ข่าวระดับชาติ - National
ยอดอุบัติเหตุปีใหม่ลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูญเสีย 272 ชีวิตในช่วง “7 วันอันตราย” ของไทย
เชียงราย – ขณะที่คนไทยจำนวนมากทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ และกลับไปทำงานหลังวันหยุดยาวปีใหม่ ถนนทั่วประเทศก็ทิ้งตัวเลขที่ชวนสะเทือนใจไว้อีกครั้ง ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ภายใต้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถิติสุดท้ายของการรณรงค์ “7 วันอันตราย” ปีใหม่ 2026 ครอบคลุมวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026 ภาพรวมจำนวนอุบัติเหตุลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา แต่ความสูญเสียยังหนักมาก คือมีผู้เสียชีวิต 272 ราย บาดเจ็บ 1,464 ราย และเกิดอุบัติเหตุ 1,511 ครั้ง ทั่วประเทศ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองว่าตัวเลขอุบัติเหตุที่ลดลงสะท้อนผลของด่านตรวจที่เข้มขึ้น การสื่อสารเตือนภัย และการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังมากขึ้น แต่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เฉลี่ยเกือบ 39 คนต่อวัน ก็ย้ำชัดว่าไทยยังต้องทำงานอีกไกล หากอยากให้ถนนปลอดภัยขึ้นจริง
“7 วันอันตราย” คืออะไร
“7 วันอันตราย” เป็นแคมเปญความปลอดภัยทางถนนที่ไทยทำต่อเนื่องมานาน โดยจัดปีละ 2 ช่วงใหญ่ คือเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ในเดือนเมษายน เป็นช่วงที่การเดินทางหนาแน่นที่สุดของปี ผู้คนจำนวนมากออกจากเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านต่างจังหวัดหรือไปเที่ยว แล้วเดินทางกลับพร้อมกันในช่วงท้ายวันหยุด
การทำงานเป็นรูปแบบประสานหลายฝ่าย ทั้ง ปภ. ตำรวจ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานท้องถิ่น มาตรการที่พบได้บ่อยคือจุดตรวจริมถนน การตรวจแอลกอฮอล์ ดักจับความเร็ว จุดพักรถฟรี และการสื่อสารผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อย้ำแนวทางขับขี่ปลอดภัย สำหรับปี 2026 ใช้สโลแกน “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” แต่แม้จะรณรงค์ทุกปี ช่วงนี้ก็ยังเกิดเหตุเพิ่มจากรถหนาแน่น ความง่วง แอลกอฮอล์ และพฤติกรรมเสี่ยง
สรุปยอดสุดท้าย, ตัวเลขดีขึ้นบางจุด แต่ความเสี่ยงยังเดิม
ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนของ ปภ. ระบุว่า จำนวนอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บลดลงเล็กน้อยจากค่าเฉลี่ยในช่วงวันหยุดหลายครั้งที่ผ่านมา แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับสูง
- อุบัติเหตุรวม 1,511 ครั้ง
- เสียชีวิตรวม 272 ราย
- บาดเจ็บรวม 1,464 ราย
รถจักรยานยนต์ยังเป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องมากที่สุด โดยพบในรายงานรายวันรวมแล้วมากกว่า 70 ถึง 80% ของอุบัติเหตุ สาเหตุหลักยังคงเป็นการใช้ความเร็วเกินกำหนด รองลงมาคือเมาแล้วขับ ซึ่งเกิดซ้ำแทบตลอดสัปดาห์ จุดเกิดเหตุมักอยู่บนถนนทางตรง โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ถึงค่ำ ที่ความล้าและการตัดสินใจช้าทำให้ความเสี่ยงพุ่งขึ้น
พื้นที่น่าห่วง, กรุงเทพฯ เสียชีวิตสูงสุด, ภูเก็ตอุบัติเหตุสูงสุด
กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด สะท้อนสภาพการจราจรหนาแน่นและการไหลกลับของคนเดินทางช่วงท้ายเทศกาล ส่วนภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม มีจำนวนอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บมากที่สุดจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
หลายจังหวัดในภาคเหนือ รวมถึงเชียงราย ก็มีช่วงที่ตัวเลขขึ้นสูงในวันแรก ๆ จากเส้นทางภูเขา หมอกลงจัด และปัจจัยอย่างการบรรทุกเกินหรือสภาพรถที่ไม่พร้อม ขณะที่ภาคเหนือและอีสานหลายพื้นที่พบเหตุเป็นกลุ่มจากการเดินทางไกลเพื่อกลับบ้านพร้อมกันของครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมี 7 จังหวัดที่รายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิตตลอดช่วงรณรงค์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวอย่างที่น่าศึกษา เพื่อดึงแนวทางในพื้นที่ไปปรับใช้กับจังหวัดอื่น
ปัญหาใหญ่ทั้งปี, WHO ชี้ไทยยังเจ็บหนักเรื่องความปลอดภัยทางถนน
เหตุเศร้าช่วงเทศกาลเป็นเพียงภาพหนึ่งของปัญหาที่เกิดตลอดทั้งปี รายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ฉบับล่าสุด (ข้อมูลปี 2023) ระบุว่าไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 25.4 ต่อประชากร 100,000 คน จัดว่าสูงในระดับเอเชีย และสูงเมื่อเทียบกับประเทศรายได้ปานกลางระดับบน
WHO ประเมินว่าไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนราว 18,000 ถึง 20,000 รายต่อปี โดยผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุ 15-29 ปีได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากอุบัติเหตุถูกประเมินว่าสูงกว่า 3% ของ GDP ต่อปี ซึ่งกระทบทั้งครอบครัว ระบบสาธารณสุข และเศรษฐกิจภาพรวม
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทศกาลอย่างเดียว แต่รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สม่ำเสมอในช่วงปกติ รถบางส่วนสภาพไม่พร้อม (เช่น เบรกหรือยางมีปัญหา) ทางเลือกขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ครอบคลุม และทัศนคติเรื่องความเร็วและการดื่มก่อนขับที่ยังพบได้ทั่วไป
เสียงเรียกร้องให้ทำต่อเนื่องทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาล
อธิบดี ปภ. ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ กล่าวชื่นชมการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน พร้อมย้ำว่าต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับใช้ในพื้นที่จริง โดยให้ดูอำเภอหรือจังหวัดที่ทำได้ดีและไม่เกิดเหตุรุนแรงเป็นแนวทาง
เครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน รวมถึงกลุ่มในเชียงราย ก็สะท้อนตรงกันว่า การรณรงค์เฉพาะช่วงวันหยุดยังไม่พอ พวกเขาอยากเห็นการปรับปรุงถนนและจุดเสี่ยง การบังคับใช้หมวกกันน็อกและเข็มขัดนิรภัยให้จริงจัง การยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล และการให้ความรู้ตั้งแต่ในโรงเรียน
เมื่อชุมชนในภาคเหนือยังต้องเผชิญการสูญเสียจากเส้นทางขึ้นดอยและถนนภูเขาหลายสาย เสียงที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ คือไทยไม่ควรยอมรับการเสียชีวิตจำนวนมากเป็นเรื่อง “ปกติ” ของช่วงเฉลิมฉลอง
ปีใหม่นำความสุขมาสู่หลายครอบครัว แต่สำหรับอีก 272 ครอบครัว นี่คือการสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนกลับได้ หากความปลอดภัยทางถนนยังไม่ถูกทำให้เป็นเรื่องที่ทำทุกวัน “7 วันอันตราย” ก็จะยังเป็นช่วงเวลาที่คนไทยไม่อยากเห็นซ้ำอีกในทุกปี