ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
จับชาวอิสราเอลเจ้าของบาร์บนเกาะพะงัน ตำรวจยึดของกลางกว่า 50 ล้านบาท
เตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ห้ามยุ่งยาเสพติดในไทย เพราะโทษหนักจริง
เกาะพะงัน – ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจภูธรเกาะพะงัน จับกุมนายไช่ อัลฟาซี อายุ 42 ปี ชาวอิสราเอล เจ้าของร้านอาหารและบาร์ “โลล่า” บนหาดหินคง
การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนพบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดบนเกาะพะงัน ตำรวจระบุว่ายาเสพติดที่ยึดได้มีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท (ประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่
การจับกุมมาจากงานสืบสวนและล่อซื้อของตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การกำกับของ พล.ต.ท.ศักดิ์สิระ เพิกอำนาจ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกวาดล้างอาชญากรรมช่วงวาเลนไทน์และตรุษจีน โดยตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาใช้ร้านเป็นฉากบังหน้า และขายยาให้กลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวอิสราเอล
วิธีล่อซื้อและจังหวะเข้าจับกุม
ชุดสืบสวนใช้สายลับติดต่อผ่าน WhatsApp ธุรกิจ ในกลุ่มภาษาฮีบรู เพื่อสั่งซื้อคีตามีน 2 กรัม ราคา 6,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหานัดจุดวางยาและรับเงินแบบ drop-off โดยให้ซ่อนเงินไว้ในถุงเท้า เมื่อสายลับวางเงินและส่งวิดีโอยืนยัน ตำรวจที่ซุ่มอยู่เข้าควบคุมตัวทันที ขณะผู้ต้องหาขี่มอเตอร์ไซค์ Honda ADV 350 มารับเงิน
ต่อมา การสืบสวนในเกาะพะงันได้ขยายวงกว้างออกไป และมีการตรวจค้นกระเป๋าเดินทางและสถานที่ซ่อนของที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบสิ่งของผิดกฎหมายจำนวนมาก เช่น:
- โคเคน 3 กิโลกรัม
- คีตามีน 3 กิโลกรัม
- MDMA แบบผง 3.5 กิโลกรัม และแบบเม็ด 262 เม็ด
- ยาไอซ์และยาเสพติดอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
ตำรวจส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย และยังเดินหน้าขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ชาวต่างชาติเกี่ยวข้องยาเสพติดในไทย มีให้เห็นบ่อยในแหล่งท่องเที่ยว
เกาะพะงันและพื้นที่ท่องเที่ยวในภาคใต้ เคยพบคดีชาวต่างชาติเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่เป็นระยะ โดยหลายกรณีขายให้กลุ่มนักท่องเที่ยวสัญชาติเดียวกัน ตัวอย่างคดีที่ถูกพูดถึงในช่วงใกล้ ๆ กัน ได้แก่
- มกราคม 2569 ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมชาวแคนาดา ชาวไนจีเรีย และหญิงไทย ในคดีเครือข่ายค้ายาโคเคนข้ามชาติบนเกาะพะงัน
- ต้นปี 2569 จับกุมชาวอิสราเอลเพิ่มอีก 4 ราย ในอีกคดีค้ายาในวิลล่าหรูบนเกาะเดียวกัน
- ปี 2568 จับกุมดีเจชาวรัสเซีย และเครือข่ายรัสเซีย-จีน ที่ขายยาออนไลน์ให้ชาวต่างชาติ
- นอกจากนี้ยังพบคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวยุโรป อเมริกา และแอฟริกา ที่ใช้พื้นที่เกาะเป็นจุดกระจายยา
เพราะเหตุนี้ หน่วยงานไทยจึงเพิ่มความเข้มในการปราบปราม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น
โทษคดียาเสพติดในไทย ชาวต่างชาติก็โดนเหมือนกัน
กฎหมายไทยตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดโทษค่อนข้างหนัก และใช้กับทุกคนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายไทย และหลังพ้นโทษอาจถูกเนรเทศ
- ยาเสพติดประเภท 1 (เช่น เฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน ไอซ์ โคเคน MDMA) โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หากค้ายาหรือครอบครองเพื่อจำหน่ายในปริมาณมาก (เกิน 20 กรัม สำหรับบางสาร)
- ค้ายา หรือครอบครองเพื่อจำหน่าย อาจถูกจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึงตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปรับสูงสุด 5 ล้านบาท
- ครอบครองเพื่อเสพ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ถึง 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท (แต่ถ้าปริมาณมาก มักถูกมองว่าเพื่อจำหน่าย)
- วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เช่น คีตามีน) โทษจำคุก 1 ถึง 15 ปี หรือปรับตามปริมาณ
- หากเป็นชาวต่างชาติ เมื่อพ้นโทษอาจถูกส่งกลับประเทศ และอาจถูกห้ามเข้าประเทศไทยอีก
ในทางปฏิบัติ โทษประหารชีวิตไม่ค่อยถูกใช้ในคดีทั่วไป อย่างไรก็ตาม คดีที่ของกลางจำนวนมาก หรือเชื่อมโยงเครือข่ายข้ามชาติ มักโดนโทษหนัก
สรุปและข้อควรจำ
คดีของ Shai Alfasi สะท้อนชัดว่า ต่อให้มีธุรกิจถูกกฎหมายก็ใช้เป็นฉากบังหน้าไม่ได้ หากเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตำรวจยืนยันว่าจะตามต่อถึงเครือข่าย เพื่อดูแลความปลอดภัยและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะพะงัน
ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติควรเลี่ยงยาเสพติดให้ไกลที่สุด เพราะกฎหมายไทยเอาจริง และไม่มีข้อยกเว้นสำหรับชาวต่างชาติ