ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายวัย 56 ปีถูกจับกุมในข้อหาเผาสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ชื่อ “มอลลี่” จนตาย
สงขลา – เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับคนรักสัตว์ทั่วประเทศ และก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่คนรักสัตว์ทั่วประเทศ ตำรวจในจังหวัดสงขลาได้ควบคุมตัวชายวัย 56 ปีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์และวางเพลิง เขาถูกกล่าวหาว่าราดน้ำมันเครื่องใช้แล้วลงบนสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้อายุ 2 ขวบชื่อ “มอลลี่” แล้วจุดไฟเผา ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่สุด เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน และเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเต็มที่
เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ช่วงดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาอ้างว่าเห็น “มอลลี่” หลุดออกจากบ้านเจ้าของเข้าไปในเล้าไก่ชนของตน และกัดไก่จนบาดเจ็บ เขาจึงเดือดอย่างหนัก จากนั้นหยิบน้ำมันเครื่องเก่า (หรือน้ำมันหล่อลื่น) จากในบ้านมาราดใส่ตัวสุนัข ก่อนจุดไฟด้วยกระดาษที่ติดไฟแล้วโยนใส่ ทำให้ไฟลุกท่วมตามลำตัวจำนวนมาก
หลังถูกเผา “มอลลี่” วิ่งหนีด้วยความเจ็บปวดและร้องเสียงดัง ชาวบ้านเข้าช่วยดับไฟ และรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อย่างไรก็ตาม สุนัขทนพิษบาดแผลไฟไหม้ไม่ไหว และเสียชีวิตในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
รายละเอียดการจับกุม และคำให้การผู้ต้องหา
ตำรวจภูธรภาค 9 นำโดย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงข่าววันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าจับกุมนายเจริญ (หรือนายยาว) ได้ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา หลังติดตามข้อมูลร่วมกับหลายหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหารับสารภาพตามข้อกล่าวหา โดยให้การในประเด็นสำคัญว่า
- พบสุนัขเข้าไปในเล้าไก่ช่วงประมาณตี 2
- โกรธเพราะไก่ชนบาดเจ็บและตาย
- ใช้ไม้ไล่ตี ก่อนราดน้ำมันเครื่องเก่าใส่ตัวสุนัข
- จุดไฟเผาในจังหวะที่ขาดสติจากความโมโห
ตำรวจยึดของกลางเป็นถังน้ำมันที่ใช้ก่อเหตุ
ข้อหาที่ถูกแจ้ง
ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหลายรายการ ได้แก่
- วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 (ทำให้เสียทรัพย์)
- ทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 (เกี่ยวกับการทำให้เสียทรัพย์)
ทั้งนี้ คดีมีโทษทั้งจำคุกและปรับ เพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
กระแสสังคมเดือด โซเชียลแชร์ต่อเนื่อง
เมื่อข่าว “มอลลี่” ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย กระแสก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว มีการแชร์ภาพและคลิปจำนวนมาก พร้อมแฮชแท็ก #JusticeForMolly และ #ลงโทษคนเผาหมา หลายคนแสดงความโกรธและเสียใจ พร้อมกดดันให้เจ้าหน้าที่เร่งตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ เช่น มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (Watchdog Thailand) และสมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ออกมาเรียกร้องให้ใช้กฎหมายเต็มที่ และมีการประกาศตั้งรางวัลนำจับระดับหลักหมื่นบาท เพื่อช่วยเร่งให้จับตัวได้เร็วขึ้น
พระมหากรุณาธิคุณต่อ “มอลลี่”
ท่ามกลางความเศร้าของเจ้าของและคนติดตามข่าว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบเหตุการณ์ และทรงเสียพระทัยต่อการสูญเสีย “มอลลี่” โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ทรงมีพระเมตตารับ “มอลลี่” ไว้ใน พระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดที่กรุงเทพมหานคร มีการประสานผ่านราชเลขานุการในพระองค์กับเจ้าของและโรงพยาบาลสัตว์โดยตรง
แม้ “มอลลี่” จะเสียชีวิตก่อนการเคลื่อนย้าย แต่เหตุนี้ก็เป็นกำลังใจให้คนรักสัตว์จำนวนมาก และสะท้อนความห่วงใยด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างชัดเจน
บทเรียนจากคดี “มอลลี่”
คดีนี้สะท้อนปัญหาความรุนแรงที่เกิดจากความโกรธชั่ววูบ และการจัดการเหตุสัตว์หลุดเข้าไปทำความเสียหายที่ผิดทาง เจ้าหน้าที่ยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุทารุณกรรมสัตว์ซ้ำรอย
ประชาชนช่วยกันได้ด้วยการไม่เพิกเฉย หากพบการทำร้ายสัตว์ให้รีบแจ้งตำรวจท้องที่ หรือประสานองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อสังคมช่วยกันจับตาและใช้กฎหมายจริง สัตว์ทุกตัวก็มีโอกาสได้รับความคุ้มครองมากขึ้นตามที่ควรเป็น