การเงิน
ราคาบิตคอยน์ดิ่งเหว! ร่วงเกือบ 50% จากจุดสูงสุด หลุด $63,000 ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี
ราคาบิตคอยน์ร่วงแรง! ลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุด หลุด $63,000 ครั้งแรกในรอบกว่าปี ท่ามกลางสัญญาณ “คริปโตวินเทอร์” รอบใหม่
บิตคอยน์เจอแรงขายหนัก นักลงทุนสถาบันชะลอลง ภาพตลาดหมีเริ่มชัด
กรุงเทพฯ – 6 กุมภาพันธ์ 2569, ราคาบิตคอยน์ (บิตคอยน์) ที่เคยทำจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ $126,000 ในเดือนตุลาคม 2568 กำลังเผชิญช่วงปรับฐานรุนแรงในต้นปี 2569 ล่าสุดไหลลงมาแถว $61,000-$63,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นระดับต่ำสุดนับจากปลายปี 2567 และทำให้มูลค่าตลาดรวมของบิตคอยน์หายไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์จากจุดพีค สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งตลาดคริปโตทั่วโลก
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มอย่าง CoinMarketCap และ CoinDesk ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บิตคอยน์ปรับลงราว 15-17% ขณะที่ภาพรวมตลอดสัปดาห์ลดลงประมาณ 20-25% และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2569 การปรับลงอยู่ในช่วงเกือบ 28-50% (ขึ้นกับจุดอ้างอิง) กระแส “Crypto Winter” เลยถูกพูดถึงอีกครั้ง แม้สหรัฐฯ จะมีสัญญาณนโยบายที่เป็นมิตรกับคริปโตในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่สองก็ตาม
ปัจจัยสำคัญที่กดราคาบิตคอยน์ลง
การร่วงรอบนี้ไม่ได้มาจากเรื่องเดียว แต่เป็นหลายแรงที่เกิดพร้อมกัน
อย่างแรกคือ แรงขายจากการเทรดที่ใช้มาร์จิ้นสูง และการถูกบังคับปิดสถานะ (Liquidations) ในตลาดฟิวเจอร์ส โดยมูลค่าการล้างพอร์ตฝั่ง Long ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาแตะระดับเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อราคาหลุดระดับสำคัญ ระบบก็ทยอยปิดสถานะอัตโนมัติ ทำให้แรงขายยิ่งซ้ำเติมและเกิดการไหลลงเป็นทอด ๆ
อย่างที่สองคือ เงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ามีเงินไหลออกสุทธิระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่วัน แม้ BlackRock จะยังเป็นฝั่งซื้อสุทธิ แต่กองทุนอื่นกลับเจอแรงถอนทุนมากขึ้น ภาพรวมเลยสะท้อนว่าความมั่นใจของนักลงทุนสถาบันเริ่มอ่อนแรงลง
อีกด้านหนึ่ง เงินถูกย้ายไปสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างทองคำและเงินสดมากขึ้น เพราะบรรยากาศเศรษฐกิจโลกยังไม่นิ่ง ทั้งความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยี ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่อาจไม่ลดดอกเบี้ยเร็วตามที่ตลาดเคยหวัง และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังไม่จบ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตถูกลดพอร์ต
แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะแสดงท่าทีสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตแบบชัดเจน แต่ราคาบิตคอยน์ในหลายช่วงกลับต่ำกว่าระดับก่อนการเลือกตั้งปี 2567 ทำให้นักลงทุนบางส่วนผิดหวัง เพราะเคยคาดหวังแรงหนุนจากการผ่อนกฎและบรรยากาศเชิงบวก
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต และนักลงทุนไทย
การปรับลงของบิตคอยน์ลากทั้งตลาดไปด้วย เหรียญทางเลือก (Altcoins) หลายตัวลดลง 10-20% เช่น Ethereum ที่หลุดระดับสำคัญ และ Solana ที่ลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี มูลค่าตลาดคริปโตรวมก็หายไปมากกว่า 500 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่วัน
สำหรับนักลงทุนไทยที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Bitkub หรือ Binance รอบนี้กดดันชัด โดยเฉพาะคนที่เข้าซื้อช่วงปลายขาขึ้นปีที่แล้ว หรือถือสถานะที่ใช้มาร์จิ้น หลายพอร์ตเจอขาดทุนสะสม ขณะที่อีกส่วนยังเลือกถือยาว (HODL) เพราะเชื่อว่าระยะยาวบิตคอยน์มีโอกาสกลับมาได้ ตามประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านรอบตลาดหมีหลายครั้ง
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ถ้าราคาหลุดแนวรับสำคัญแถว $60,000-$65,000 อาจเห็นการลงต่อไปถึง $50,000 ได้ แต่ถ้าตลาดกลับมายืนเหนือ $70,000 อีกครั้ง ก็มีโอกาสเด้งกลับแบบ technical rebound ในระยะสั้น
มองไปข้างหน้า, โอกาสหรือกับดัก?
แม้ภาพตอนนี้จะดูตึงมือ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังมองว่าเป็นจังหวะสะสมสำหรับคนที่ถือยาว เพราะบิตคอยน์มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ และการยอมรับจากสถาบันยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาพใหญ่
แต่ในระยะสั้น ความผันผวนยังสูง นักลงทุนควรระวังการใช้มาร์จิ้นมากเกินไป และติดตามข่าวเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุม Fed และความคืบหน้านโยบายคริปโตของสหรัฐฯ
ในช่วงที่หลายคนเรียกว่า “คริปโตวินเทอร์” รอบใหม่ บิตคอยน์กำลังทดสอบความเชื่อมั่นของตลาดอีกครั้ง ว่ารอบนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน หรือเป็นเพียงช่วงพักก่อนรอบถัดไปเริ่มขึ้นอีกครั้ง