ข่าวระดับชาติ - National

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

Published

on

ข่าวเศร้าทำใจแฟนๆ หาย เช้าวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ติดตามเรื่องราวของ “มอลลี่” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้เพศเมียวัย 2 ปี ได้รับข่าวเศร้าพร้อมกัน เมื่อเจ้าของยืนยันว่า มอลลี่จากไปแล้ว หลังต่อสู้กับอาการบาดเจ็บหนักจากเหตุทารุณกรรมที่โหดร้าย

ข้อความจากใจจริงของเจ้าของ โทนเลว ยานิกา ระบุอย่างชัดเจนว่ามอลลี่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว เธอโพสต์บนเฟซบุ๊ก “#มอลลี่ที่รักของฉัน เธอไม่ต้องเจ็บปวดและทรมานอีกต่อไปแล้ว #มอลลี่ของฉันต่อสู้มาอย่างดีแล้ว และตอนนี้ถึงเวลาพักผ่อนชั่วนิรันดร์แล้ว” ข้อความภาษาไทยที่แนบมาด้วยระบุว่า “ทุกคนต่อสู้เพื่อเธอจนถึงวินาทีสุดท้าย”

โพสต์ดังกล่าวทำให้หลายคนสะเทือนใจ เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากเฝ้าติดตามอาการของมอลลี่อย่างใกล้ชิด โดยมอลลี่เสียชีวิตราว 08.00 น. ของวันเดียวกัน หลังสัตวแพทย์แจ้งข่าวกับเจ้าของ

หนึ่งวันก่อนหน้า ในหลวงทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อส่งต่อการรักษา การจากไปของมอลลี่เกิดขึ้นหลังมีข่าวดีเพียงไม่นาน เพราะก่อนหน้านั้น 1 วัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตารับ “มอลลี่” ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการรักษาต่อที่กรุงเทพมหานคร

แผนการดำเนินการในตอนนั้น ระบุไว้ว่า

  • ราชเลขานุการในพระองค์เตรียมเดินทางไปรับตัวมอลลี่ที่จังหวัดสงขลา
  • วางแผนใช้เครื่องบิน C-130 จากกองบิน 56 อำเภอเมืองสงขลา เพื่อนำส่งจากโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ในกรุงเทพฯ
  • พระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ทำให้หลายคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องความยุติธรรมในสังคม

อย่างไรก็ตาม มอลลี่จากไปก่อนจะได้เดินทางไปรับการรักษาต่อ

จุดเริ่มต้นของคดี เหตุทารุณกรรมที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ
มอลลี่หายออกจากบ้านในตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมสุนัขอีกตัวชื่อ “เมสซี่” ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านแจ้งเจ้าของว่า พบมอลลี่นอนหมดแรงอยู่ริมสระน้ำบริเวณบ้านแหลมขวัญ ซอย 4 โดยมีรอยไฟไหม้เกือบทั้งตัว

สัตวแพทย์วินิจฉัยว่า มอลลี่มีแผลไฟไหม้ระดับ 5 ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ มีเนื้อตายแห้ง แผลติดเชื้อรุนแรง มีภาวะเลือดเป็นพิษ (sepsis) ความดันต่ำ ค่าไตและตับสูง เม็ดเลือดต่ำ จึงต้องถ่ายเลือดและทำแผลต่อเนื่อง แต่ร่างกายของน้องอ่อนแรงมาก

เจ้าของให้ข้อมูลว่า คนร้ายน่าจะราดน้ำมัน (คาดว่าเบนซิน) แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น ก่อนที่มอลลี่จะพยายามหนีเอาชีวิตรอดกลับมาทางบ้าน แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แจ้งความและเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ มูลนิธิ Watchdog Thailand Foundation เข้าช่วย
หลังเกิดเหตุ นายสมชัย ชนะวรรโณ (สามีของ Tonlew Yanika) เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดี โดยมี Watchdog Thailand Foundation (มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์) ช่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย

ด้านการสืบสวน ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด และมีข้อมูลผู้ต้องสงสัยที่ค่อนข้างชัดเจน ตามข้อมูลล่าสุดในช่วงก่อนหน้านี้ ระบุว่าคาดติดตามจับกุมได้ภายใน 1-2 วัน ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์กดดันให้ดำเนินคดีจริงจัง เพื่อป้องกันเหตุทารุณกรรมสัตว์ซ้ำรอย

สำหรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ผู้ทารุณกรรมสัตว์มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เสียงจากสังคม ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ และอยากเห็นความยุติธรรม
เรื่องของมอลลี่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย เพราะหลายคนติดตามตั้งแต่วันแรกและหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ เมื่อทราบข่าวการจากไป หลายคนบอกตรงกันว่า “มอลลี่สู้สุดชีวิตแล้ว” พร้อมทั้งประณามผู้กระทำผิด และเรียกร้องให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ หลายเสียงยังชวนให้สังคมหันมาจริงจังกับสิทธิสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น เพราะความรุนแรงแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับสัตว์ตัวไหนอีก

คำลาและคำขอบคุณจากครอบครัวของมอลลี่
Tonlew Yanika และครอบครัวกล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ รวมถึงทีมสัตวแพทย์ พยาบาล มูลนิธิ และประชาชนที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ พร้อมบอกลามอลลี่ด้วยถ้อยคำที่หลายคนอ่านแล้วน้ำตาซึมว่า มอลลี่จากไปอย่างสงบ และไม่ต้องเจ็บอีกต่อไป ขอให้น้องได้วิ่งเล่นอย่างมีความสุขบนสวรรค์

เรื่องของมอลลี่สะท้อนทั้งความโหดร้ายจากมนุษย์บางคน และอีกด้านหนึ่งก็เห็นชัดว่า ความเมตตาและพลังของคนในสังคมไทยยังมีอยู่เสมอ เมื่อทุกคนพร้อมยืนข้างผู้ที่ไม่มีเสียงอย่างสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งจนถึงวินาทีสุดท้าย

Trending

Exit mobile version