ข่าวการเมือง

การเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

Published

on

การเลือกตั้งปี 2026 – การเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 400 เขตทั่วประเทศในปี 2569 มีหลายพื้นที่ที่การแข่งขันน่าดูเป็นพิเศษ บางเขตเป็นศึก “บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่” คนดังลงชนกันตรงๆ บางเขตเป็น “ศึกสายเลือด” ใช้นามสกุลเดียวกันแย่งเก้าอี้กันเอง และอีกหลายจุดเป็นสนามวัดใจ สส.เดิมที่ย้ายพรรคแล้วหวังรักษาที่นั่งเดิม

ต่อไปนี้คือ 10 เขตที่ถูกพูดถึงมากในรอบนี้

ผู้สมัครดังแน่น, บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่

กรุงเทพฯ เขต 4 (คลองเตย, วัฒนา)

ศึกเขตนี้ยังร้อนต่อเนื่องจากปี 2566 ที่ ภัณฑิล น่วมเจิม (อดีตพรรคก้าวไกล, ปัจจุบันอยู่ฝั่งพรรคประชาชน) ชนะขาดจากแรงหนุนกระแสสีส้ม รอบนี้ต้องจับตาว่าฐานเสียงเดิมยังแน่นเหมือนเดิมหรือไม่

ฝั่งคู่แข่งก็มีชื่อที่คนคุ้นหูหลายคน เช่น เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ลูกชายของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ลงในนามพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ส่ง พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. และเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่มีฐานสนับสนุนในเมืองไม่น้อย

อีกชื่อที่ถูกจับตามองคือ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักร้องเรียนทางการเมืองที่เป็นที่รู้จัก ลงกับพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่งคนรุ่นใหม่อย่าง บุณยกร ดำรงรัตน์ ลงมาสู้ในเขตนี้

สงขลา เขต 2 นครหาดใหญ่ (ต.หาดใหญ่, ต.คลองอู่ตะเภา)

หาดใหญ่เป็นพื้นที่ใหญ่และสำคัญของภาคใต้ แถมเพิ่งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมหนัก ทำให้การเลือกตั้งรอบนี้ยิ่งถูกจับตาเป็นพิเศษ ผู้สมัครแต่ละพรรคก็เป็นคนดังทั้งนั้น

เจ้าของพื้นที่เดิมคือ ศาสตรา ศรีปาน อดีตรวมไทยสร้างชาติ รอบนี้ย้ายมาลงในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย โดยครั้งก่อนชนะผู้สมัครก้าวไกลแบบเฉือนกันหลักร้อยคะแนนเท่านั้น

ฝั่งพรรคประชาชนส่ง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย และอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นที่รู้จักจากบทบาทวิจารณ์การบริหารโควิด-19 และนโยบายกัญชา จนมีประเด็นด้านวินัยและการโยกย้าย ล่าสุดมีมติให้พ้นจากราชการ ซึ่งถ้าถูกให้ออกจากราชการจริงอาจกระทบคุณสมบัติการลงสมัคร

อีกคนที่แรงไม่แพ้กันคือ จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเน็ตไอดอลและครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก รอบก่อนลงในนามชาติพัฒนากล้าและได้คะแนนเป็นอันดับ 3 แบบไม่ห่างมาก รอบนี้กลับมาพร้อมตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ทำให้โอกาสพลิกเกมมีอยู่จริง

เชียงราย เขต 7 (อ.แม่ฟ้าหลวง, เวียงแก่น, ขุนตาล)

เขตนี้ก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่ของ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน (เพื่อไทย) อดีตรองประธานสภาฯ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งและตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปีในช่วง ส.ค. 2568 จากกรณีโยกงบสภาลงพื้นที่ จากนั้นมีการเลือกตั้งใหม่และ สง่า พรมเมือง (เพื่อไทย) ชนะ สุทัศน์ ยาละ (พรรคประชาชน) แบบขาดลอย

เลือกตั้ง 2569 เพื่อไทยส่ง สง่า พรมเมือง ลงต่อเพื่อประคองพื้นที่ ส่วนภูมิใจไทยส่ง เสกสรรค์ เชื้อเมืองพาน น้องชายของพิเชษฐ์ ซึ่งมีฐานเดิมเหนียวแน่น ขณะเดียวกันยังมีตัวเต็งจากบ้านใหญ่ท้องถิ่นอย่าง สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ อดีตประธานสภา อบจ. และรองนายก อบจ. ที่เป็นน้องชายของนายก อบจ.เชียงรายคนปัจจุบัน ทำให้เขตนี้น่าจะวัดกันหลักๆ ระหว่าง 3 ขั้วใหญ่

ศึกสายเลือด

ร้อยเอ็ด เขต 8 (อ.จตุรพักตรพิมาน, อ.ศรีสมเด็จ)

สนามนี้เป็นศึกในตระกูล “สินธุไพร” ระหว่างเจ้าของพื้นที่เดิม ชญาภา สินธุไพร ที่ยังอยู่กับเพื่อไทย เจอกับ ธนชัย สินธุไพร จากภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกชายของ จุรีพร สินธุไพร และมีศักดิ์เป็นอาของชญาภา

ก่อนหน้านี้ธนชัยเคยแยกไปอยู่พลังประชารัฐในปี 2562 และลงกับไทยสร้างไทยในปี 2566 ก่อนย้ายมาสีน้ำเงินในรอบนี้ ภาพรวมยังประเมินว่า สส.เดิมมีฐานคะแนนชัด แต่เพราะเป็นเขตผสมหลายอำเภอ เกมยังเปิดกว้าง จึงเป็นเขตที่ต้องตามดูจนวินาทีสุดท้าย

นครนายก เขต 2 (อ.บ้านนา, อ.องครักษ์)

อีกสนามญาติชนญาติในตระกูล “กิตติธเนศวร” เมื่อ เกรียงไกร กิตติธเนศวร หลานชายที่ย้ายจากเพื่อไทยมาภูมิใจไทย ต้องสู้กับ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ลุงแท้ๆ ที่ย้ายจากภูมิใจไทยไปอยู่พรรคกล้าธรรม

ฝั่งเกรียงไกรเป็นอดีต สส.ที่มีผลงานพื้นที่พอสมควร ส่วนวุฒิชัยเป็นนักการเมืองประสบการณ์สูง เคยเป็น สส.นครนายกมาหลายสมัยในหลายพรรค ทำให้เขต 2 รอบนี้ออกได้หลายหน้า และมีแนวโน้มสูสีมาก

บ้านใหญ่ขอทวงคืน

สมุทรปราการ เขต 1 (อ.เมือง)

ปี 2566 เขตนี้ พนิดา มงคลสวัสดิ์ (อดีตก้าวไกล) ชนะเลือกตั้ง รอบนี้ลงต่อในนามพรรคประชาชน แต่ต้องเจอแรงกดดันจากบ้านใหญ่เมืองปากน้ำ ตระกูล “อัศวเหม” ที่ส่ง อัครวัฒน์ อัศวเหม ลงชิง

รอบนี้ตระกูลอัศวเหมซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนเคยอยู่ฝั่งพลังประชารัฐ หันมาร่วมงานกับเพื่อไทย และส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 เขตของจังหวัด เป้าหมายชัดคือทวงเก้าอี้คืนจากพรรคประชาชนที่กวาดได้หมดในครั้งก่อน

ชลบุรี เขต 1 (อ.เมืองชลบุรี)

การเลือกตั้งปี 2566 วรท ศิริรักษ์ (อดีตก้าวไกล) ชนะคู่แข่งจากรวมไทยสร้างชาติแบบห่างกันไม่กี่พันคะแนน รอบนี้ลงอีกครั้งเพื่อรักษาที่นั่ง

จุดน่าสนใจคือครั้งก่อนคะแนนของกลุ่ม “บ้านใหม่” ฝั่งรวมไทยสร้างชาติ (นำโดย สุชาติ ชมกลิ่น) ไปตัดกับคะแนน “บ้านใหญ่” ตระกูลคุณปลื้มที่อยู่เพื่อไทยในตอนนั้น จนเปิดทางให้สีส้มแทรกชนะได้

แต่ในปี 2569 ทั้งกลุ่มของสุชาติและตระกูลคุณปลื้มขยับมาร่วมงานกับภูมิใจไทย และ สุชาติ ชมกลิ่น ลงเขตนี้ด้วยตัวเอง ทำให้มีโอกาสรวมคะแนนแล้วแซงกลับได้เหมือนกัน

คนเก่าย้ายพรรค, วัดใจฐานเดิม

ขอนแก่น เขต 9 (อ.แวงใหญ่, อ.แวงน้อย, อ.พล)

เดิมเป็นฐานของบ้านใหญ่ขอนแก่น ตระกูล “อรรณนพพร” ที่เคยอยู่เพื่อไทย โดย สส.เดิมคือ สรัสนันท์ อรรณนพพร ชนะขาดในครั้งก่อน แต่รอบนี้ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย กลายเป็นอีกหนึ่งเคสที่ถูกจับตาเรื่องการย้ายค่าย

เพื่อไทยส่ง ณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง อดีต ส.อบจ. ลงแข่ง และมีการทำเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่อำเภอพล พร้อมแกนนำพรรคอย่าง สุทิน คลังแสง และ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ลงพื้นที่ช่วยเต็มที่ สะท้อนว่าเขตนี้วัดกันจริงจัง

ถ้าอิงผลปี 2566 เพื่อไทยได้อันดับ 1 ทิ้งห่างก้าวไกลหลายหมื่นคะแนน แต่รอบนี้เป็นการเทียบแรงระหว่างแบรนด์พรรคกับตัวผู้สมัครเดิม และถ้าคะแนนตัดกันเองมากเกินไป ก็เปิดช่องให้พรรคประชาชนที่ส่ง กมลชนก สุพรรณฝ่าย อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีลุ้นเบียดขึ้นมาได้

กาญจนบุรี เขต 5 (อ.ทองผาภูมิ, อ.สังขละบุรี, อ.ศรีสวัสดิ์ (บางส่วน))

ปี 2566 ผู้ชนะคือ พนม โพธิ์แก้ว จากเพื่อไทย รอบนี้ลงป้องกันตำแหน่งสมัยที่ 2 ขณะที่ภูมิใจไทยส่ง ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.กาญจนบุรี เขต 4 ที่เคยอยู่เพื่อไทย และเคยมีภาพจำเรื่องการโหวตหนุนหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะได้ตำแหน่ง รมช.มหาดไทย รอบนี้โยกมาลงเขต 5 แทน

กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่เพื่อไทยทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งก่อน เกือบชนะทั้งจังหวัด เขตนี้เลยถูกมองว่าเป็นอีกสนามที่ต้องเกาะติด

อุบลราชธานี เขต 7 (อ.ศรีเมืองใหม่, อ.โขงเจียม, อ.สิรินธร (ยกเว้น ต.โนนก่อ), อ.พิบูลมังสาหาร (เฉพาะ ต.ระเว, ต.ทรายมูล))

ปี 2566 ผู้ชนะคือ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลูกสาวของ “กุ่ย” ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่เป็น สส.พื้นที่นี้มาหลายสมัย แต่บรรยากาศรอบ 2569 เปลี่ยนพอสมควร เพราะชูวิทย์ไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในบทบาทที่ปรึกษา ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ขณะที่สุดารัตน์ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย และลงอีกครั้งเพื่อรักษาที่นั่ง

ด้านเพื่อไทยส่ง เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ลูกชายของ อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต สส.อุบลราชธานีหลายสมัย ซึ่งอดิศักดิ์เคยย้ายไปพลังประชารัฐในปี 2562 ส่วนเชิดศักดิ์ในการเลือกตั้งปี 2566 เคยลงเขตนี้ในนามภูมิใจไทย ทำให้รอบนี้กลายเป็นภาพ “สลับค่าย” ของผู้สมัครสองฝั่งอย่างชัดเจน และทำให้เขตนี้ยิ่งน่าดูมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องสงสัยซื้อเสียงในอำเภอพาน

Trending

Exit mobile version