Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายโกลาหล! ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน บางปั๊มจำกัดการซื้อน้ำมันเพียง 500 บาท

เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง…

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายโกลาหล! ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน บางปั๊มจำกัดการซื้อน้ำมันเพียง 500 บาท

เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง บางสถานีต้องออกมาตรการจำกัดการเติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เพื่อลดการกักตุนและกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง

แม้ยาบ้าอีกราย">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะออกมาย้ำชัดว่าน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่คลายกังวล จึงเกิดภาพคิวยาวตามสถานีบริการหลายจุด และเริ่มกระทบต่อการเดินทาง การทำงาน รวมถึงการขนส่งสินค้าในพื้นที่

คิวรถแน่นหลายอำเภอ ตั้งแต่เช้ามืด

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ พบว่า สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในอำเภอเมืองเชียงราย มีรถยนต์ รถตู้ และรถจักรยานยนต์เข้าคิวตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. แถวยาวเกิน 300 เมตร บางคันใช้เวลารอนานกว่า 2 ชั่วโมง

บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความกังวล หลายคนยืนรอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บางรายโทรศัพท์สอบถามคนในครอบครัวเรื่องข่าวน้ำมันจะหมด ขณะที่บางคนเลือกเติมเต็มถังไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะหาน้ำมันไม่ได้ในภายหลัง

พื้นที่อื่นก็มีภาพคล้ายกัน ทั้งปั๊ม PT และ PTT ในอำเภอแม่จัน อำเภอพาน และอำเภอเชียงของ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ต้องเสียเวลารอเติมนานขึ้น ทำให้การขนส่งผัก ผลไม้ และข้าวจากหลายพื้นที่ล่าช้าตามไปด้วย

สถานการณ์ที่พบในหลายจุด มีดังนี้

• รถยนต์ส่วนบุคคลใช้เวลารอเฉลี่ยราว 40 ถึง 60 นาที
• รถจักรยานยนต์บางคันพยายามแทรกคิวเพื่อเติมให้เร็วขึ้น
• ผู้ขับขี่บางรายเติมเกินกว่าปกติเพราะต้องการสำรองไว้
• ปั๊มน้ำมันใกล้ตลาดเชียงรายมีรถหนาแน่นมากเป็นพิเศษ

หลายปั๊มคุมการเติม ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน

เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของสถานีบริการหลายแห่งจึงประกาศจำกัดวงเงินเติมน้ำมันทันที โดยให้รถทั่วไปเติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน

นายสมศักดิ์ ผู้จัดการสถานี ปตท. แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงราย กล่าวว่า ทางปั๊มต้องการป้องกันไม่ให้บางคนเติมเกินความจำเป็น จนคนอื่นไม่มีน้ำมันใช้ จึงต้องใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงน้ำมันได้อย่างเป็นธรรม

มาตรการนี้ใช้กับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถพยาบาลยังเติมได้ตามปกติ เพราะเป็นยานพาหนะที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนมองว่า วงเงิน 500 บาทอาจไม่พอ โดยเฉพาะรถกระบะหรือรถที่ใช้งานหนัก ซึ่งต้องใช้น้ำมันมากกว่าปกติ

รายละเอียดของมาตรการที่หลายปั๊มนำมาใช้ มีดังนี้

• เริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้
• ปรับได้ตามปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน
• สถานีบริการติดป้ายแจ้งชัดเจนหน้าปั๊ม
• รถขนาดใหญ่บางคันต้องกลับมาเติมซ้ำหลายรอบ

ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำชัด น้ำมันยังมีพอใช้

เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ วงศ์วิวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวด่วน โดยยืนยันว่าสถานการณ์น้ำมันในจังหวัดยังอยู่ในระดับปกติ และไม่มีภาวะขาดแคลนตามที่มีข่าวลือ

ผู้ว่าฯ ระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีน้ำมันสำรองในคลังเพียงพอต่อการใช้ อย่างน้อย 45 วัน พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ยังไม่มีการยืนยัน

ในเวลาใกล้กัน นายชัยวัฒน์ สุวรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หน่วยงานมีการตรวจสอบสต็อกน้ำมันทุกวัน และประสานกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่แล้ว เพื่อเร่งส่งน้ำมันเข้าเชียงรายเพิ่มทันที หากพบว่าปั๊มใดเริ่มมีปริมาณไม่พอ

ทั้งจังหวัดและสำนักงานพลังงานย้ำตรงกันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจนทำให้ขาดแคลน

ทำไมคนเชียงรายถึงแห่เติมน้ำมัน

สาเหตุของความตื่นตระหนกครั้งนี้ไม่ได้มาจากเรื่องเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่มาซ้อนกันในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างแรกคือข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยมีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต และมีบางโพสต์อ้างว่าน้ำมันกำลังจะหมดในหลายจังหวัด

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันโลกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ขยับสูงขึ้น ทำให้คนยิ่งกังวลว่าอาจมีผลต่อปริมาณน้ำมันในประเทศ

นอกจากนี้ หลายคนยังจำเหตุการณ์น้ำมันแพงและหายากในปี 2556 ได้ดี เมื่อข่าวลือเริ่มกระจาย ความกลัวเก่าจึงกลับมาอีกครั้ง

อีกปัจจัยหนึ่งคือการสื่อสารของหน่วยงานรัฐอาจยังไปไม่ถึงพื้นที่ห่างไกลมากพอ ทำให้ประชาชนบางส่วนรับข้อมูลไม่ครบ และตัดสินใจจากสิ่งที่เห็นในโลกออนไลน์เป็นหลัก

ที่สำคัญ ยังมีการนำภาพคิวรถเก่า ๆ มาโพสต์ซ้ำ พร้อมระบุว่าเป็นภาพปัจจุบันในเชียงราย ยิ่งทำให้คนเชื่อว่าสถานการณ์กำลังหนักกว่าความจริง

ปัจจัยหลักที่ทำให้คนแตกตื่น ได้แก่

• ข่าวลือในโซเชียลแพร่เร็วเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต
• ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
• หลายคนยังจำเหตุการณ์ขาดแคลนในอดีตได้
• ข้อมูลจากรัฐยังสื่อสารไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่
• มีการแชร์ภาพคิวเก่าแล้วอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ล่าสุด

ผลกระทบเริ่มชัด ทั้งชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น

การที่รถจำนวนมากออกไปต่อคิวเติมน้ำมันพร้อมกัน ทำให้หลายพื้นที่จราจรติดขัดหนัก และเริ่มกระทบต่อคนทำงาน คนเรียนหนังสือ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย

ชาวนาและพ่อค้าที่ต้องขนส่งผักผลไม้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเสียเวลารอเติมนาน ต้นทุนเดินทางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน นักเรียนและครูหลายคนไปโรงเรียนสาย เพราะรถติดบริเวณปั๊มและถนนสายหลัก

ภาคท่องเที่ยวก็เริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวอย่างภูเขาทองและดอยช้าง มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเลื่อนหรือยกเลิกทริป เพราะกังวลเรื่องการเดินทาง

ส่วนร้านค้าและตลาดนัดหลายแห่งมียอดขายลดลง เพราะพ่อค้าแม่ค้าบางรายเดินทางมาถึงช้ากว่าปกติ ทำให้เสียโอกาสทางการค้าในช่วงเช้า

หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 วัน ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดอาจเริ่มชะลอตัวชัดเจนมากขึ้น

นายสมชาย อายุ 48 ปี ชาวอำเภอพาน บอกว่า เขาต้องเดินทางเข้าอำเภอเมืองเพื่อทำงาน แต่เสียเวลาเกือบครึ่งวันเพราะคิวเติมน้ำมันยาวมาก

ด้านนางกานดา อายุ 35 ปี จากอำเภอแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า การจำกัดเติม 500 บาททำให้ต้องขับมาเติมสองรอบ เพราะรถกระบะของเธอใช้น้ำมันมากกว่ารถทั่วไป

ผลกระทบที่เห็นได้ชัด มีดังนี้

• เกษตรกรและพ่อค้าขนส่งเสียเวลาและต้นทุนเพิ่ม
• นักเรียนกับครูเดินทางล่าช้า เพราะรถติดหนัก
• ธุรกิจท่องเที่ยวบางแห่งโดนยกเลิกการเดินทาง
• ร้านค้าและตลาดนัดขายของได้น้อยลง
• เศรษฐกิจในจังหวัดเสี่ยงชะลอ หากเรื่องนี้ลากยาว

จังหวัดเร่งออกมาตรการระยะสั้น แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

หลังสถานการณ์เริ่มบานปลาย จังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน เพื่อวางแนวทางรับมือทันที

ผลจากการประชุม มีมาตรการเร่งด่วนหลายข้อ เพื่อคลายความกังวลของประชาชน และลดโอกาสเกิดการแย่งเติมหรือกักตุน

มาตรการที่เตรียมดำเนินการ มีดังนี้

• เพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันจากคลังกลางเข้าเชียงรายอีกวันละ 20%
• ตั้งจุดตรวจสอบการกักตุนน้ำมันในสถานีหลัก
• เร่งสื่อสารผ่านวิทยุชุมชน โทรทัศน์ท้องถิ่น และเพจของจังหวัด
• เตรียมจุดเติมน้ำมันฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล 5 จุด
• ขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ปรับแผนการส่งสินค้า

มาตรการเหล่านี้มุ่งลดความตึงเครียดในระยะสั้น และทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางไม่ง่าย

สำนักงานพลังงานแนะประชาชน เติมเท่าที่จำเป็น และติดตามข้อมูลจากทางการ

สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ เพราะข่าวลือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวาย

หน่วยงานยังแนะนำให้ประชาชนเติมน้ำมันตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มถังทุกครั้ง เพราะการเติมเกินจำเป็นจะยิ่งทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ

สำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวทุกวัน สามารถเลือกใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้น้ำมันและช่วยให้ระบบกระจายน้ำมันกลับมาสมดุลเร็วขึ้น

แนวทางที่สำนักงานพลังงานแนะนำ มีดังนี้

• อย่าเชื่อข่าวลือที่ไม่มีที่มาชัดเจน
• เติมน้ำมันเท่าที่ต้องใช้ ไม่ต้องรีบกักตุน
• ติดตามประกาศจากเพจสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และเพจผู้ว่าราชการจังหวัด
• ใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน หากทำได้
• หากพบการกักตุน สามารถแจ้งสายด่วนพลังงาน 1414 ได้ทันที

สรุปสถานการณ์น้ำมันเชียงรายวันนี้

แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะยืนยันตรงกันว่าน้ำมันสำรองยังเพียงพอ แต่ความกังวลของประชาชนยังไม่ลดลงในทันที จึงเกิดภาพการต่อคิวยาวและมาตรการจำกัดการเติมในหลายปั๊ม

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพราะเมื่อข่าวลือแพร่เร็วในโซเชียล ความไม่มั่นใจก็ขยายตัวตามไปอย่างรวดเร็ว

หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน สถานการณ์นี้มีโอกาสคลี่คลายได้ในเวลาไม่นาน และชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนชัดว่า ในช่วงที่คนกำลังกังวล ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา มีผลอย่างมากต่อความสงบของสังคม โดยเฉพาะในจังหวัดที่การเดินทางและการขนส่งพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักอย่างเชียงราย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

วุฒิสภาห่วงเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง กระทบความปลอดภัยผู้ป่วยในเชียงราย

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending