ข่าวระดับชาติ - National

เรื่องน่าเศร้า! ช้างป่าโจมตีและฆ่านักท่องเที่ยววัย 69 ปี ที่แคมป์ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

Published

on

นครราชสีมา – เหตุการณ์น่าเศร้าเกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อนักท่องเที่ยวชายอายุ 69 ปี ถูกช้างป่าตัวผู้ขนาดใหญ่ทำร้ายจนเสียชีวิต ณ บริเวณค่ายพักแรมสถานีเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานเขาใหญ่ 4 (คลองปลากัง) ตำบลวังหมี่ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (รายงานวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2569) ระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายจิรัฐชัย จิรพัฒน์บุญญาธร อายุ 69 ปี ชาวตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมภรรยา และกางเต็นท์พักค้างคืนในจุดเกิดเหตุ

ช่วงเวลาประมาณ 05.30-06.00 น. นายจิรัฐชัยตื่นมาออกกำลังกายใกล้เต็นท์ ห่างจากจุดพักราว 20 เมตร จากนั้นได้เผชิญหน้ากับช้างป่าเพศผู้ตัวใหญ่ที่อยู่ในช่วง ตกมัน ช้างใช้งวงจับและฟาดร่างลงพื้น ก่อนกระทืบซ้ำอย่างรุนแรง ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ภรรยาของผู้เสียชีวิตวิ่งหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าตรวจสอบ และสามารถผลักดันช้างให้ออกห่างจากบริเวณลานกางเต็นท์ได้

ช้างที่ก่อเหตุถูกระบุว่าเป็นพลายอ้อยหวาน (มีการเรียกชื่อว่า พลายอ้อยหวาน ) ซึ่งเป็นช้างป่าที่เจ้าหน้าที่และคนในพื้นที่รู้จักกันดี เพราะมักออกมาหากินใกล้ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง อุทยานเคยเฝ้าระวังและเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีประวัติทำร้ายคนจนเสียชีวิตมาแล้ว 2 ราย ทำให้เหตุครั้งนี้กลายเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ที่เชื่อมโยงกับช้างตัวเดียวกัน

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง ยืนยันข้อมูลดังกล่าว พร้อมระบุว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมที่ยังตรวจสอบยืนยันตัวตนไม่ได้ในขณะนั้น

ด้านกรมอุทยานฯ เร่งดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ประสานแจ้งญาติ และตรวจพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด และบริเวณลานกางเต็นท์ที่สัตว์ป่าอาจออกหากิน

ประวัติเหตุช้างป่าเขาใหญ่ทำร้ายคน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดความสูญเสีย

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นถิ่นอาศัยสำคัญของช้างป่าไทย และเคยมีเหตุช้างป่าก่อความรุนแรงหลายครั้ง แม้หลายเหตุจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็สะท้อนความเสี่ยงที่มากขึ้นในจุดท่องเที่ยวและเส้นทางสัญจร

ในอดีตมีรายงานช้างทำร้ายยานพาหนะและไล่คนในพื้นที่ เช่น ปี 2558 เคยเกิดเหตุช้างกระทืบรถยนต์และไล่ล่าผู้คนหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูผสมพันธุ์ที่ช้างเพศผู้มีแนวโน้มก้าวร้าวมากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลช่วงปี 2555-2567 ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทั่วประเทศมากกว่า 227 ราย และบาดเจ็บ 203 ราย โดยปี 2567 ปีเดียวมีผู้เสียชีวิต 39 รายจากกรณีช้างออกนอกพื้นที่

ถิ่นอาศัยถูกบีบ แกนหลักของความขัดแย้งคนกับช้างป่า

ต้นตอสำคัญคือพื้นที่ป่าถูกใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง ทั้งการขยายเกษตรกรรม ชุมชน และการท่องเที่ยว ทำให้ป่าต้นน้ำถูกตัดขาดเป็นหย่อมๆ เมื่อแหล่งอาหารและทางเดินตามธรรมชาติลดลง ช้างจึงออกมาหากินนอกเขตคุ้มครองถี่กว่าเดิม

ในเขาใหญ่และพื้นที่รอบๆ ช้างจำนวนมากต้องข้ามถนนและแนวชุมชนเพื่อไปหาอาหารและน้ำ จึงเพิ่มโอกาสปะทะกับคน และทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุรุนแรงได้ง่ายขึ้น

จำนวนช้างป่าเพิ่มเร็ว จาก 334 เป็นเกือบ 800 ตัว

ความสำเร็จด้านการอนุรักษ์ทำให้จำนวนช้างป่าในไทยเพิ่มขึ้นมาก จาก 334 ตัวในปี 2558 เป็นเกือบ 800 ตัวในปี 2568 (ข้อมูลกรมอุทยานฯ) บางพื้นที่อย่างป่าเขตตะวันออกมีอัตราเกิดสูงถึง 8.2% ต่อปี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งประเทศราว 3% การเพิ่มขึ้นที่เร็วเกินกำลังรองรับของป่าที่เหลืออยู่ ทำให้ช้างขาดแคลนอาหารและน้ำ และออกนอกพื้นที่บ่อยขึ้น

เพื่อหาทางลดแรงกดดันในระยะยาว กรมอุทยานฯ เริ่มทดลองโครงการ วัคซีนคุมกำเนิด สำหรับช้างป่าเพศเมีย โดยไม่ใช้การทำหมันหรือผ่าตัด แต่เป็นการฉีดวัคซีนที่มีฤทธิ์นาน 7 ปี ปี 2569 เริ่มนำร่องฉีดให้ช้างเพศเมียที่เคยมีลูกแล้ว 20 ตัว และทดลองในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดตราด โดยฉีดให้ 3 ตัวแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ข้อมูลการทดสอบในช้างเชลยก่อนหน้านี้ระบุว่าปลอดภัย และไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง โครงการนี้คาดว่าจะช่วยควบคุมอัตราการเกิด ลดความกดดันต่อป่า และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในระยะยาว

เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำว่าการท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติต้องระวังมากขึ้น ควรทำตามกฎอุทยานอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงเข้าใกล้สัตว์ป่า และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบช้างใกล้จุดพักหรือบริเวณลานกางเต็นท์

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

อังสนาช้างเผือก นักร้องชื่อดังแห่งยุค 80 เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด

 

 

Trending

Exit mobile version