เชียงราย - Chiang Rai News
กรมควบคุมมลพิษชู “ร่องบอนโมเดล” เชียงรายเป็นต้นแบบชุมชนปลอดเผา, เผยฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ
เชียงราย – นายสุรินทร์ วรกิตติธรรมรงค์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมชุมชนร่องบอน ตำบลเมืองคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ชุมชนแห่งนี้ได้พัฒนาระบบการจัดการป่าไม้ที่เรียกว่า “แบบจำลองร่องบอน” และได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของแนวทาง “ปลอดไฟ” ในการลดไฟป่าและมลพิษทางอากาศ
คพ. ระบุว่า ชุมชนแห่งนี้เริ่มขยับจริงจังเรื่องฟื้นฟูป่าและลดไฟป่ามาตั้งแต่ปี 2535 โดยมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและคนในพื้นที่ร่วมมือกันต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงาน
จากพื้นที่แห้งแล้งสู่ชุมชนที่ดูแลป่าได้เอง
นายสุรินทร์เล่าว่า ในอดีตบ้านร่องบอนเคยเผชิญสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง มีการตัดไม้และทำไร่ในป่า ทำให้รอบหมู่บ้านขาดต้นไม้และความชุ่มชื้น อย่างไรก็ตาม ชุมชนมองเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะผู้นำชุมชนผลักดันให้ “คืนป่า” ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และอยู่ร่วมกับชุมชนได้
จากนั้นชุมชนจึงวางแนวทางร่วมกัน เช่น ใช้กติกาสังคมในหมู่บ้าน ชวนคนมีส่วนร่วม สร้างแรงจูงใจ และย้ำมาตรการห้ามเผา เพื่อพาไปสู่การอนุรักษ์ที่ทำได้จริงในพื้นที่
ฟื้นฟูป่ากลางหมู่บ้านกว่า 500 ไร่, ลดไฟป่าและหมอกควัน
อีกก้าวสำคัญคือการขอคืนพื้นที่ป่าในเขตหมู่บ้าน ซึ่งเป็นป่าดอยป่าซางที่เสื่อมโทรมจากการบุกรุก มีพื้นที่ราว 500 ไร่ และอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน ชุมชนช่วยกันฟื้นฟูจนกลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์ เป็นทั้งแหล่งน้ำและแหล่งอากาศของคนในพื้นที่
ผลที่ตามมาคือ ชุมชนดูแลป่าได้ดีขึ้นและป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าพื้นที่ได้ต่อเนื่อง จนป่าชุมชนบ้านร่องบอนไม่เกิดไฟป่ามาเป็นเวลานาน ส่งผลให้หมอกควันลดลงและคุณภาพอากาศดีขึ้นด้วย
เข้าร่วมคาร์บอนเครดิต, ตั้งกองทุนดูแลป่าและชุมชน
ปัจจุบันชุมชนบ้านร่องบอนบริหารจัดการป่าชุมชนภายใต้ “ร่องบอนโมเดล” และเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่ 422 ไร่ โดยสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ 2,361 ตันต่อปี
การเข้าร่วมโครงการกำหนดให้ต้องมีแผนดูแลป่าอย่างชัดเจน ห้ามเกิดไฟป่า และตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาป่าและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นายสุรินทร์กล่าวว่า เมื่อเห็นความตั้งใจของผู้นำชุมชน คุณแม่ปราณี ราชคมน์ ประธานป่าชุมชนบ้านร่องบอน คณะกรรมการ และคนในพื้นที่ ก็ขอชื่นชมความร่วมมืออย่างมาก
คพ. ติดตามมาตรการรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ปี 2569
นายสุรินทร์ระบุเพิ่มเติมว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ คพ. ติดตามการทำงานตามมาตรการรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปี 2569 พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤติ
ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ 17 จังหวัดภาพรวมดีขึ้น
คพ. สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติ โดยเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกัน 2 ปี ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2567-18 ก.พ. 2568 และวันที่ 1 พ.ย. 2568-18 ก.พ. 2569 พบว่าภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นชัดเจน
ค่าฝุ่นเฉลี่ยลดจาก 32 เหลือ 24 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลง 25% ขณะเดียวกัน จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดจาก 95 วัน เหลือ 65 วัน หรือลดลง 32%
จุดความร้อนในประเทศลดลงมาก, แต่ยังต้องจับตาเพื่อนบ้าน
เมื่อดูข้อมูลจุดความร้อนในประเทศในช่วง 1 พ.ย.-18 ก.พ. เช่นกัน ปี 2569 พบ 7,418 จุด ลดลงกว่า 59% จากปี 2568 ที่มี 17,929 จุด
จุดความร้อนส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่า 2,449 จุด (33%) รองลงมาคือนาข้าว 2,066 จุด (27.8%) และพื้นที่ปลูกข้าวโพดกับไร่หมุนเวียน 1,136 จุด (15.3%)
ด้านจุดความร้อนนอกประเทศ เริ่มพบตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 โดยเฉพาะกัมพูชา ต่อมาในเดือน ก.พ. จำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในเมียนมาและ สปป.ลาว แม้ภาพรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงจะลดลงเกือบทุกประเทศ ยกเว้นเมียนมา แต่ตอนนี้กัมพูชาและเมียนมายังเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจกระทบปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน
เข้าฤดูร้อนแล้ว, ย้ำคุมการเผาเข้มขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ป่า
คพ. ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 วันที่ 22 ก.พ. 2569 ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่แห้งและติดไฟง่ายขึ้น ดังนั้นสถานการณ์ฝุ่นอาจกลับมาเพิ่มได้หากมีการเผา
ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเฝ้าระวังการเผาอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลเตรียมมาตรการไว้ครอบคลุมทั้งป่า ภาคเกษตร เมือง และหมอกควันข้ามแดน และเมื่อช่วงนี้จุดความร้อนในพื้นที่ป่าเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ก็มีการยกระดับการควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าให้เข้มข้นกว่าเดิม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสาย ดนไช่-เชียงราย-เชียงของอยู่ที่ 53%