เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายโกลาหล! ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน บางปั๊มจำกัดการซื้อน้ำมันเพียง 500 บาท
เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง…
เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง บางสถานีต้องออกมาตรการจำกัดการเติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เพื่อลดการกักตุนและกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง
แม้ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะออกมาย้ำชัดว่าน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่คลายกังวล จึงเกิดภาพคิวยาวตามสถานีบริการหลายจุด และเริ่มกระทบต่อการเดินทาง การทำงาน รวมถึงการขนส่งสินค้าในพื้นที่
คิวรถแน่นหลายอำเภอ ตั้งแต่เช้ามืด
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ พบว่า สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในอำเภอเมืองเชียงราย มีรถยนต์ รถตู้ และรถจักรยานยนต์เข้าคิวตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. แถวยาวเกิน 300 เมตร บางคันใช้เวลารอนานกว่า 2 ชั่วโมง
บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความกังวล หลายคนยืนรอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บางรายโทรศัพท์สอบถามคนในครอบครัวเรื่องข่าวน้ำมันจะหมด ขณะที่บางคนเลือกเติมเต็มถังไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะหาน้ำมันไม่ได้ในภายหลัง
พื้นที่อื่นก็มีภาพคล้ายกัน ทั้งปั๊ม PT และ PTT ในอำเภอแม่จัน อำเภอพาน และอำเภอเชียงของ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ต้องเสียเวลารอเติมนานขึ้น ทำให้การขนส่งผัก ผลไม้ และข้าวจากหลายพื้นที่ล่าช้าตามไปด้วย
สถานการณ์ที่พบในหลายจุด มีดังนี้
• รถยนต์ส่วนบุคคลใช้เวลารอเฉลี่ยราว 40 ถึง 60 นาที
• รถจักรยานยนต์บางคันพยายามแทรกคิวเพื่อเติมให้เร็วขึ้น
• ผู้ขับขี่บางรายเติมเกินกว่าปกติเพราะต้องการสำรองไว้
• ปั๊มน้ำมันใกล้ตลาดเชียงรายมีรถหนาแน่นมากเป็นพิเศษ
หลายปั๊มคุมการเติม ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน
เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของสถานีบริการหลายแห่งจึงประกาศจำกัดวงเงินเติมน้ำมันทันที โดยให้รถทั่วไปเติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน
นายสมศักดิ์ ผู้จัดการสถานี ปตท. แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงราย กล่าวว่า ทางปั๊มต้องการป้องกันไม่ให้บางคนเติมเกินความจำเป็น จนคนอื่นไม่มีน้ำมันใช้ จึงต้องใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงน้ำมันได้อย่างเป็นธรรม
มาตรการนี้ใช้กับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถพยาบาลยังเติมได้ตามปกติ เพราะเป็นยานพาหนะที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน
อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนมองว่า วงเงิน 500 บาทอาจไม่พอ โดยเฉพาะรถกระบะหรือรถที่ใช้งานหนัก ซึ่งต้องใช้น้ำมันมากกว่าปกติ
รายละเอียดของมาตรการที่หลายปั๊มนำมาใช้ มีดังนี้
• เริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้
• ปรับได้ตามปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน
• สถานีบริการติดป้ายแจ้งชัดเจนหน้าปั๊ม
• รถขนาดใหญ่บางคันต้องกลับมาเติมซ้ำหลายรอบ
ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำชัด น้ำมันยังมีพอใช้
เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ วงศ์วิวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวด่วน โดยยืนยันว่าสถานการณ์น้ำมันในจังหวัดยังอยู่ในระดับปกติ และไม่มีภาวะขาดแคลนตามที่มีข่าวลือ
ผู้ว่าฯ ระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีน้ำมันสำรองในคลังเพียงพอต่อการใช้ อย่างน้อย 45 วัน พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ยังไม่มีการยืนยัน
ในเวลาใกล้กัน นายชัยวัฒน์ สุวรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หน่วยงานมีการตรวจสอบสต็อกน้ำมันทุกวัน และประสานกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่แล้ว เพื่อเร่งส่งน้ำมันเข้าเชียงรายเพิ่มทันที หากพบว่าปั๊มใดเริ่มมีปริมาณไม่พอ
ทั้งจังหวัดและสำนักงานพลังงานย้ำตรงกันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจนทำให้ขาดแคลน
ทำไมคนเชียงรายถึงแห่เติมน้ำมัน
สาเหตุของความตื่นตระหนกครั้งนี้ไม่ได้มาจากเรื่องเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่มาซ้อนกันในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างแรกคือข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยมีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต และมีบางโพสต์อ้างว่าน้ำมันกำลังจะหมดในหลายจังหวัด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันโลกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ขยับสูงขึ้น ทำให้คนยิ่งกังวลว่าอาจมีผลต่อปริมาณน้ำมันในประเทศ
นอกจากนี้ หลายคนยังจำเหตุการณ์น้ำมันแพงและหายากในปี 2556 ได้ดี เมื่อข่าวลือเริ่มกระจาย ความกลัวเก่าจึงกลับมาอีกครั้ง
อีกปัจจัยหนึ่งคือการสื่อสารของหน่วยงานรัฐอาจยังไปไม่ถึงพื้นที่ห่างไกลมากพอ ทำให้ประชาชนบางส่วนรับข้อมูลไม่ครบ และตัดสินใจจากสิ่งที่เห็นในโลกออนไลน์เป็นหลัก
ที่สำคัญ ยังมีการนำภาพคิวรถเก่า ๆ มาโพสต์ซ้ำ พร้อมระบุว่าเป็นภาพปัจจุบันในเชียงราย ยิ่งทำให้คนเชื่อว่าสถานการณ์กำลังหนักกว่าความจริง
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนแตกตื่น ได้แก่
• ข่าวลือในโซเชียลแพร่เร็วเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต
• ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
• หลายคนยังจำเหตุการณ์ขาดแคลนในอดีตได้
• ข้อมูลจากรัฐยังสื่อสารไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่
• มีการแชร์ภาพคิวเก่าแล้วอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ล่าสุด
ผลกระทบเริ่มชัด ทั้งชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น
การที่รถจำนวนมากออกไปต่อคิวเติมน้ำมันพร้อมกัน ทำให้หลายพื้นที่จราจรติดขัดหนัก และเริ่มกระทบต่อคนทำงาน คนเรียนหนังสือ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย
ชาวนาและพ่อค้าที่ต้องขนส่งผักผลไม้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเสียเวลารอเติมนาน ต้นทุนเดินทางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน นักเรียนและครูหลายคนไปโรงเรียนสาย เพราะรถติดบริเวณปั๊มและถนนสายหลัก
ภาคท่องเที่ยวก็เริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวอย่างภูเขาทองและดอยช้าง มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเลื่อนหรือยกเลิกทริป เพราะกังวลเรื่องการเดินทาง
ส่วนร้านค้าและตลาดนัดหลายแห่งมียอดขายลดลง เพราะพ่อค้าแม่ค้าบางรายเดินทางมาถึงช้ากว่าปกติ ทำให้เสียโอกาสทางการค้าในช่วงเช้า
หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 วัน ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดอาจเริ่มชะลอตัวชัดเจนมากขึ้น
นายสมชาย อายุ 48 ปี ชาวอำเภอพาน บอกว่า เขาต้องเดินทางเข้าอำเภอเมืองเพื่อทำงาน แต่เสียเวลาเกือบครึ่งวันเพราะคิวเติมน้ำมันยาวมาก
ด้านนางกานดา อายุ 35 ปี จากอำเภอแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า การจำกัดเติม 500 บาททำให้ต้องขับมาเติมสองรอบ เพราะรถกระบะของเธอใช้น้ำมันมากกว่ารถทั่วไป
ผลกระทบที่เห็นได้ชัด มีดังนี้
• เกษตรกรและพ่อค้าขนส่งเสียเวลาและต้นทุนเพิ่ม
• นักเรียนกับครูเดินทางล่าช้า เพราะรถติดหนัก
• ธุรกิจท่องเที่ยวบางแห่งโดนยกเลิกการเดินทาง
• ร้านค้าและตลาดนัดขายของได้น้อยลง
• เศรษฐกิจในจังหวัดเสี่ยงชะลอ หากเรื่องนี้ลากยาว
จังหวัดเร่งออกมาตรการระยะสั้น แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หลังสถานการณ์เริ่มบานปลาย จังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน เพื่อวางแนวทางรับมือทันที
ผลจากการประชุม มีมาตรการเร่งด่วนหลายข้อ เพื่อคลายความกังวลของประชาชน และลดโอกาสเกิดการแย่งเติมหรือกักตุน
มาตรการที่เตรียมดำเนินการ มีดังนี้
• เพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันจากคลังกลางเข้าเชียงรายอีกวันละ 20%
• ตั้งจุดตรวจสอบการกักตุนน้ำมันในสถานีหลัก
• เร่งสื่อสารผ่านวิทยุชุมชน โทรทัศน์ท้องถิ่น และเพจของจังหวัด
• เตรียมจุดเติมน้ำมันฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล 5 จุด
• ขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ปรับแผนการส่งสินค้า
มาตรการเหล่านี้มุ่งลดความตึงเครียดในระยะสั้น และทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางไม่ง่าย
สำนักงานพลังงานแนะประชาชน เติมเท่าที่จำเป็น และติดตามข้อมูลจากทางการ
สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ เพราะข่าวลือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวาย
หน่วยงานยังแนะนำให้ประชาชนเติมน้ำมันตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มถังทุกครั้ง เพราะการเติมเกินจำเป็นจะยิ่งทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ
สำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวทุกวัน สามารถเลือกใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้น้ำมันและช่วยให้ระบบกระจายน้ำมันกลับมาสมดุลเร็วขึ้น
แนวทางที่สำนักงานพลังงานแนะนำ มีดังนี้
• อย่าเชื่อข่าวลือที่ไม่มีที่มาชัดเจน
• เติมน้ำมันเท่าที่ต้องใช้ ไม่ต้องรีบกักตุน
• ติดตามประกาศจากเพจสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และเพจผู้ว่าราชการจังหวัด
• ใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน หากทำได้
• หากพบการกักตุน สามารถแจ้งสายด่วนพลังงาน 1414 ได้ทันที
สรุปสถานการณ์น้ำมันเชียงรายวันนี้
แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะยืนยันตรงกันว่าน้ำมันสำรองยังเพียงพอ แต่ความกังวลของประชาชนยังไม่ลดลงในทันที จึงเกิดภาพการต่อคิวยาวและมาตรการจำกัดการเติมในหลายปั๊ม
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพราะเมื่อข่าวลือแพร่เร็วในโซเชียล ความไม่มั่นใจก็ขยายตัวตามไปอย่างรวดเร็ว
หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน สถานการณ์นี้มีโอกาสคลี่คลายได้ในเวลาไม่นาน และชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนชัดว่า ในช่วงที่คนกำลังกังวล ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา มีผลอย่างมากต่อความสงบของสังคม โดยเฉพาะในจังหวัดที่การเดินทางและการขนส่งพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักอย่างเชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วุฒิสภาห่วงเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง กระทบความปลอดภัยผู้ป่วยในเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ







