เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายโกลาหล! ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน บางปั๊มจำกัดการซื้อน้ำมันเพียง 500 บาท
เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง…
เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง บางสถานีต้องออกมาตรการจำกัดการเติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เพื่อลดการกักตุนและกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง
แม้ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะออกมาย้ำชัดว่าน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่คลายกังวล จึงเกิดภาพคิวยาวตามสถานีบริการหลายจุด และเริ่มกระทบต่อการเดินทาง การทำงาน รวมถึงการขนส่งสินค้าในพื้นที่
คิวรถแน่นหลายอำเภอ ตั้งแต่เช้ามืด
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ พบว่า สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในอำเภอเมืองเชียงราย มีรถยนต์ รถตู้ และรถจักรยานยนต์เข้าคิวตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. แถวยาวเกิน 300 เมตร บางคันใช้เวลารอนานกว่า 2 ชั่วโมง
บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความกังวล หลายคนยืนรอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บางรายโทรศัพท์สอบถามคนในครอบครัวเรื่องข่าวน้ำมันจะหมด ขณะที่บางคนเลือกเติมเต็มถังไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะหาน้ำมันไม่ได้ในภายหลัง
พื้นที่อื่นก็มีภาพคล้ายกัน ทั้งปั๊ม PT และ PTT ในอำเภอแม่จัน อำเภอพาน และอำเภอเชียงของ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ต้องเสียเวลารอเติมนานขึ้น ทำให้การขนส่งผัก ผลไม้ และข้าวจากหลายพื้นที่ล่าช้าตามไปด้วย
สถานการณ์ที่พบในหลายจุด มีดังนี้
• รถยนต์ส่วนบุคคลใช้เวลารอเฉลี่ยราว 40 ถึง 60 นาที
• รถจักรยานยนต์บางคันพยายามแทรกคิวเพื่อเติมให้เร็วขึ้น
• ผู้ขับขี่บางรายเติมเกินกว่าปกติเพราะต้องการสำรองไว้
• ปั๊มน้ำมันใกล้ตลาดเชียงรายมีรถหนาแน่นมากเป็นพิเศษ
หลายปั๊มคุมการเติม ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน
เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของสถานีบริการหลายแห่งจึงประกาศจำกัดวงเงินเติมน้ำมันทันที โดยให้รถทั่วไปเติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน
นายสมศักดิ์ ผู้จัดการสถานี ปตท. แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงราย กล่าวว่า ทางปั๊มต้องการป้องกันไม่ให้บางคนเติมเกินความจำเป็น จนคนอื่นไม่มีน้ำมันใช้ จึงต้องใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงน้ำมันได้อย่างเป็นธรรม
มาตรการนี้ใช้กับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถพยาบาลยังเติมได้ตามปกติ เพราะเป็นยานพาหนะที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน
อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนมองว่า วงเงิน 500 บาทอาจไม่พอ โดยเฉพาะรถกระบะหรือรถที่ใช้งานหนัก ซึ่งต้องใช้น้ำมันมากกว่าปกติ
รายละเอียดของมาตรการที่หลายปั๊มนำมาใช้ มีดังนี้
• เริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้
• ปรับได้ตามปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน
• สถานีบริการติดป้ายแจ้งชัดเจนหน้าปั๊ม
• รถขนาดใหญ่บางคันต้องกลับมาเติมซ้ำหลายรอบ
ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำชัด น้ำมันยังมีพอใช้
เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ วงศ์วิวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวด่วน โดยยืนยันว่าสถานการณ์น้ำมันในจังหวัดยังอยู่ในระดับปกติ และไม่มีภาวะขาดแคลนตามที่มีข่าวลือ
ผู้ว่าฯ ระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีน้ำมันสำรองในคลังเพียงพอต่อการใช้ อย่างน้อย 45 วัน พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ยังไม่มีการยืนยัน
ในเวลาใกล้กัน นายชัยวัฒน์ สุวรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หน่วยงานมีการตรวจสอบสต็อกน้ำมันทุกวัน และประสานกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่แล้ว เพื่อเร่งส่งน้ำมันเข้าเชียงรายเพิ่มทันที หากพบว่าปั๊มใดเริ่มมีปริมาณไม่พอ
ทั้งจังหวัดและสำนักงานพลังงานย้ำตรงกันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจนทำให้ขาดแคลน
ทำไมคนเชียงรายถึงแห่เติมน้ำมัน
สาเหตุของความตื่นตระหนกครั้งนี้ไม่ได้มาจากเรื่องเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่มาซ้อนกันในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างแรกคือข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยมีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต และมีบางโพสต์อ้างว่าน้ำมันกำลังจะหมดในหลายจังหวัด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันโลกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ขยับสูงขึ้น ทำให้คนยิ่งกังวลว่าอาจมีผลต่อปริมาณน้ำมันในประเทศ
นอกจากนี้ หลายคนยังจำเหตุการณ์น้ำมันแพงและหายากในปี 2556 ได้ดี เมื่อข่าวลือเริ่มกระจาย ความกลัวเก่าจึงกลับมาอีกครั้ง
อีกปัจจัยหนึ่งคือการสื่อสารของหน่วยงานรัฐอาจยังไปไม่ถึงพื้นที่ห่างไกลมากพอ ทำให้ประชาชนบางส่วนรับข้อมูลไม่ครบ และตัดสินใจจากสิ่งที่เห็นในโลกออนไลน์เป็นหลัก
ที่สำคัญ ยังมีการนำภาพคิวรถเก่า ๆ มาโพสต์ซ้ำ พร้อมระบุว่าเป็นภาพปัจจุบันในเชียงราย ยิ่งทำให้คนเชื่อว่าสถานการณ์กำลังหนักกว่าความจริง
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนแตกตื่น ได้แก่
• ข่าวลือในโซเชียลแพร่เร็วเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต
• ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
• หลายคนยังจำเหตุการณ์ขาดแคลนในอดีตได้
• ข้อมูลจากรัฐยังสื่อสารไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่
• มีการแชร์ภาพคิวเก่าแล้วอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ล่าสุด
ผลกระทบเริ่มชัด ทั้งชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น
การที่รถจำนวนมากออกไปต่อคิวเติมน้ำมันพร้อมกัน ทำให้หลายพื้นที่จราจรติดขัดหนัก และเริ่มกระทบต่อคนทำงาน คนเรียนหนังสือ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย
ชาวนาและพ่อค้าที่ต้องขนส่งผักผลไม้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเสียเวลารอเติมนาน ต้นทุนเดินทางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน นักเรียนและครูหลายคนไปโรงเรียนสาย เพราะรถติดบริเวณปั๊มและถนนสายหลัก
ภาคท่องเที่ยวก็เริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวอย่างภูเขาทองและดอยช้าง มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเลื่อนหรือยกเลิกทริป เพราะกังวลเรื่องการเดินทาง
ส่วนร้านค้าและตลาดนัดหลายแห่งมียอดขายลดลง เพราะพ่อค้าแม่ค้าบางรายเดินทางมาถึงช้ากว่าปกติ ทำให้เสียโอกาสทางการค้าในช่วงเช้า
หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 วัน ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดอาจเริ่มชะลอตัวชัดเจนมากขึ้น
นายสมชาย อายุ 48 ปี ชาวอำเภอพาน บอกว่า เขาต้องเดินทางเข้าอำเภอเมืองเพื่อทำงาน แต่เสียเวลาเกือบครึ่งวันเพราะคิวเติมน้ำมันยาวมาก
ด้านนางกานดา อายุ 35 ปี จากอำเภอแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า การจำกัดเติม 500 บาททำให้ต้องขับมาเติมสองรอบ เพราะรถกระบะของเธอใช้น้ำมันมากกว่ารถทั่วไป
ผลกระทบที่เห็นได้ชัด มีดังนี้
• เกษตรกรและพ่อค้าขนส่งเสียเวลาและต้นทุนเพิ่ม
• นักเรียนกับครูเดินทางล่าช้า เพราะรถติดหนัก
• ธุรกิจท่องเที่ยวบางแห่งโดนยกเลิกการเดินทาง
• ร้านค้าและตลาดนัดขายของได้น้อยลง
• เศรษฐกิจในจังหวัดเสี่ยงชะลอ หากเรื่องนี้ลากยาว
จังหวัดเร่งออกมาตรการระยะสั้น แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หลังสถานการณ์เริ่มบานปลาย จังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน เพื่อวางแนวทางรับมือทันที
ผลจากการประชุม มีมาตรการเร่งด่วนหลายข้อ เพื่อคลายความกังวลของประชาชน และลดโอกาสเกิดการแย่งเติมหรือกักตุน
มาตรการที่เตรียมดำเนินการ มีดังนี้
• เพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันจากคลังกลางเข้าเชียงรายอีกวันละ 20%
• ตั้งจุดตรวจสอบการกักตุนน้ำมันในสถานีหลัก
• เร่งสื่อสารผ่านวิทยุชุมชน โทรทัศน์ท้องถิ่น และเพจของจังหวัด
• เตรียมจุดเติมน้ำมันฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล 5 จุด
• ขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ปรับแผนการส่งสินค้า
มาตรการเหล่านี้มุ่งลดความตึงเครียดในระยะสั้น และทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางไม่ง่าย
สำนักงานพลังงานแนะประชาชน เติมเท่าที่จำเป็น และติดตามข้อมูลจากทางการ
สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ เพราะข่าวลือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวาย
หน่วยงานยังแนะนำให้ประชาชนเติมน้ำมันตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มถังทุกครั้ง เพราะการเติมเกินจำเป็นจะยิ่งทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ
สำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวทุกวัน สามารถเลือกใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้น้ำมันและช่วยให้ระบบกระจายน้ำมันกลับมาสมดุลเร็วขึ้น
แนวทางที่สำนักงานพลังงานแนะนำ มีดังนี้
• อย่าเชื่อข่าวลือที่ไม่มีที่มาชัดเจน
• เติมน้ำมันเท่าที่ต้องใช้ ไม่ต้องรีบกักตุน
• ติดตามประกาศจากเพจสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และเพจผู้ว่าราชการจังหวัด
• ใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน หากทำได้
• หากพบการกักตุน สามารถแจ้งสายด่วนพลังงาน 1414 ได้ทันที
สรุปสถานการณ์น้ำมันเชียงรายวันนี้
แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะยืนยันตรงกันว่าน้ำมันสำรองยังเพียงพอ แต่ความกังวลของประชาชนยังไม่ลดลงในทันที จึงเกิดภาพการต่อคิวยาวและมาตรการจำกัดการเติมในหลายปั๊ม
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพราะเมื่อข่าวลือแพร่เร็วในโซเชียล ความไม่มั่นใจก็ขยายตัวตามไปอย่างรวดเร็ว
หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน สถานการณ์นี้มีโอกาสคลี่คลายได้ในเวลาไม่นาน และชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนชัดว่า ในช่วงที่คนกำลังกังวล ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา มีผลอย่างมากต่อความสงบของสังคม โดยเฉพาะในจังหวัดที่การเดินทางและการขนส่งพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักอย่างเชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วุฒิสภาห่วงเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง กระทบความปลอดภัยผู้ป่วยในเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

