด งูโมฮา (89′), เฟเดริโก้ เคียร์ซา (89′), ไทเลอร์ นโยนิ (89′)
ตารางคะแนนผลงานนักเตะกาลาตาซาราย
| นักเตะ | ตำแหน่ง | เรตติ้ง (BBC/Sky) | ผลงานเด่น |
|---|---|---|---|
| อูร์กุจัน คาคีร์ | GK | 6.32 / 7 | เซฟ 11 ครั้ง รวมถึงจุดโทษ |
| ซาชา โบเยย์ | RB | 6 | ถูกเปลี่ยนออกในช่วงพักครึ่ง |
| วิลฟรีด ซิงโก้ | CB | 6 | พยายามต้านเกมรุกลิเวอร์พูลเต็มที่ |
| อับดุลเคริม บาร์ดักชี (กัปตัน) | CB | 6 | ทำงานหนัก ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 73 |
| อิสมาอิล จาคอบส์ | LB | 5 | เสียฟาวล์จนทีมโดนจุดโทษ |
| ลูคัส ตอร์เรย์รา | CM | 5 | มีบทบาทน้อย และถูกเปลี่ยนออกนาที 60 |
| มาริโอ เลมิน่า | CM | 5 | ช่วยทีมกลางสนามได้น้อย |
| โรแลนด์ ซัลไล | RW | 6 | เงียบตลอดเกม |
| กาเบรียล ซารา | AM | 6 | พยายามเชื่อมเกม แต่โดนตัดจังหวะบ่อย |
| บาริส ยิลมาซ | LW | 6 | เจอเกมรับลิเวอร์พูลเล่นงานตลอด |
| วิกเตอร์ โอซิมเฮน | ST | 3.49 / 3 | เจ็บช่วงพักครึ่ง และแทบไม่มีโอกาสลุ้น |
ตัวสำรองที่ลงสนาม: ลีรอย ซาเน่ (46′), นิโคลาส ลัง (46′), ยูนุส อักกุน (60′), เอ็มเร่ เอลมาลี (73′), เมาโร อีการ์ดี (80′)
สถิติบอกชัด เกมนี้เป็นของลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลครองบอล 62 เปอร์เซ็นต์ และสัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งถึง 58 ครั้ง ขณะที่กาลาตาซารายทำได้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนภาพในสนามได้ชัดมาก เพราะเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายเดินเกมอยู่ฝั่งเดียวแทบตลอด
อีกด้านหนึ่ง การบาดเจ็บของวิกเตอร์ โอซิมเฮน ในช่วงพักครึ่ง ส่งผลกับเกมรุกของทีมเยือนอย่างมาก เมื่อขาดหน้าเป้าตัวหลัก กาลาตาซารายก็ยิ่งเก็บบอลแดนหน้าไม่ได้ แม้คาคีร์จะโชว์ฟอร์มเด่น แต่สุดท้ายก็หยุดเกมรุกของลิเวอร์พูลไม่อยู่
สล็อตกล่าวหลังเกมว่าแฟนบอลช่วยเติมพลังให้ทีมอย่างมากในคืนสำคัญนี้ ส่วนเวอร์จิล ฟาน ไดค์ บอกว่าทีมได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อทุกอย่างลงตัว ลิเวอร์พูลสามารถเล่นได้ในระดับไหน
ด่านต่อไปคือปารีส แซงต์ แชร์กแมง
ผลจากเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ และต้องเจอกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง งานต่อไปยากขึ้นแน่นอน แต่ชัยชนะนัดนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ทีมไม่น้อย
ฟอร์มของซาลาห์ยังเป็นจุดแข็งสำคัญ ขณะที่นักเตะอย่างเอคิติเก้ และกราเวนเบิร์ช ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าลิเวอร์พูลรักษามาตรฐานแบบนี้ได้ต่อไป พวกเขาก็มีสิทธิ์ไปได้ไกลในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้
ส่วนกาลาตาซารายของโอกาน บูรุก ต้องจบเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีม แม้นัดแรกในอิสตันบูลจะทำได้ดี แต่เมื่อมาเยือนแอนฟิลด์ พวกเขารับมือความดุดันของเจ้าถิ่นไม่ไหว
ชัยชนะ 4-0 ของลิเวอร์พูลในเกมนี้จึงไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่สวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ทีมกำลังกลับมาอยู่ในจังหวะที่ดีที่สุด และพร้อมสำหรับศึกใหญ่ในรอบถัดไป นี่คืออีกคืนที่แฟนบอลหงส์แดงน่าจะจดจำไปอีกนานในฤดูกาลนี้
บทความนี้สรุปทั้งไฮไลท์สำคัญ สถิติหลัก และภาพรวมของเกม เพื่อให้เห็นชัดว่าเพราะอะไรลิเวอร์พูลถึงผ่านเข้ารอบได้แบบขาดลอย และเพราะอะไรชื่อของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ จึงยังคงเป็นหัวใจของทีมในเวทียุโรปเหมือนเดิม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ท็อตแนมเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ฟุตบอล
ฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติผู้เข้าชมและครองพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลกปี 2026 ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาอย่างเป็นทางการแล้ว ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่นี้สามารถทำลายสถิติยอดผู้เข้าชมในสนามของการแข่งขันครั้งก่อนๆ ทั้งหมดลงได้อย่างราบคาบ
จากรายงานล่าสุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) พบว่ามีแฟนฟุตบอลจำนวนมหาศาลแห่กันไปชมการแข่งขันสดในสนามกีฬา จำนวนแฟนบอลที่ผ่านประตูสนามกีฬาทั่วโลกในสัปดาห์นี้มีจำนวนถึง 3,605,357 คน และจำนวนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ การแข่งขัน
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ทำลายสถิติปี 1994: ยอดผู้ชมรวม 3.6 ล้านคนในปัจจุบัน ได้แซงหน้าสถิติเดิม 3,587,538 คนของฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพลงได้สำเร็จ
- อัตราการครองความจุสูงลิ่ว: ทัวร์นาเมนต์นี้มีอัตราการเข้าชมหรือความหนาแน่นของแฟนบอลในสเตเดียมสูงถึง 99.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
- อานิสงส์จากการปรับระบบใหม่: การขยายรูปแบบการแข่งขันเป็น 48 ทีม และเพิ่มแมตช์การแข่งขันเป็น 104 เกม คือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดสถิติตัวเลขแฟนบอลถล่มทลายในครั้งนี้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จและการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในด้านยอดผู้ชมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการตัดสินใจครั้งสำคัญขององค์กรลูกหนังระดับโลก การเพิ่มจำนวนทีมจากเดิม 32 ทีมเป็น 48 ทีม ทำให้สัดส่วนของเกมการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แฟนบอลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้รับโอกาสในการเดินทางเข้ามาเชียร์ชาติตัวเองในสเตเดียมชั้นนำของทวีปอเมริกาเหนือมากขึ้น
นอกจากนี้ การเลือกใช้สนามกีฬาระดับหรูหราที่มีความจุขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ก็มีส่วนช่วยอย่างมาก สนามกีฬาเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับแฟนบอลได้คราวละหลายหมื่นคนอย่างปลอดภัย ส่งผลให้เกิดแมตช์ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลเต็มความจุแทบทุกนัด โดยเกมนัดสำคัญที่ทำให้สถิติเดิมถูกทำลายลงอย่างเป็นทางการ คือเกมที่เอกวาดอร์เอาชนะเยอรมนีไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่เข้ามาชมจนเต็มความจุของสนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอนาคตของกีฬาฟุตบอล
ยอดผู้ชมระดับปรากฏการณ์นี้ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและการโรงแรมในเมืองเจ้าภาพอย่างมหาศาล เม็ดเงินจำนวนมากหลังไหลเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านการจับจ่ายซื้อของ การเดินทาง และการเข้าพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปอย่างก้าวกระโดด
ผู้เชี่ยวชาญในวงการกีฬาคาดการณ์ว่า มาตรฐานยอดผู้ชมและระบบการจัดการในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ในอนาคต ความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งสามประเทศเจ้าภาพ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกขนาดใหญ่สามารถทำออกมาได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างงดงามเหนือความคาดหมาย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บไซต์พนันฟุตบอลโลก 2026
อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?
ฟุตบอล
อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองสถานการณ์ของทีมโปรด ทัวร์นาเมนต์นี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 48 ทีมเลยทีเดียว
ขณะนี้การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มผ่านไปแล้วหลายนัด สถานการณ์ของแต่ละกลุ่มเริ่มชัดเจนและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บางทีมโชว์ฟอร์มเก่งการันตีการผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว ในขณะที่อีกหลายทีมยังต้องลุ้นเหนื่อยในนัดสุดท้าย มาดูตารางคะแนนอัปเดตล่าสุดกันเลยว่าทีมไหนอยู่ในจุดใดบ้าง
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ทีมเต็งผงาด: เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง เก็บชัยชนะรวด การันตีแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว
- จบรอบแรกบางกลุ่ม: กลุ่ม A, B และ C แข่งขันครบ 3 นัดแล้ว สวิตเซอร์แลนด์และบราซิลคว้าแชมป์กลุ่มตามลำดับ
- โควตาพิเศษ: ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
- การแข่งขันสุดสูสี: ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความดุเดือดมาก หลายกลุ่มมีคะแนนเบียดกัน ทำให้ต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้าย
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม A ถึงกลุ่ม D
การแข่งขันในกลุ่มแรกๆ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บางกลุ่มแข่งจบไปแล้วและได้บทสรุปที่ชัดเจน
กลุ่ม A: เม็กซิโกคว้าแชมป์กลุ่มตามคาด
ในกลุ่มนี้ เม็กซิโกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกินต้านทาน พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด มี 9 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มไปครองได้อย่างสวยงาม แอฟริกาใต้จบอันดับสอง มี 4 คะแนน ส่วนเกาหลีใต้มี 3 คะแนน ต้องไปลุ้นโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เม็กซิโก | 3 | 3 | 0 | 0 | +6 | 9 |
| 2. แอฟริกาใต้ | 3 | 1 | 1 | 1 | -1 | 4 |
| 3. เกาหลีใต้ | 3 | 1 | 0 | 2 | -1 | 3 |
| 4. สาธารณรัฐเช็ก | 3 | 0 | 1 | 2 | -4 | 1 |
กลุ่ม B: สวิตเซอร์แลนด์และแคนาดากอดคอเข้ารอบ
กลุ่มบีแข่งขันครบ 3 นัดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน สวิตเซอร์แลนด์ทำผลงานได้คงเส้นคงวา จบอันดับหนึ่งด้วย 7 คะแนน ขณะที่เจ้าภาพร่วมอย่างแคนาดาตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ทั้งสองทีมกอดคอกันผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างเป็นทางการ
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สวิตเซอร์แลนด์ | 3 | 2 | 1 | 0 | +4 | 7 |
| 2. แคนาดา | 3 | 1 | 1 | 1 | +5 | 4 |
| 3. บอสเนียฯ | 3 | 1 | 1 | 1 | -1 | 4 |
| 4. กาตาร์ | 3 | 0 | 1 | 2 | -8 | 1 |
กลุ่ม C: ทัพแซมบ้าไร้พ่าย นำแชมป์กลุ่ม
ทัพแซมบ้า บราซิล จบแชมป์กลุ่มซีแบบไร้พ่าย พวกเขามี 7 คะแนนเท่ากับทีมม้ามืดอย่างโมร็อกโก แต่บราซิลมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า สกอตแลนด์จบอันดับสามด้วย 3 คะแนน ต้องลุ้นเข้ารอบจากโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. บราซิล | 3 | 2 | 1 | 0 | +6 | 7 |
| 2. โมร็อกโก | 3 | 2 | 1 | 1 | +3 | 7 |
| 3. สกอตแลนด์ | 3 | 1 | 0 | 2 | -3 | 3 |
| 4. เฮติ | 3 | 0 | 0 | 3 | -6 | 0 |
กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มดุ
สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพร่วมอีกหนึ่งชาติ โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดัน ชนะ 2 นัดรวด เก็บ 6 คะแนนเต็ม การันตีแชมป์กลุ่มดีเรียบร้อยแล้ว ส่วนออสเตรเลียและปารากวัยมี 3 คะแนนเท่ากัน ต้องลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายอย่างหนัก
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สหรัฐอเมริกา | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. ออสเตรเลีย | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. ปารากวัย | 2 | 1 | 0 | 1 | -2 | 3 |
| 4. ตุรกี | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม E ถึงกลุ่ม H
มาดูกันต่อที่กลุ่มกลางตาราง ซึ่งมีทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรปลงแข่งขันมากมาย สถานการณ์หลายกลุ่มยังคงเปิดกว้างให้ลุ้นกันต่อ
กลุ่ม E: อินทรีเหล็กผงาดนำฝูง
ทีมชาติเยอรมนีไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยทีเดียว พวกเขาโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ เก็บ 6 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 2 นัดแรก ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่นอนแล้ว ไอวอรี่โคสต์ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 3 คะแนน ยังมีโอกาสเข้ารอบสูง
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เยอรมนี | 2 | 2 | 0 | 0 | +7 | 6 |
| 2. ไอวอรี่โคสต์ | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. เอกวาดอร์ | 2 | 0 | 1 | 1 | -1 | 1 |
| 4. คูราเซา | 2 | 0 | 1 | 1 | -6 | 1 |
กลุ่ม F: อัศวินสีส้มและซามูไรบลูขับเคี่ยวสูสี
เนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสูสีกันมาก ทั้งสองทีมมี 4 คะแนนเท่ากันจาก 2 นัดแรก สวีเดนยังมีโอกาสเข้ารอบด้วย 3 คะแนน ส่วนตูนิเซียยังไม่มีคะแนน ตกรอบแน่นอนแล้ว
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เนเธอร์แลนด์ | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 2. ญี่ปุ่น | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 3. สวีเดน | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 4. ตูนิเซีย | 2 | 0 | 0 | 2 | -8 | 0 |
กลุ่ม G: อียิปต์รั้งจ่าฝูง สถานการณ์เปิดกว้าง
กลุ่มนี้สถานการณ์ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีม อียิปต์นำเป็นจ่าฝูงมี 4 คะแนน ตามมาด้วยอิหร่านและเบลเยียมที่มี 2 คะแนนเท่ากัน ทุกทีมยังมีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ในนัดสุดท้ายได้ทั้งหมด
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อียิปต์ | 2 | 1 | 1 | 0 | +2 | 4 |
| 2. อิหร่าน | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 3. เบลเยียม | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 4. นิวซีแลนด์ | 2 | 0 | 1 | 1 | -2 | 1 |
กลุ่ม H: ทัพกระทิงดุจ่อทะลุรอบน็อกเอาต์
สเปนนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอช มี 4 คะแนน โอกาสเข้ารอบค่อนข้างสดใสมาก อุรุกวัยและเคปเวิร์ดมี 2 คะแนนเท่ากัน ทั้งสองทีมต้องลุ้นเหนื่อยในนัดตัดสินเพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบใบที่สองของกลุ่ม
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สเปน | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 2. อุรุกวัย | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 3. เคปเวิร์ด | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 4. ซาอุดีอาระเบีย | 2 | 0 | 1 | 1 | -4 | 1 |
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม I ถึงกลุ่ม L
ในช่วงท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I ถึง L ก็มีความตื่นเต้นไม่แพ้กัน หลายทีมยักษ์ใหญ่แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
กลุ่ม I: ฝรั่งเศสและนอร์เวย์ฉลุยเข้ารอบ
ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส และทีมชาตินอร์เวย์ กอดคอกันเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอนแล้ว ทั้งคู่เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด มี 6 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างเซเนกัลและอิรักที่ยังไม่มีคะแนนไปอย่างขาดลอย
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. ฝรั่งเศส | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. นอร์เวย์ | 2 | 2 | 0 | 0 | +4 | 6 |
| 3. เซเนกัล | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
| 4. อิรัก | 2 | 0 | 0 | 2 | -6 | 0 |
กลุ่ม J: ฟ้าขาวอาร์เจนตินาโชว์ฟอร์มแชมป์เก่า
แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ เก็บ 6 คะแนนเต็ม นำเป็นแชมป์กลุ่มอย่างสง่างาม ออสเตรียและแอลจีเรียมีทีมละ 3 คะแนน ต้องดวลกันเพื่อแย่งอันดับสองในนัดสุดท้าย
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อาร์เจนตินา | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. ออสเตรีย | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. แอลจีเรีย | 2 | 1 | 0 | 1 | -2 | 3 |
| 4. จอร์แดน | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
กลุ่ม K และ L: โคลอมเบียและอังกฤษครองความได้เปรียบ
ในกลุ่ม K โคลอมเบียนำเป็นจ่าฝูงด้วย 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบไปแล้ว ส่วนโปรตุเกสตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ขณะที่กลุ่ม L สิงโตคำราม อังกฤษ นำจ่าฝูงร่วมกับกานา มี 4 คะแนนเท่ากัน
ตารางคะแนนกลุ่ม K
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. โคลอมเบีย | 2 | 2 | 0 | 0 | +3 | 6 |
| 2. โปรตุเกส | 2 | 1 | 1 | 0 | +5 | 4 |
| 3. ดีอาร์ คองโก | 2 | 0 | 1 | 1 | -1 | 1 |
| 4. อุซเบกิสถาน | 2 | 0 | 0 | 2 | -7 | 0 |
ตารางคะแนนกลุ่ม L
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อังกฤษ | 2 | 1 | 1 | 0 | +2 | 4 |
| 2. กานา | 2 | 1 | 1 | 0 | +1 | 4 |
| 3. โครเอเชีย | 2 | 1 | 0 | 1 | -1 | 3 |
| 4. ปานามา | 2 | 0 | 0 | 2 | -2 | 0 |
ฟุตบอลโลกปี 2026 นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและผลการแข่งขันที่พลิกล็อกมากมาย แฟนๆ กีฬาฟุตบอลสามารถติดตามการแข่งขันนัดต่อไปและดูอัปเดต ตารางคะแนนล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ FIFA ได้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญในทัวร์นาเมนต์นี้
ฟุตบอล
นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026™) ดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I โดยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ทีมชาตินอร์เวย์ได้ลงสนามพบกับทีมชาติอิรัก ณ สนามบอสตัน สเตเดียม (Boston Stadium) รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เกมนี้ถือเป็นการกลับมาลงเล่นในรายการระดับโลกที่แฟนบอลของทั้งสองประเทศรอคอยมาอย่างยาวนาน นอร์เวย์ไม่ได้ปรากฏตัวในฟุตบอลโลกเลยตั้งแต่ปี 1998 ในขณะที่อิรักก็ห่างหายเวทีนี้ไปตั้งแต่ปี 1986 การพบกันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง และผลจบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทีมชาตินอร์เวย์ด้วยสกอร์ 4-1
บทสรุปการแข่งขัน: อิรักสู้เต็มที่แต่ต้านความเฉียบคมไม่ไหว
เกมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น นอร์เวย์เป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง การต่อบอลของพวกเขาทำได้ดีและไหลลื่น จนกระทั่งในนาทีที่ 29 เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าตัวเก่งจากนอร์เวย์ ก็สามารถทำประตูแรกเบิกร่องให้กับทีมได้สำเร็จ จากจังหวะการทำเกมที่เริ่มต้นจากผู้รักษาประตูและต่อบอลกันอย่างสวยงาม
แต่อิรักก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ ในนาทีที่ 39 อายเมน ฮุสเซน ศูนย์หน้าตัวเก๋าของอิรัก โหม่งทำประตูตีเสมอเป็น 1-1 ซึ่งถือเป็น ประตูที่สองในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิรักในฟุตบอลโลก สร้างความดีใจให้กับแฟนบอลชาวอิรักที่เข้ามาชมในสนามเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ความสุขของอิรักอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 43 ก่อนจบครึ่งแรก ฮาลันด์ ใช้ความผิดพลาดของแนวรับอิรัก ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้นอร์เวย์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก
เออร์ลิง ฮาลันด์ กับฟอร์มระดับโลก
เข้าสู่ครึ่งหลัง นอร์เวย์ยังคงเล่นด้วยความมั่นใจและพยายามครองบอลเพื่อกดดันอิรักอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 76 เลโอ ออสติการ์ด ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งทำประตูที่สามให้นอร์เวย์ทิ้งห่างเป็น 3-1 ทำให้รูปเกมของนอร์เวย์ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 90+6 โชคร้ายตกเป็นของอิรักเมื่อ อายเมน ฮุสเซน สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง (Own Goal) ส่งผลให้จบเกม ทีมชาตินอร์เวย์เอาชนะทีมชาติอิรักไปได้อย่างสวยงาม 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ (Player of the Match) ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี
อัปเดตตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด
หลังจากผ่านการแข่งขันนัดแรกของหลายๆ กลุ่ม นี่คือสรุปตารางคะแนนและสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกคนได้ติดตามทิศทางของฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ง่ายและชัดเจนที่สุด
กลุ่ม I (กลุ่มของนอร์เวย์และอิรัก)
ในกลุ่ม I นอร์เวย์ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงหลังจากการเก็บ 3 คะแนนเต็มและมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสก็ทำผลงานได้ดีในนัดเปิดสนามเช่นกัน
- 1. นอร์เวย์: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
- 2. ฝรั่งเศส: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 1)
- 3. เซเนกัล: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 3)
- 4. อิรัก: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 4)
กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาเปิดตัวสวยงาม
หนึ่งในประเทศเจ้าภาพร่วมอย่างสหรัฐอเมริกา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดเปิดสนาม โดยสามารถยิงคู่แข่งไปถึง 4 ประตู
- 1. สหรัฐอเมริกา: คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
- 2. ออสเตรเลีย: คะแนน 3 (ได้ 2 เสีย 0)
- 3. ตุรกี (Türkiye): คะแนน 0
- 4. ปารากวัย: คะแนน 0
กลุ่ม E: เยอรมนีโชว์ฟอร์มโหด
ทีมชาติเยอรมนีประกาศศักดาความเป็นทีมเต็งแชมป์ด้วยการถล่มคู่แข่งในนัดแรกไปถึง 7-1 แสดงให้เห็นถึงแนวรุกที่ดุดัน
- 1. เยอรมนี: คะแนน 3 (ได้ 7 เสีย 1)
- 2. ไอวอรีโคสต์: คะแนน 3 (ได้ 1 เสีย 0)
- 3. เอกวาดอร์: คะแนน 0
- 4. กือราเซา: คะแนน 0
กลุ่ม J: แชมป์เก่าอาร์เจนตินายังคงแข็งแกร่ง
แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินา เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความมั่นใจ เก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จโดยไม่เสียประตู
- 1. อาร์เจนตินา: คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 0)
- 2. ออสเตรีย: ยังไม่ได้ลงแข่ง
- 3. จอร์แดน: ยังไม่ได้ลงแข่ง
- 4. แอลจีเรีย: คะแนน 0
(สรุปกลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจ)
- กลุ่ม A: เม็กซิโก และ เกาหลีใต้ ต่างเก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ โดยเม็กซิโกนำเป็นจ่าฝูง
- กลุ่ม C: สกอตแลนด์ สร้างผลงานยอดเยี่ยมขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่ม โดยมี โมร็อกโก และ บราซิล ตามมาหลังจากเสมอกันในนัดแรก 1-1
- กลุ่ม F: สวีเดน ขึ้นนำจ่าฝูงหลังโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะคู่แข่งไปได้ 5-1
ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 และก้าวต่อไป
ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายถึง 48 ทีม และเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก การขยายจำนวนทีมทำให้แฟนกีฬาได้เห็นชาติที่ห่างหายไปนานอย่างนอร์เวย์และอิรัก ได้กลับมามีพื้นที่และแสดงความสามารถอีกครั้ง ระบบการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทำให้ทุกทีมต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
ชัยชนะของนอร์เวย์ในแมตช์นี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงคู่แข่งในกลุ่มฝรั่งเศสและเซเนกัล ว่าพวกเขาเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยแนวรุกที่จบสกอร์ได้เด็ดขาด ในส่วนของทีมชาติอิรัก แม้จะพ่ายแพ้ในเกมนี้ แต่การทำประตูใส่ทีมแกร่งจากยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ก็แสดงให้เห็นถึงใจสู้ของนักเตะ พวกเขาต้องนำข้อผิดพลาดในแนวรับไปแก้ไขเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนัดต่อไป
การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยังคงมีความเข้มข้นรออยู่อีกมากมาย แฟนฟุตบอลสามารถติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และเรื่องราวของศึกฟุตบอลโลกได้ตลอดเวลาผ่าน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่า เพื่อไม่ให้พลาดทุกจังหวะสำคัญของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026: สรุปผลการแข่งขันและผลงานที่น่าตื่นเต้น
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ





