ฟุตบอล
สเปอร์สโกงตาย! ไล่เจ๊าซิตี้ 2-2 จากลูกยิง “สกอร์เปี้ยนคิก” ของโซลันกี้
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญเมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจดจำ เมื่อ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ทีมเยือนจะทำคะแนนนำห่างไปก่อนถึงสองประตูในช่วงครึ่งแรก แต่เจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ รัวคืนสองลูกรวดในครึ่งหลัง โดยเฉพาะลูกตีเสมอระดับ “พุสกัส อวอร์ด” ของ โดมินิก โซลันกี้ ที่ทำให้จบเกมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มอย่างดุเดือด
ครึ่งแรก: เรือใบสีฟ้าแล่นฉิว บุกถล่มเจ้าบ้านราบคาบ
เริ่มเกมมาได้เพียง 11 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็แสดงความเฉียบคมให้เห็นทันที จากจังหวะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เข้าไปบีบแย่งบอลจาก อีฟส์ บิสซูม่า ในแดนกลาง ก่อนจะส่งต่อให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ไหลบอลออกทางขวาให้ ไรยัน แชร์กี ดาวรุ่งฟอร์มแรง ซัดด้วยซ้ายบอลแฉลบกองหลังสเปอร์สเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ให้ทีมเยือนออกนำ 1-0
หลังจากเสียประตู สเปอร์สพยายามตั้งเกมสู้แต่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ความผิดพลาดในเกมรับยังคงหลอกหลอนเจ้าบ้าน เมื่อในช่วงนาทีที่ 44 ราดู ดรากูซิน เคลียร์บอลไม่ขาดไปเข้าทาง โรดรี้ ก่อนที่บอลจะถูกส่งต่อไปถึง แบร์นาร์โด้ ซิลวา และไหลถวายพานให้ อองตวน เซเมนโย่ ยิงเข้าไปนิ่มๆ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0 ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนบอลเจ้าถิ่น
ครึ่งหลัง: พลิกนรกด้วยพลังของโซลันกี้
โธมัส แฟรงค์ กุนซือสเปอร์สแก้เกมมาอย่างดีในช่วงพักครึ่ง และในนาทีที่ 52 ความหวังของเจ้าบ้านก็กลับมา เมื่อ โดมินิก โซลันกี้ อาศัยความแข็งแกร่งเบียดชนะ มาร์ค เกฮี ก่อนจะส่งบอลผ่านมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เข้าประตูไป แม้ผู้เล่นซิตี้จะพยายามประท้วงว่ามีการฟาวล์เกิดขึ้น แต่หลังจากเช็ก VAR แล้ว ผู้ตัดสินยืนยันให้เป็นประตู สเปอร์สไล่มาเป็น 1-2
ความมันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ นาทีที่ 70 แฟนบอลในสนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม แทบจะคลั่ง เมื่อ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ พาบอลกระชากขึ้นมาทางกราบขวาก่อนจะเปิดครอสเข้ามากลางประตู โดมินิก โซลันกี้ ที่วิ่งเลยจุดนัดพบไปนิดหน่อย ตัดสินใจกระโดดดีดส้นเท้าหรือที่เรียกว่า “สกอร์เปี้ยนคิก” บอลย้อยข้ามหัวดอนนารุมม่าเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ
ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างหนัก ซิตี้เกือบได้ประตูชัยจากลูกโหม่งของ ติยานี ไรน์เดอร์ส ที่ลงมาเป็นสำรอง แต่บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมเสมอแบ่งแต้มกันไป ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อลห่างเป็น 6 คะแนนแล้ว
รายชื่อผู้เล่นและคะแนนความสามารถ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
ระบบการเล่น: 4-2-3-1
| ชื่อผู้เล่น | คะแนน | บทบาทในเกม |
|---|---|---|
| จานลุยจิ ดอนนารุมม่า | 8 | เซฟลูกอันตรายได้หลายครั้งในครึ่งหลัง |
| มาร์ค เกฮี | 6.5 | แข็งแกร่ง แต่เสียเปรียบโซลันกี้ในลูกแรก |
| อับดูโกดีร์ คูซานอฟ | 5 | มีปัญหาในการรับมือลูกกลางแจ้งและโดนใบเหลืองเร็ว |
| โรดรี้ | 7 | คุมจังหวะเกมได้ดีในครึ่งแรก แต่เริ่มล้าในช่วงท้าย |
| ไรยัน แชร์กี | 7.5 | ยิงประตูเปิดสนามได้อย่างยอดเยี่ยม |
| แบร์นาร์โด้ ซิลวา | 7 | ทำ 1 แอสซิสต์ และเป็นหัวใจในการสร้างสรรค์เกม |
| เออร์ลิง ฮาลันด์ | 6.5 | มี 1 แอสซิสต์ แต่พลาดโอกาสทองในการจบสกอร์เอง |
รายชื่อผู้เล่นและคะแนนความสามารถ (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)
ระบบการเล่น: 4-3-3
| ชื่อผู้เล่น | คะแนน | บทบาทในเกม |
|---|---|---|
| กูกลีลโม วิคาริโอ | 7 | ช่วยให้ทีมไม่เสียประตูที่สาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ |
| ราดู ดรากูซิน | 5 | มีส่วนผิดพลาดในทั้งสองประตูที่เสียไป |
| อีฟส์ บิสซูม่า | 4 | เล่นไม่ออกและเสียบอลจนนำไปสู่การเสียประตูแรก |
| คอเนอร์ กัลลาเกอร์ | 8 | วิ่งไม่มีหมดและทำแอสซิสต์สำคัญให้ทีมตีเสมอ |
| ซาวี ซิมอนส์ | 9 | เป็นคนคุมจังหวะและจ่ายบอลให้เพื่อนเล่นง่ายในครึ่งหลัง |
| โดมินิก โซลันกี้ | 9.5 | แมน ออฟ เดอะ แมตช์ กับสองประตูสุดสวย |
| แรนดัล โคโล มูอานี่ | 6 | มีความเร็วแต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย |
สถิติที่น่าสนใจหลังเกม
- โดมินิก โซลันกี้ ทำประตูแรกในอาชีพค้าแข้งที่ยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเพียง 1 นัดจากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 6 นัดหลังสุด
- สเปอร์สยังคงรั้งอันดับ 14 ของตาราง ขณะที่ซิตี้ยังอยู่อันดับ 2 ตามหลังอาร์เซน่อล 6 แต้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะเหนือฟูแล่ม 3-2 ส่งผลให้พวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่ในสี่อันดับแรกของตาราง
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะเหนือฟูแล่ม 3-2 ส่งผลให้พวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่ในสี่อันดับแรกของตาราง
ค่ำคืนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เต็มไปด้วยความระทึกใจ เมื่อ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำทีมของกุนซือชั่วคราว ไมเคิล คาร์ริค เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เกมนี้จบลงด้วยชัยชนะอันสุดดราม่าของเจ้าบ้านที่สกอร์ 3-2 ส่งผลให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันและกลับเข้าสู่พื้นที่แชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ
ไฮไลท์สำคัญในครึ่งเวลาแรก: คาเซมิโร่เบิกสกอร์
เริ่มต้นเกมมาได้ไม่นาน แมนยูพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที โดยมี อาหมัด ดิยัลโล่ และ มาเธอุส คุนญ่า เป็นตัวป่วนในแนวรุก นาทีที่ 19 จุดเปลี่ยนแรกก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าบ้านได้ลูกฟรีคิกทางกราบขวา บรูโน แฟร์นันด์ส กัปตันทีมจอมทัพบรรจงเปิดบอลโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงที่กระโดดขึ้นโหม่งเต็มแรง บอลพุ่งผ่านมือ แบร์นด์ เลโน่ เข้าประตูไปอย่างสวยงามให้แมนยูออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง
แม้ฟูแล่มจะพยายามโต้กลับและมีจังหวะลุ้นจาก ราอูล ฆิเมเนซ แต่ เซนเน่อ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของแมนยูในเกมนี้ก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้หลายครั้ง ทำให้จบครึ่งแรกเจ้าบ้านนำอยู่เพียงประตูเดียว
ครึ่งหลังสุดเดือด: จากนำห่างสู่การโดนตีเสมอ
เข้าสู่ครึ่งหลังในนาทีที่ 56 แมนยูขยับหนีเป็น 2-0 จากจังหวะประสานงานที่ยอดเยี่ยม คาเซมิโร่ จ่ายบอลให้ มาเธอุส คุนญ่า หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะแต่งบอลแล้วซัดยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ดูเหมือนว่าเกมนี้จะเป็นงานง่ายของปีศาจแดง แต่ฟูแล่มไม่ยอมแพ้
ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 85 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปทำฟาวล์ ราอูล ฆิเมเนซ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น ฆิเมเนซ ที่สังหารไม่พลาดช่วยให้ฟูแล่มไล่มาเป็น 1-2 เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+1 เควิน ตัวสำรองของฟูแล่มปั่นลูกโค้งสุดสวยเสียบหน้าต่างเข้าไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2 แฟนบอลในสนามถึงกับเงียบกริบ
นาทีบาปของเซสโก้: ฮีโร่ผู้พาทีมคว้า 3 แต้ม
ในขณะที่หลายคนคิดว่าเกมจะจบลงด้วยผลเสมอ แมนยูแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้ นาทีที่ 90+4 บรูโน แฟร์นันด์ส โชว์ทักษะหลอกล่อกองหลังก่อนจะเปิดบอลเข้าไปให้ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าตัวสำรองที่เพิ่งลงมา เขาจับบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะกลับตัวยิงพุ่งเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างงดงาม เป็นประตูชัยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะไป 3-2 ในนาทีสุดท้ายของเกม
รายชื่อนักเตะและคะแนนความสามารถ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | คะแนน (เต็ม 10) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | เซนเน่อ ลัมเมนส์ | 7.5 | เซฟสำคัญได้หลายครั้ง |
| กองหลัง | ดิโอโก้ ดาโลต์ | 7.0 | เติมเกมรุกได้ดี |
| กองหลัง | แฮร์รี่ แม็กไกวร์ | 5.5 | พลาดทำเสียจุดโทษช่วงท้าย |
| กองหลัง | ลิซานโดร มาร์ติเนซ | 6.5 | นิ่งและทางบอลดี |
| กองหลัง | ลุค ชอว์ | 6.0 | ช่วยเกมรับได้สม่ำเสมอ |
| กองกลาง | คาเซมิโร่ | 8.5 | 1 ประตู 1 แอสซิสต์ (ยอดเยี่ยมที่สุด) |
| กองกลาง | ค็อบบี้ เมนู | 7.0 | คุมจังหวะเกมได้ดีเกินวัย |
| กองกลาง | บรูโน แฟร์นันด์ส | 8.0 | ทำ 2 แอสซิสต์ในเกมนี้ |
| กองหน้า | อาหมัด ดิยัลโล่ | 7.0 | มีความเร็วและวูบวาบ |
| กองหน้า | มาเธอุส คุนญ่า | 7.5 | ยิงประตูที่สองให้ทีม |
| กองหน้า | ไบรอัน เอ็มเบอโม่ | 6.0 | มีโอกาสแต่ยังจบไม่คม |
| ตัวสำรอง | เบนจามิน เซสโก้ | 8.0 | ซูเปอร์ซับ ยิงประตูชัย |
รายชื่อนักเตะและคะแนนความสามารถ: ฟูแล่ม
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | คะแนน (เต็ม 10) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | แบร์นด์ เลโน่ | 6.5 | ช่วยป้องกันลูกอันตรายได้บ้าง |
| กองหลัง | ฆอร์เก้ คูเอนก้า | 6.0 | พยายามบล็อกลูกยิงเต็มที่ |
| กองหลัง | โยอาคิม อันเดอร์เซ่น | 6.0 | คุมเกมรับได้ดีในช่วงแรก |
| กองหลัง | แอนโทนี่ โรบินสัน | 6.5 | วิ่งขึ้นลงทางกราบซ้ายตลอดเกม |
| กองกลาง | ซามูเอล ชุกวูเอเซ่ | 7.0 | สร้างความลำบากให้แนวรับแมนยู |
| กองกลาง | แฮร์รี่ วิลสัน | 6.5 | มีลูกเปิดที่อันตราย |
| กองกลาง | เอมิล สมิธ โรว์ | 6.0 | เชื่อมเกมในแดนกลาง |
| กองหน้า | ราอูล ฆิเมเนซ | 7.5 | ยิงจุดโทษและหาจังหวะได้ดี |
| ตัวสำรอง | เควิน | 7.0 | ยิงประตูตีเสมอสุดสวย |
บทสรุปหลังเกม
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง มีคะแนนรวม 41 คะแนน และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ไมเคิล คาร์ริค ในการคุมทีมระยะยาว ในขณะที่ฟูแล่มแม้จะพ่ายแพ้แต่ก็ได้รับคำชมเรื่องหัวใจที่ไม่ยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอ็มบั๊ปเป้ฮีโร่! เรอัล มาดริด เฉือน ราโย่ 2-1 จี้บาร์ซ่าแต้มเดียว
ฟุตบอล
เอ็มบั๊ปเป้ฮีโร่! เรอัล มาดริด เฉือน ราโย่ 2-1 จี้บาร์ซ่าแต้มเดียว
ศึกลา ลีกา สเปน นัดที่ 22 ประจำฤดูกาล 2025/26 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว เป็นการพบกันระหว่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมรองจ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ราโย่ บาเยกาโน่ ทีมอันดับ 17 ของตาราง
เกมนี้จบลงด้วยชัยชนะแบบสุดดราม่าของเจ้าถิ่น โดยได้ประตูชัยจากจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 100 ส่งผลให้พวกเขายังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อย่างเหนียวแน่น
รายละเอียดการแข่งขันและไฮไลท์สำคัญ
ครึ่งแรก: วินิซิอุสเบิกสกอร์ไว แต่ต้องเสียจู๊ด
เริ่มเกมมาได้เพียงไม่นาน แฟนบอลเจ้าถิ่นต้องพบกับข่าวร้ายเมื่อ จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางตัวเก่งมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 10 โดยเป็น บราฮิม ดิอาซ ที่ถูกส่งลงมาแทน
อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่ 15 เรอัล มาดริด ก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ บราฮิม ดิอาซ จ่ายบอลให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ปั่นด้วยขวาในเขตโทษ บอลโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ถือเป็นประตูแรกในลีกของเจ้าตัวนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว
ครึ่งหลัง: ราโย่สู้ไม่ถอยก่อนโดนใบแดง
เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 4 นาที ทีมเยือนช็อกแฟนบอลทั้งสนาม เมื่อ อัลวาโร่ การ์เซีย โหม่งชงบอลกลับเข้ากลางให้ ฮอร์เก้ เด ฟรูโตส ซัดผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปให้ราโย่ตีเสมอเป็น 1-1
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 80 เมื่อ ปาเต ซิส กองกลางทีมเยือนไปทำฟาวล์รุนแรงใส่ ดานี่ เซบายอส ทำให้ผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ส่งผลให้ราโย่ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ
นาทีบาป: เอ็มบั๊ปเป้สังหารชัย
เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ในช่วงทดเวลานาทีที่ 97 บราฮิม ดิอาซ ถูก โนเบล เมนดี้ ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดในนาทีที่ 90+10 ช่วยให้ทีมชนะไป 2-1 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของแฟนบอล
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90+13 เป๊ป ชาบาร์เรีย ผู้เล่นราโย่ยังมาโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกไปอีกราย ทำให้ทีมเยือนจบเกมด้วยผู้เล่นเพียง 9 คน
สรุปข้อมูลทีม: เรอัล มาดริด (Real Madrid)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดการทีม | อัลวาโร่ อาร์เบโลอา |
| ผู้ทำประตู | วินิซิอุส จูเนียร์ (น.15), คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (น.90+10 จุดโทษ) |
| การครองบอล | 57% |
| โอกาสยิง (เข้ากรอบ) | 16 (6) |
| สถานการณ์ในตาราง | อันดับ 2 (ตามหลังบาร์เซโลน่า 1 คะแนน) |
สรุปข้อมูลทีม: ราโย่ บาเยกาโน่ (Rayo Vallecano)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดการทีม | อิญิโก้ เปเรซ |
| ผู้ทำประตู | ฮอร์เก้ เด ฟรูโตส (น.49) |
| การครองบอล | 43% |
| ใบแดง | ปาเต ซิส (น.80), เป๊ป ชาบาร์เรีย (น.90+13) |
| สถานการณ์ในตาราง | อันดับ 17 (ลุ้นหนีตกชั้น) |
สถิติที่น่าสนใจหลังเกม
- คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 100 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประตูที่ได้มาล่าช้าที่สุดในฤดูกาลนี้
- วินิซิอุส จูเนียร์ กลับมาทำประตูในลา ลีกา ได้อีกครั้งหลังจากปืนฝืดมานานหลายเดือน
- ชัยชนะนัดนี้ทำให้เรอัล มาดริด ชนะรวดในลีกเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อาร์เซนอลบุกถล่มลีดส์ 4-0 ที่เอลแลนด์ โรด
ฟุตบอล
อาร์เซนอลบุกถล่มลีดส์ 4-0 ที่เอลแลนด์ โรด
วันที่ 31 มกราคม 2026 อาร์เซนอลโชว์ฟอร์มเหนือชั้น บุกชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกที่เอลแลนด์ โรด เกมนี้เป็นคำตอบชัดๆ หลังทีมของมิเกล อาร์เตตาเจอช่วงสะดุดไม่ชนะในลีกระยะสั้นๆ และชัยชนะนัดนี้ก็พาทีมกลับไปนำจ่าฝูงด้วยช่องว่าง 7 คะแนนตามเดิม อาร์เซนอลจบสกอร์คม เกมรับแน่น และเล่นเกมรุกได้มีสีสัน ขณะที่ลีดส์รับมือความกดดันของทีมเยือนไม่อยู่ แม้ผลงานในบ้านก่อนหน้านี้จะดูดี
เปลี่ยนตัวก่อนเกม, มาดูเอเก้ลงแทนซาก้า
อาร์เซนอลคุมจังหวะตั้งแต่ต้นเกม แต่มีเหตุให้ต้องปรับแผนก่อนเริ่ม เมื่อบูกาโย ซาก้ามีอาการเจ็บระหว่างวอร์มอัป ทำให้โนนี มาดูเอเก้ได้ออกสตาร์ตทางฝั่งขวาแทน และเขาก็ทำผลงานได้ทันที
นาทีที่ 26 มาดูเอเก้เปิดบอลได้แม่นยำให้ มาร์ติน ซูบีเมนดี โหม่งเต็มๆ ส่งบอลเข้าประตู อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 แบบสมควรแล้วจากรูปเกม
ครึ่งแรกขาดลอยจากประตูตัวเองของดาร์โลว์
ก่อนจบครึ่งแรก อาร์เซนอลหนีเป็น 2-0 จากจังหวะเตะมุมที่สร้างปัญหาอีกครั้ง นาทีที่ 37 บอลจากมาดูเอเก้พุ่งเข้าเขตอันตราย และกลายเป็นความผิดพลาดของ คาร์ล ดาร์โลว์ ผู้รักษาประตูลีดส์ ที่ปัดบอลแล้วเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองภายใต้แรงกดดันจากผู้เล่นอาร์เซนอล สกอร์พักครึ่งสะท้อนภาพรวมของเกมได้ดี อาร์เซนอลครองบอลมากกว่า และมีโอกาสจบแบบได้ลุ้นชัดกว่า
ลีดส์พยายามเอาคืน, แต่รายาแทบไม่ต้องออกแรง
ครึ่งหลังลีดส์พยายามดันขึ้นมา และมีช่วงที่ได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอจะสร้างงานให้ดาบิด รายาแบบจริงจัง อาร์เซนอลยังนิ่ง รอจังหวะและเล่นตามแผนได้ตลอด
กโยเคเรสยิงปิดความหวัง, อาร์เซนอลนำ 3-0
นาทีที่ 68 อาร์เซนอลได้ประตูที่สามจากการเข้าทำด้านซ้าย กาเบรียล มาร์ติเนลลีเปิดเรียดเข้ามาหน้าประตู และ วิกเตอร์ กโยเคเรส สะกิดบอลจ่อๆ เข้าไป เป็นประตูที่ 4 ของเขาในรอบ 6 นัดหลังสุด จังหวะนี้แทบปิดเกม เพราะลีดส์เริ่มหมดแรงไล่ตาม
เฆซุสลงมายิง, ปิดท้าย 4-0 แบบสวยๆ
ท้ายเกมนาทีที่ 85 อาร์เซนอลมาได้ลูกที่สี่จากการทำเกมในพื้นที่สุดท้ายอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ตัวสำรองอย่าง กาเบรียล เฆซุส จะจบสกอร์แบบใจเย็น ส่งสกอร์ขาดเป็น 4-0 และปิดเกมแบบสมบูรณ์
มุมมองหลังเกม, เมอร์สันชี้ฟอร์มระดับ “A+”
พอล เมอร์สัน ที่วิเคราะห์เกมให้ Sky Sports ให้คะแนนฟอร์มอาร์เซนอลระดับ “A+” และบอกว่าในบางช่วงเกมดูเหมือน “เด็กเจอผู้ใหญ่” เขายังมองว่าเกมบุกชนะที่เอลแลนด์ โรดแบบขาดลอย อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้การลุ้นแชมป์ชัดขึ้น อาร์เซนอลคุมคู่แข่งอยู่หมัด ปล่อยให้ลีดส์มีโอกาสน้อยมาก ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้แบบไม่เปลือง
จุดเด่นของเกมนี้, ขุมกำลังช่วยกันแบก
ชัยชนะนัดนี้ยังตอกย้ำเรื่องความลึกของทีมอาร์เซนอล เมื่อคนที่ได้โอกาสอย่างมาดูเอเก้ทำผลงานเด่นทันที และตัวจบสกอร์อย่างกโยเคเรสกับเฆซุสก็ช่วยกันเติมความเฉียบ ส่วนลีดส์ถือว่าสะดุดหนัก เพราะก่อนเจออาร์เซนอล พวกเขาแพ้แค่นัดเดียวจาก 11 เกมหลังสุด
สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล
| สถิติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตู | 4 |
| ผู้ทำประตู | ซูบีเมนดี (26′), ดาร์โลว์ OG (37′), กโยเคเรส (68′), เฆซุส (85′) |
| การครองบอล | ประมาณ 58% |
| โอกาสยิง (ตรงกรอบ) | ประสิทธิภาพสูง, จบสกอร์คม |
| ผู้เล่นเด่น | โนนี มาดูเอเก้ (ทำเกม, เปิดบอล), วิกเตอร์ กโยเคเรส (ยิง), มาร์ติน ซูบีเมนดี (ยิง) |
| ผลกระทบ | กลับไปนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกห่าง 7 แต้ม |
สถิติการแข่งขันของลีดส์ ยูไนเต็ด
| สถิติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตู | 0 |
| การครองบอล | ประมาณ 42% (ครึ่งหลังดีขึ้น) |
| โอกาสยิง (ตรงกรอบ) | ต่ำ, แทบไม่เป็นอันตราย (xG ประมาณ 0.15) |
| จังหวะสำคัญ | ประตูตัวเองของดาร์โลว์, สร้างโอกาสได้น้อย |
| ผู้เล่นที่เด่น | คาร์ล ดาร์โลว์ (แม้ทำเข้าประตูตัวเอง, ยังเซฟได้หลายครั้ง) |
| อันดับปัจจุบัน | กลางตารางแถวอันดับ 16, ยังต้องระวังโซนหนีตกชั้น |
สรุปเกม, อาร์เซนอลส่งสัญญาณแรงถึงคู่แข่งลุ้นแชมป์
อาร์เซนอลได้ทั้งผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นในเกมเยือนที่ไม่ง่าย พวกเขาเล่นแบบมั่นใจและชัดเจนในทุกจังหวะ ชัยชนะ 4-0 เหนือลีดส์ครั้งนี้ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของทีมดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และเป็นอีกเกมที่แฟนบอลน่าจะหยิบมาพูดถึงไปอีกนาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ลิเวอร์พูลถล่มนิวคาสเซิล 4-1, เอคีติเก้ยิงสองพาหงส์แดงแซงสุดมันที่แอนฟิลด์
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days ago
Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี
-
การเงิน6 days ago
ร้านทองในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการปิดตัวลงหลังจากราคาสูงเกิน 70,000 บาท













