เสือโคร่งดุร้ายออกอาละวาดทำร้ายชาวบ้านและฆ่าปศุสัตว์ในจังหวัดกำแพงเพชร

ข่าวระดับชาติ - National

เสือโคร่งดุร้ายออกอาละวาดทำร้ายชาวบ้านและฆ่าปศุสัตว์ในจังหวัดกำแพงเพชร

Published

on

กำแพงเพชร – ชาวบ้านหมู่บ้าน 5 บ้านตากฟ้า ตำบลปางตาหวาย อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร กำลังหวาดกลัวหลังจากพบเห็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่ามาจากอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ เดินเตร่ใกล้ชุมชนของพวกเขาเป็นเวลาประมาณ 3-4 วัน

เหตุที่ทำให้ชาวบ้านยิ่งไม่สบายใจเกิดขึ้นช่วงกลางคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ราว 22.00 น. เมื่อเสือโคร่งบุกเข้าคอกหมูป่าของชาวบ้าน กัดขย้ำแม่หมูป่าจนตาย แล้วคาบลูกหมูไป 1 ตัว ก่อนจะหายเข้าไปในความมืด จากนั้นช่วงประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 1 มีนาคม เสือตัวเดิมย้อนกลับมาอีกครั้ง และลากซากแม่หมูน้ำหนักราว 80 กิโลกรัมออกจากคอก เข้าไปในป่าอ้อยใกล้บ้าน สร้างความตื่นกลัวไปทั่วพื้นที่

บริเวณคอกหมูหลังบ้านพบร่องรอยชัดเจน ทั้งประตูคอกเสียหาย คราบเลือดกระจาย และรอยเท้าเสือขนาดใหญ่ที่มุ่งหน้าไปทางป่าอ้อยใกล้เคียง ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเสือยังไม่ไปไหนไกล และอาจซุ่มอยู่แถวจุดที่ลากซากเข้าไป

เจ้าของคอกเล่าว่า ตอนเกิดเหตุเขานอนเฝ้าคอกอยู่ใกล้ๆ พอได้ยินเสียงหมูร้องแรงผิดปกติจึงรีบออกไปดู แล้วเห็นเสือโคร่งกำลังกัดแม่หมูป่าอยู่ เมื่อเสือเจอแสงไฟและคนก็สะดุ้งหนีไป ทิ้งให้แม่หมูบาดเจ็บหนักและตายในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุ หลายครอบครัวยังเชื่อว่าเสือโคร่งตัวนี้ยังอยู่ละแวกเดิม เพราะพบรอยเท้าและร่องรอยการเดินวนใกล้ชุมชนเป็นระยะ บางคนมองว่าเสืออาจเฝ้าซากที่ลากเข้าไปในป่าอ้อย แล้วรอกลับมากินส่วนที่เหลือให้หมด

ขณะเดียวกัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านเริ่มเพิ่มการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะคอกควายที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ หลายคนต้องผลัดกันเฝ้าตอนกลางคืน และจุดไฟให้มีแสงสว่างตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะยังไม่มั่นใจว่าปลอดภัย

จากการประเมินของชาวบ้านที่ติดตามรอยเท้าและเส้นทางที่คาดว่าเสือใช้เดิน เสือโคร่งตัวนี้น่าจะมีลำตัวยาวเกือบ 2 เมตร และสูงราว 1 เมตร จึงเป็นสัตว์ป่าที่เสี่ยงอันตรายหากเข้าใกล้คนหรือเข้าไปในคอกสัตว์อีก

ทางท้องถิ่นและหน่วยงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ วางกำลังลาดตระเวนรอบหมู่บ้าน พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านตอนกลางคืนลำพัง

เบื้องต้นมีการคาดว่าเสืออาจเป็นเสือรุ่นใหม่ที่ขยายพื้นที่หากินออกนอกเขตป่า เจ้าหน้าที่จึงติดตั้งกล้องดักถ่ายและตรวจรอยเท้า เพื่อช่วยยืนยันตัวตนและประเมินพฤติกรรม จากนั้นจะวางแผนผลักดันเสือให้กลับเข้าสู่ป่าลึกให้เร็วที่สุด

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

 

Trending

Exit mobile version