ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงราย จับกุมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หลังทหารถูกแทง
เชียงราย – ตำรวจเชียงรายเร่งสอบสวนเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่แทงทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าค่ายเม็งรายมหาราช ก่อนโยนมีดลงท่อระบายน้ำ คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ กลางถนน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา วันนี้ (12 ม.ค.) ตำรวจภูธรเชียงราย…
เชียงราย – ตำรวจเชียงรายเร่งสอบสวนเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่แทงทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าค่ายเม็งรายมหาราช ก่อนโยนมีดลงท่อระบายน้ำ คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ กลางถนน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
วันนี้ (12 ม.ค.) ตำรวจภูธรเชียงราย กำลังเร่งสอบสวนผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น บริเวณทางเข้าค่ายเม็งรายมหาราช ถ.วินิจฉัยกุล กลางเทศบาลนครทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน">เชียงราย อ.เมืองเชียงราย เมื่อคืนที่ผ่านมา ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ พลทหาร 1 นายปฏิภาณ ประจำค่ายเม็งรายมหาราช ถูกแทงที่ซี่โครง 1 ครั้ง อาการสาหัส มีร่องรอยเลือดไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงติดต่อนำตัวส่งโรงพยาบาล
ที่เกิดเหตุพบกลุ่มคนร้ายเป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าประตูค่าย มีทหารกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นพี่และเพื่อนของนายปติพันธ์ พยายามจะเข้าไปหาและแจ้งว่าได้แทงทหาร นายปติพันธ์ได้รับบาดเจ็บตามที่แจ้ง จึงต่อสู้กลับ แต่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย
ตำรวจและตำรวจทหาร (จ่าสิบเอก) ไกล่เกลี่ยและสอบปากคำพยาน รายงานเบื้องต้นระบุว่าผู้ก่อเหตุ 1 รายใช้มีดพกแทงพลทหารปติพันธ์จนถึงทางเข้าค่าย ก่อนจะโยนมีดลงในท่อระบายน้ำบริเวณดังกล่าว
ตำรวจเชียงราย จับกุมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หลังทหารถูกแทง" width="1024" height="576" />
อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ตำรวจปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนแทง จึงขอค้นกระเป๋าพบปืนเปล่า
จึงพาผู้ก่อเหตุไปค้นท่อระบายน้ำ พบมีดพก 1 เล่ม ซึ่งยึดไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ก่อเหตุและพยานไปที่ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อขยายการสืบสวนหาสาเหตุการเกิดเหตุ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน อาจทะเลาะวิวาทกัน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจเชียงรายบุกค้นร้านคาราโอเกะ 2 ร้าน ไร้ใบอนุญาต ปล่อยให้เด็ก 13-14 ปี ต้อนรับแขก ค้นห้องมียาบ้า
ตำรวจเชียงรายบุกค้นร้านคาราโอเกะ 2 ร้าน ไร้ใบอนุญาต ปล่อยให้เด็ก 13-14 ปี ต้อนรับแขก ค้นห้องมียาบ้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนชาวจีนในภาคเหนือของประเทศไทย
พะเยา – เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เปิดปฏิบัติการสกัดจับเครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองกลางจังหวัดพะเยา เหตุการณ์นี้เป็นการตอกย้ำปัญหาขบวนการค้ามนุษย์และกลุ่มทุนจีนเทาในภูมิภาค ตำรวจสามารถติดตามและรวบตัวผู้ต้องหาชาวไทยสองรายพร้อมกับชาวจีนหนึ่งรายได้อย่างทันท่วงที
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนพหลโยธินสายเก่า บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบข้อมูลเบาะแสล่วงหน้าว่าจะมีการใช้เส้นทางนี้ขนส่งผู้กระทำผิดกฎหมาย ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าปลายทางของขบวนการนี้อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถเก๋งฮอนด้าที่ลักลอบขนคนจีนเข้าเมืองได้สำเร็จที่จังหวัดพะเยา
- คู่สามีภรรยาชาวไทยรับสารภาพว่าได้ค่าจ้าง 14,000 บาท เพื่อขับรถพาชาวจีนไปส่งที่ทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน">เชียงราย
- ชายชาวจีนลักลอบเข้าไทยจากเมืองชเวโก๊กโก่ผ่านแม่สอด โดยมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังลาว
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับการลักลอบขนชาวจีนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ขบวนการนี้ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านเพื่อหลบหนีและเดินทางต่อไปยังจุดหมายอื่น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดตามรถเก๋งฮอนด้าสีขาวทะเบียนพิษณุโลกอย่างใกล้ชิด
เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวขับมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพะเยา ตำรวจทางหลวงได้เปิดสัญญาณไฟเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น จากการตรวจสอบพบว่า ว่าที่ ร.ต. กัมพล อายุ 36 ปี เป็นคนขับรถ โดยมี น.ส. สุดารัตน์ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นภรรยานั่งโดยสารมาด้วยที่เบาะหน้า
ที่บริเวณเบาะหลังรถ เจ้าหน้าที่พบ นายขวัง ซิง เลี่ยง อายุ 30 ปี ชายสัญชาติจีน ชายคนนี้ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวใดๆ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ เขาจึงถูกควบคุมตัวทันทีตามกฎหมาย อ้างอิงรายงานข่าวจาก
คำสารภาพและเส้นทางหลบหนีข้ามพรมแดน
ผู้ต้องหาชาวไทยทั้งสองคนยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาระบุว่าได้รับค่าจ้างจำนวน 14,000 บาท สำหรับการรับงานในครั้งนี้ หน้าที่หลักคือการขับรถไปรับชายชาวจีนจากจังหวัดลำปางเพื่อนำไปส่งที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
จากการสอบสวนชายชาวจีนผ่านล่ามแปลภาษา เขาให้ข้อมูลว่าเพิ่งเดินทางมาจากเมืองชเวโก๊กโก่ในประเทศเมียนมา เขาใช้วิธีลักลอบข้ามชายแดนเข้ามาทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป้าหมายสูงสุดในการเดินทางครั้งนี้คือการข้ามพรมแดนต่อไปยังแขวงบ่อแก้ว ใน สปป.ลาว
เมืองชเวโก๊กโก่เป็นพื้นที่ฝั่งเมียนมาที่มักตกเป็นข่าวใหญ่เกี่ยวกับการทำธุรกิจสีเทาและฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การใช้ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่านสะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทางตำรวจกำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการนี้ต่อไป
การป้องกันและกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ
หน่วยงานความมั่นคงของไทยยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านลาดตระเวนและตรวจสอบเส้นทางสายรองต่างๆ อย่างต่อเนื่อง การทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในครั้งนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติได้เป็นอย่างดี
ปัญหาการค้ามนุษย์และการลักลอบเข้าเมืองเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพาความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่การปราบปรามภายในประเทศเท่านั้น รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การรับจ้างขนส่งคนแปลกหน้าโดยไม่ตรวจสอบเอกสารอาจทำให้ประชาชนทั่วไปตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงได้โดยไม่รู้ตัว ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเป็นหูเป็นตาเพื่อความปลอดภัยของสังคม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาเสพติดและอาวุธในเวียงป่าเปา
ตำรวจในจังหวัดเชียงรายทลายแก๊งพนัน ยึดสมุดบัญชีพนันและบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศเมียนมาบุกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในเขตตัวเมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบผลิตยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว การเข้าตรวจค้นอย่างรวดเร็วทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด
ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาจำนวนสองคน เป็นชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน ทราบชื่อคือ นาย Sai Ngin อายุ 31 ปี และนางสาว Ma Nan San Fong อายุ 29 ปี ทั้งสองคนถูกพบตัวอยู่ภายในบ้านพร้อมกับของกลางจำนวนมากที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทางการในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ: ตำรวจเมียนมาบุกค้นบ้านในท่าขี้เหล็กเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หลังพบข้อมูลการผลิตยาเสพติด
- การจับกุมและยึดของกลาง: รวบตัวนาย Sai Ngin และนางสาว Ma Nan San Fong พร้อมสารตั้งต้นมูลค่ามหาศาล
- เป้าหมายต่อไป: เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
รายละเอียดของกลางมูลค่ามหาศาล
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการที่มีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะน้ำมันคีตามีนในแกลลอนรวมกว่า 26.15 ลิตร ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึง 7.845 พันล้านจัต นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด มูลค่า 80,000 จัต และผงคีตามีนอีก 30 กรัม มูลค่า 270,000 จัต
สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ยังพบโรลออนระงับกลิ่นกายปริมาณ 9 ลิตร มูลค่า 45,000 จัต และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ซึ่งคาดว่าถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการผลิตและติดต่อซื้อขายยาเสพติด ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตบตาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มผู้กระทำผิด
สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติดเมียนมา หรือ CCDAC Myanmar ได้เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด ทางหน่วยงานได้ตั้งข้อหาหนักเกี่ยวกับคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขยายผลการสืบสวน เป้าหมายสำคัญคือการหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ทหารพราน">ทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน">เชียงราย – ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหน่วยงานรัฐได้เร่งปราบปรามอย่างหนักเพื่อตัดตอนขบวนการเหล่านี้ สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย ปปส.ภาค 1 ได้เปิดปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น
ปฏิบัติการนี้อยู่ภายใต้การนำของ นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 1 เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันช่วยให้สามารถแกะรอยและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้รวมกว่า 1.16 ล้านเม็ด ที่ลักลอบซุกซ่อนมาในถังน้ำมันพลาสติก
- จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการรับ ลำเลียง และกระจายยาเสพติด
- อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 1.83 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรการเงินของเครือข่าย
การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานด้านข่าวกรองและการสืบสวนที่รัดกุม เมื่อวันที่ 13 และ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจค้นคลังพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในพัสดุที่เตรียมจัดส่ง พวกเขาพบยาบ้าจำนวนถึง 500,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกยัดไว้ในถังน้ำมันพลาสติกจำนวน 5 ถังเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
การค้นพบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานทันที หลังจากนั้น พวกเขาได้วางแผนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้รับปลายทางต่อไป
การใช้วิธีส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชนเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดมักปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็มีการปรับแผนและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นกัน

ขยายผลจับกุมและทลายแหล่งพักยาเสพติด
หลังจากยึดของกลางล็อตแรกได้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาต่อมา ปปส.ภาค 1 ได้ประสานงานกับตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังผสมได้บุกเข้าจับกุมเป้าหมายตามที่ได้สืบสวนไว้
ปฏิบัติการนี้นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ผู้ต้องหาเหล่านี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับและลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้ พวกเขายังทำหน้าที่พักเก็บและเตรียมกระจายยาบ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย
เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นฐานปฏิบัติการ บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแกะและแยกยาบ้าออกจากถังน้ำมัน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีกถึง 661,000 เม็ด
รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จากปฏิบัติการทั้งสองจุดเป็นจำนวนมหาศาล ยาบ้าที่ถูกยึดได้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,161,000 เม็ด การยึดยาเสพติดจำนวนนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายลงสู่ชุมชนและเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก

ตัดท่อน้ำเลี้ยง ทลายวงจรการเงินเครือข่าย
นอกจากการจับกุมและยึดยาเสพติดแล้ว การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กฎหมายนี้มุ่งเน้นการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อการค้าและผู้ที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม
ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ตรวจสอบประกอบด้วยยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ตู้ฮุนได รุ่น H1 สีดำ อีก 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,830,000 บาท
การยึดทรัพย์สินเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม การดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจะช่วยตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากใครพบเห็นเบาะแสหรือได้รับความเดือดร้อนจากยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ประชาชนสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สายด่วนนี้เป็นที่พึ่งสำหรับทุกปัญหายาเสพติดในชุมชน ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากล เราต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม
-
การเงิน -Finance5 days ago
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
-
เทคโนโลยี - Tech5 days ago
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย


