เชียงราย - Chiang Rai News
ปรับปรุงการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่แสบ” เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย – กรมชลประทานกำลังทบทวนแผนแก้ไขปัญหาน้ำในลุ่มน้ำแม่คำ หลังจากที่อำเภอแม่จันและอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลันเป็นเวลานาน
ในครั้งนี้ แนวทางแก้ไขจะถูกปรับเปลี่ยน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงแบบก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำแม่คำเผชิญความเสียหายซ้ำ ทั้งต่อผลผลิตทางการเกษตร รายได้ครัวเรือน และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน กรมชลประทานจึงเดินหน้าโครงการ “อ่างเก็บน้ำแม่แสลบ” ในฐานะแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญ และเป็นตัวอย่างการจัดการน้ำที่ให้ความสำคัญกับเสียงของคนพื้นที่ เพื่อลดความขัดแย้งและหาทางออกที่อยู่ร่วมกันได้
พรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน อธิบายว่า จุดเริ่มมาจากความเดือดร้อนของชาวแม่จันที่เจอน้ำแล้งและน้ำท่วมรุนแรงขึ้นทุกปี กรมชลประทานเริ่มศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำตั้งแต่ปี 2563 เดิมมีแนวคิดทำอ่างเดียว ความจุราว 142 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบกินวงกว้างไปถึงชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จึงเกิดความกังวลและความไม่เข้าใจกัน
หลังจากนั้น กรมชลประทานจึงกลับมาปรับแผน โดยเปิดกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแก้แบบให้แยกเป็น 2 อ่าง ได้แก่ “อ่างเก็บน้ำแม่คำ” และ “อ่างเก็บน้ำแม่แสลบ” ทำให้ความจุรวมอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร เป้าหมายคือ ลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่ต้องเสียสละ และทำให้โครงการเดินหน้าได้บนความเข้าใจร่วมกัน
เพื่อให้ชุมชนเห็นภาพมากขึ้น หน่วยงานยังพากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปดูงาน “อ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง” อำเภอแม่สรวย ซึ่งเคยมีความขัดแย้งคล้ายกันมาก่อน แต่คลี่คลายได้ด้วยรูปแบบการมีส่วนร่วมแบบชลประทานท้องถิ่น จนเกิดฉันทมติและก่อสร้างได้สำเร็จ อีกทั้งได้รับรางวัลเลิศรัฐ ปี 2565
สมเพชร จือเปาะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบยังไม่มั่นใจเรื่องเงินชดเชย แต่เมื่อมีเวทีพูดคุยมากขึ้น และได้ไปดูงานพื้นที่จริง ชาวบ้านก็เริ่มสบายใจ และหวังว่าจะได้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่แสลบเพื่อทำเกษตรในอนาคต
ฝั่งผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำแม่คำก็สะท้อนปัญหาชัดเจน ผาย วงศ์ฟั่น ประธานเหมืองฝายผาม้า บอกว่า ทุกเดือนมีนาคมมักเกิดการแย่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างหนัก แต่พอเข้าฤดูฝนกลับเจอน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ขยะและตะกอนดินถูกพัดมาทับถมในเหมืองฝาย ทำให้แม่น้ำคำตื้นเขิน ต้องขุดลอกแทบทุกปี เขาจึงอยากเห็นอ่างเก็บน้ำแม่แสลบเกิดขึ้น เพื่อช่วยผ่อนแรงให้เกษตรกรและชุมชน
ด้าน สมหวัง นารินคำ ประธานกรรมการฝายกล้วยคำ มองว่า โครงการนี้จะช่วยชุมชนท้ายน้ำได้มาก เพราะเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนและช่วยหน่วงน้ำหลาก ที่ผ่านมาหลายหมู่บ้านต้นน้ำทำพนังกั้นน้ำริมตลิ่ง ส่งผลให้ท้ายน้ำท่วมเร็วและท่วมหนักกว่าเดิม ช่วงน้ำหลากบางพื้นที่โดนน้ำสูงกว่า 1-2 เมตรเป็นประจำ แต่หน้าแล้งน้ำกลับไหลมาไม่ถึง ทำให้ข้าวยืนต้นตาย พอฝนมา ข้าวนาปีก็เสี่ยงเสียหายจากน้ำท่วมอีก เขาจึงอยากให้โครงการเดินหน้าโดยเร็ว
ด้านงานออกแบบ พิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ระบุว่า อ่างเก็บน้ำแม่แสลบอยู่ระหว่างจัดทำแบบต้นร่างรายละเอียด (Draft Detail Design) งานสำรวจและออกแบบเดินตามแผน และตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
ส่วนมาตรฐานความปลอดภัย กรมชลประทานนำมาตรฐานการออกแบบเขื่อนต้านแผ่นดินไหว พ.ศ. 2568 มาใช้ ซึ่งเป็นแนวทางระดับสากล มีการจำลองพฤติกรรมเขื่อนด้วยคอมพิวเตอร์ โดยอ้างอิงค่าความสั่นสะเทือนของรอยเลื่อนแม่จันและรอยเลื่อนใกล้เคียง เพื่อออกแบบเขื่อนชนิดหินทิ้งแกนดินเหนียวให้ปลอดภัยสูง รองรับแรงสั่นไหวได้ถึงระดับ 7 แมกนิจูด ซึ่งสูงกว่าระดับเหตุแผ่นดินไหวในเชียงรายครั้งที่ผ่านมา
เรื่องที่ดินและการชดเชย ชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 ย้ำว่า จะมีมาตรการจ่ายค่าทดแทนเป็นกรณีพิเศษตามมติ ครม. สำหรับที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านมากที่สุด โครงการมีกรอบลงทุนประมาณ 1,654.98 ล้านบาท คาดว่าเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ช่วงปลายปี 2571 และเริ่มก่อสร้างในช่วงปี 2572
ทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย เสริมว่า อ่างเก็บน้ำแม่แสลบมีความจุเก็บกัก 20.41 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทำงานคู่กับอ่างเก็บน้ำแม่คำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำแม่คำ โดยช่วยเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกฤดูฝนได้ถึง 45,500 ไร่ และฤดูแล้ง 33,200 ไร่ อีกทั้งยังสามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ปีละ 980,000 ลูกบาศก์เมตร และช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศท้ายน้ำ ครอบคลุมประโยชน์ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง แม่จัน แม่สาย และเชียงแสน
นอกเหนือจากบทบาทด้านน้ำ กรมชลประทานยังวางแนวทางให้พื้นที่พัฒนาไปได้มากกว่าอ่างเก็บน้ำ โดยส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น กิจกรรมล่องแพ เพื่อให้ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ในตำบลแม่สลองใน มีรายได้เสริมควบคู่กันไป