ข่าวอาชญากรรม - Crime
สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม (CIB) ได้จับกุมเจ้าหน้าที่ 6 คน ในข้อหาออกบัตรประจำตัวประชาชนไทยให้แก่พลเมืองชาวจีน
เชียงใหม่ – รองอธิบดีกรมการปกครองพร้อม “บิ๊กเต่า” แถลงผลปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” หลังเข้าจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้ชาวต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย ซึ่งบางรายเป็นชาวจีนที่มีหมายจับและเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าคดีนี้กระทบความมั่นคงประเทศ และจะเร่งขยายผลเอาผิดให้ครบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำงาน ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ช., ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ใช้หมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายรวม 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และบุคคลเกี่ยวข้อง เบื้องต้นจับกุมได้ 5 ราย
นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ตามที่พักของผู้ถูกออกหมายจับ โดยในห้องพักของปลัดอำเภอเชียงดาว พบเอกสารเกี่ยวกับการขอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยซ่อนอยู่ใต้เตียง และพบเงินสด 80,000 บาท จึงยึดไว้ตรวจสอบ
จุดเริ่มต้นคดี มาจากการขยายผลในเวียงแหง
นายวิฑูรย์เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ต่อยอดจากคดีสวมสิทธิบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนในอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือน พ.ย. 2568 ผู้ต้องหาคนสำคัญรายหนึ่งถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ถูกสงสัยว่าทำบัตรประจำตัวครั้งแรกด้วยวิธีทุจริต และมีการย้ายทะเบียนบ้านจากอำเภอเวียงแหง ไปอยู่ในทะเบียนบ้านอำเภอเชียงดาว
เมื่อทีมตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นชาวจีนที่มีหมายจับ และมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่มองว่าเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงอย่างมีนัยสำคัญ
จากการสอบสวน ยังพบสัญญาณผิดปกติหลายจุด เช่น ผู้ยื่นขอทำบัตรครั้งแรกมีอายุค่อนข้างมาก เขียนคำร้องไม่ได้ ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ และสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ ทั้งที่อ้างว่าอยู่ไทยมากกว่า 20 ปี ทำให้เชื่อว่าการทุจริตน่าจะทำเป็นขบวนการ และมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง
เอกสารประกอบคำขอมีพิรุธ เร่งตรวจเส้นทางเงิน
เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่า สำเนาสูติบัตรที่ใช้ประกอบการขอมีบัตรเป็นของบุคคลที่ไม่เคยทำบัตรประชาชน และไม่ปรากฏตัวมานาน แต่ครอบครัวกลับไม่มีการแจ้งความหรือดำเนินการใดๆ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลและคัดสำเนาเอกสารไปใช้งานได้ มักต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียน
ยังพบการใช้เอกสารและพยานรับรองที่อ้างว่าเป็นคนในครอบครัว แต่เมื่อตรวจสอบรูปพรรณแล้วไม่คล้ายกัน ผู้ต้องหาบางส่วนยังปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนเงินสดที่พบระหว่างค้นห้องพัก มีการอ้างว่าเป็นเงินจากการขายพระเครื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
กรมการปกครองยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง และจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่น เนื่องจากมีข้อมูลว่าน่าจะมีการกระทำในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนมาก ส่วนปลัดอำเภอเชียงดาว 2 รายที่ถูกจับกุม จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ตำรวจเชื่อยังมีผู้เกี่ยวข้องระดับสูงกว่านี้
พล.ต.ต. จรูญเกียรติระบุว่า จากพยานหลักฐานที่ได้รับและตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ระหว่างสอบปากคำ พบว่าบางคนให้ความร่วมมือ แต่บางคนยังปฏิเสธ อย่างไรก็ดีตำรวจเชื่อว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนัก และมีโอกาสพบผู้เกี่ยวข้องในระดับสูงกว่านี้
เขายกตัวอย่างคดีในอำเภอเวียงแหง ที่ช่วงแรกยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงระดับผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อสืบต่อจึงพบหลักฐานจนต้องดำเนินการตามขั้นตอน และกรณีเชียงดาวก็จะใช้แนวทางเดียวกัน หากพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีทันที
ตำรวจย้ำว่าการสวมสิทธิให้คนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เป็นปัญหาหนัก เพราะเปิดทางให้ไปก่อคดีอื่นต่อ และสร้างความเสียหายต่อประชาชนและประเทศ
รายชื่อผู้ถูกออกหมายจับ 6 ราย จับได้แล้ว 5 ราย
ผู้ถูกศาลอนุมัติหมายจับรวม 6 ราย ได้แก่
- ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ปลัดอำเภองานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง
- ผู้ช่วยนายทะเบียน เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมได้แล้ว 5 ราย และอยู่ระหว่างติดตามผู้ที่เหลือตามกระบวนการต่อไป