ข่าวธุรกิจ

ราคาทองวันนี้ (23 ม.ค. 2569) เช็กให้เป็นก่อนซื้อขาย เพราะเช้าเดียวก็เปลี่ยนได้หลายรอบ

Published

on

ถ้าเคยเปิดดู ราคาทองวันนี้ แล้วงงว่า “ทำไมเมื่อกี้ยังราคาเดิม อยู่ๆ ขยับอีกแล้ว” คุณไม่ได้คิดไปเอง เพราะราคาทองไทยสามารถปรับขึ้นลงหลายครั้งในวันเดียว โดยเฉพาะวันที่ทองโลกแกว่งแรง หรือค่าเงินบาทขยับเร็ว

อีกเรื่องที่ทำให้หลายคนพลาดคือ ราคาทอง “ไม่ใช่ตัวเลขเดียว” ทองแท่งกับทองรูปพรรณราคาไม่เท่ากัน และคำว่า “รับซื้อ” กับ “ขายออก” ก็หมายถึงคนละมุมกันเลย วันนี้บทความนี้จะพาอ่านราคาหน้าจอให้เข้าใจแบบคนใช้งานจริง ตั้งแต่ดูแหล่งอ้างอิง, อ่านตารางให้เป็น, ไปจนถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาแกว่ง

ตัวอย่างล่าสุดเช้าวันนี้ (23 ม.ค. 2569) สมาคมค้าทองคำมีการปรับราคาในช่วงเช้าหลายครั้ง โดยเริ่มเปิดตลาดปรับขึ้นแรง และยังมีการขยับราคาระหว่างเช้า นี่แหละเหตุผลว่าทำไม “เช็กก่อนตัดสินใจ” ถึงสำคัญมาก

อัปเดตราคาทองวันนี้ดูตรงไหน และตัวเลขไหนคือ “ราคาจริง” สำหรับเรา

แหล่งที่คนไทยใช้เทียบกันบ่อยสุดคือ “ราคาประกาศสมาคมค้าทองคำ” เพราะเป็นเหมือนราคาอ้างอิงกลางที่ร้านทองจำนวนมากยึดตาม (แต่ละร้านอาจบวกหรือลดเล็กน้อยตามต้นทุนและนโยบายหน้าร้าน)

สิ่งที่ควรดูคู่กันเสมอมี 2 อย่าง

  1. เวลาอัปเดต (บางวันเปลี่ยนถี่มาก)
  2. แยก ทองคำแท่ง กับ ทองรูปพรรณ และแยก รับซื้อ กับ ขายออก

ตัวอย่างราคา “ประกาศครั้งที่ 3 เวลา 09.38 น.” วันที่ 23 ม.ค. 2569 จากสมาคมค้าทองคำ มีตัวเลขสำคัญดังนี้

ประเภท รับซื้อ (บาท/บาททองคำ) ขายออก (บาท/บาททองคำ)
ทองคำแท่ง 96.5% 73,050 73,150
ทองรูปพรรณ 96.5% 71,585.52 73,950

และเช้าวันเดียวกันยังมีการปรับราคาเป็นรอบๆ เช่น 09.05 น. ขึ้นแรง, 09.34 น. ขึ้นต่อ, 09.38 น. ขึ้นอีก, 09.51 น. ขึ้นอีกครั้ง แปลว่า ถ้าดูราคาแต่เช้าแล้วเดินเข้าร้านตอนสาย ตัวเลขอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว

อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือ “ราคาหน้าร้าน” อาจต่างจากประกาศเล็กน้อย โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่มีค่ากำเหน็จและโปรโมชันเฉพาะของร้าน ดังนั้นถ้าจะซื้อจริง ให้โทรถามหรือเช็กช่องทางประกาศราคาของร้านนั้นๆ พร้อมดูเวลาล่าสุดเสมอ

อ่านตารางราคาให้เป็น, รับซื้อ vs ขายออก ต่างกันยังไง

จำง่ายๆ แบบนี้

  • รับซื้อ คือ “ราคาที่ร้านรับซื้อทองจากเรา” (ตอนเราจะขาย)
  • ขายออก คือ “ราคาที่ร้านขายทองให้เรา” (ตอนเราจะซื้อ)

ดังนั้น

  • ถ้าคุณกำลังคิดต้นทุนการซื้อ ให้ดูที่ ขายออก
  • ถ้าคุณกำลังคำนวณว่าจะขายได้เท่าไหร่ ให้ดูที่ รับซื้อ

ลองดูเคสสั้นๆ เพื่อเห็นภาพ “ส่วนต่างราคา” (สเปรด) ของทองแท่งจากประกาศ 09.38 น.

  • ซื้อทองแท่ง 1 บาททองคำที่ราคาขายออก 73,150 บาท
  • ถ้าหมุนตัวจะขายทันที ร้านรับซื้อ 73,050 บาท
    ส่วนต่างคือ 100 บาท/บาททองคำ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่หวัง “ซื้อปุ๊บกำไรปั๊บ” มักผิดหวัง เพราะต้องชนะส่วนต่างตรงนี้ให้ได้ก่อน ยิ่งเป็นทองรูปพรรณ ส่วนต่างมักมากกว่าเพราะมีค่ากำเหน็จและค่าแปรรูปเข้ามาเกี่ยว

ทองแท่งกับทองรูปพรรณทำไมราคาไม่เท่ากัน

ทองแท่งกับทองรูปพรรณแม้จะเป็นทอง 96.5% เหมือนกัน แต่ “ต้นทุน” ไม่เหมือนกัน

  • ทองแท่งต้นทุนหลักคือราคาทองล้วนๆ และค่าดำเนินการบางส่วน
  • ทองรูปพรรณมีค่ากำเหน็จ, ค่าแรงช่าง, การออกแบบ, และค่าเสียหายจากการใช้งาน

จากตัวอย่างราคา 09.38 น. จะเห็นว่า ทองรูปพรรณขายออก 73,950 บาท สูงกว่า ทองแท่งขายออก 73,150 บาท อย่างชัดเจน นี่คือภาพจริงของ “ค่าความสวยงาม” และการแปรรูปที่ถูกใส่เข้ามาในราคาขาย

ตอนขายคืนก็เช่นกัน หลายร้านจะคิดตามเงื่อนไขของร้าน บางกรณีอาจมีการหักค่ากำเหน็จ (โดยเฉพาะถ้าสภาพมีรอย, บิดงอ, หรือน้ำหนักคลาดเคลื่อน) เพราะฉะนั้นถ้าซื้อทองรูปพรรณด้วยเหตุผลเรื่องการลงทุน ต้องถามให้ชัดตั้งแต่ก่อนจ่ายเงินว่า ร้านรับซื้อคืนคิดแบบไหน

ทำไมราคาทองวันนี้ขึ้นลงเร็ว, 3 ปัจจัยที่กระทบชัดที่สุด

ราคาทองไทยไม่ได้ขึ้นลงจากปัจจัยในประเทศอย่างเดียว แต่ “โยงกับโลก” ตลอดเวลา โดยแกนหลักๆ คือ ราคาทองโลก, ค่าเงินบาท, และข่าวเศรษฐกิจการเงินที่ทำให้นักลงทุนย้ายเงินไปมา

เช้าวันนี้ที่ราคาปรับหลายรอบก็เป็นตัวอย่างชัด เพราะมีรายงานว่าทองโลกขึ้นแรง และตัวเลขอ้างอิงบางช่วงอยู่แถว 4,954 ถึง 4,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเรื่องดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนลงต่อเนื่อง ซึ่งมักช่วยหนุนราคาทองโลกในมุมของนักลงทุนต่างชาติ

ราคาทองโลก (Gold Spot) ส่งผลยังไงกับราคาทองไทย

Gold Spot คือราคาทองคำในตลาดโลกที่ซื้อขายกันแบบอ้างอิงสากล (หน่วยมักเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์) ไม่ใช่ “บาททองคำ” แบบที่เราใช้หน้าร้านในไทย

หลักการทำงานแบบง่ายๆ คือ

  • ถ้า Gold Spot กระโดดขึ้นแรง ราคาทองในไทยมักถูกปรับขึ้นตาม
  • ถ้า Gold Spot ย่อลง ราคาทองไทยก็มักอ่อนลง (ยกเว้นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนมากจนชดเชย)

จากข้อมูลเช้าวันนี้ มีการรายงาน Gold Spot แถว 4,955.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเวลา 09.38 น. และมีข่าวว่าทองโลกทำสถิติใหม่ นี่เป็นชนวนที่ทำให้ราคาทองไทยขยับถี่ในช่วงเช้า

ค่าเงินบาททำให้ราคาทองไทยแพงหรือถูกลงได้

ทองโลกซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่คนไทยจ่ายเป็นเงินบาท เพราะฉะนั้น “ค่าเงินบาท” คืออีกตัวที่ดันราคาขึ้นลงแบบเห็นได้ทันที

จำภาพนี้ไว้

  • บาทอ่อน (ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อซื้อ 1 ดอลลาร์) ราคาทองในไทยมัก “แพงขึ้น”
  • บาทแข็ง ราคาทองในไทยมัก “ถูกลง” หรือขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

เช้าวันนี้มีข้อมูลค่าเงินบาทแถว 31.20 ถึง 31.23 บาทต่อดอลลาร์ (ราว 31.22) ซึ่งเป็นโซนที่บาทค่อนข้างแข็งเมื่อเทียบกับบางช่วงก่อนหน้า จึงอาจช่วยกดแรงขึ้นของราคาทองไทยไว้บางส่วน แม้ทองโลกจะพุ่ง

ลองนึกสถานการณ์จำลอง: ถ้าทองโลกเท่าเดิม แต่เงินบาทอ่อนจาก 31.2 ไป 32.2 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองในไทยมีโอกาสขยับขึ้นได้ แม้ไม่มีข่าวอะไรเพิ่ม เพราะต้นทุนเป็นเงินบาทสูงขึ้นทันที

จะซื้อหรือขายวันนี้ดี, เช็กลิสต์ตัดสินใจแบบไม่ซับซ้อน

การตัดสินใจซื้อขายทองไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่แยก “เป้าหมาย” ให้ชัด แล้วดูตัวเลขให้ถูกช่อง

  • ซื้อเก็บ: เน้นต้นทุนรวมต่ำ, ขายคล่อง, ส่วนต่างไม่แรง
  • ซื้อใส่: ยอมจ่ายค่ากำเหน็จเพื่อความสวยและความชอบ
  • ขายทำกำไร: ต้องดู “รับซื้อ” เป็นหลัก และเผื่อส่วนต่างราคาไว้เสมอ

อีกอย่างที่มักพลาดคือ หลายคนจำราคา “ขายออก” แล้วคิดว่าเวลาขายจะได้เท่านั้น แต่ความจริงต้องอิง “รับซื้อ” และยังมีเงื่อนไขหน้าร้านเข้ามาเกี่ยว

ถ้าซื้อเก็บ, เลือกทองแบบไหนคุ้มกว่า

ถ้าเป้าหมายคือซื้อเก็บเพื่อความคล่องตัว คนส่วนใหญ่มักเลือกทองแท่ง เพราะโดยทั่วไป ค่ากำเหน็จน้อยกว่า และราคามักอิงประกาศสมาคมค้าทองคำชัดเจนกว่า

ส่วนทองรูปพรรณเหมาะกับคนที่ “อยากใส่จริง” และโอเคกับค่ากำเหน็จ แต่ควรถามตั้งแต่ต้นว่า

  • ร้านคิดค่ากำเหน็จเท่าไหร่
  • ถ้าขายคืนร้านเดิม รับซื้อคืนคิดแบบไหน
  • ต้องมีใบเสร็จหรือหลักฐานอะไรบ้าง

เก็บใบเสร็จไว้ให้ดี และอย่ามองข้ามเรื่องสภาพสินค้า เพราะตอนขายจริง รายละเอียดเล็กๆ อาจกลายเป็นเงินก้อนหนึ่งได้

ก่อนเดินเข้าร้าน, 5 อย่างที่ควรเตรียมและถามให้ชัด

  • เช็ก เวลาอัปเดตราคา ล่าสุดของวันนั้น (อย่าดูแต่รูปที่แชร์ต่อกัน)
  • ถาม ค่ากำเหน็จ และมีส่วนลดค่ากำเหน็จหรือไม่ (ถ้าซื้อรูปพรรณ)
  • ถาม ราคารับซื้อคืนของร้าน และเงื่อนไขตอนขาย (ต้องมีใบเสร็จไหม)
  • เตรียม บัตรประชาชน ตามข้อกำหนดของร้านและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจ น้ำหนัก, ตราประทับ, และความเรียบร้อยของสินค้า ก่อนออกจากร้าน

ทำครบ 5 ข้อนี้ คุณจะคุมความเสี่ยงได้เยอะ และไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่า “รู้งี้ถามก่อนก็ดี”

สรุป: เช็กราคาทองวันนี้ให้ทัน, แล้วค่อยตัดสินใจ

จำ 3 เรื่องนี้ให้ขึ้นใจ เวลาเช็ก ราคาทองวันนี้ จะไม่หลงทาง

  1. ดูแหล่งอ้างอิงและ เวลาอัปเดต เพราะราคาอาจปรับหลายรอบในวันเดียว
  2. แยกทองแท่งกับทองรูปพรรณ และอ่านคำว่า รับซื้อ กับ ขายออก ให้ถูกช่อง
  3. เข้าใจแรงขับหลักจากทองโลกและค่าเงินบาท แล้วคุณจะเดาทิศทางได้มีเหตุผลขึ้น

ก่อนซื้อหรือขายจริง เปิดดูอัปเดตล่าสุดอีกครั้งเสมอ เพราะในวันที่ตลาดคึก ราคาอาจเปลี่ยนเร็วพอๆ กับการกะพริบตา และการเช็กให้ชัวร์คือวิธีง่ายที่สุดในการปกป้องเงินของตัวเอง

กำลังเป็นที่นิยม

สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม (CIB) ได้จับกุมเจ้าหน้าที่ 6 คน ในข้อหาออกบัตรประจำตัวประชาชนไทยให้แก่พลเมืองชาวจีน

Trending

Exit mobile version