31.3 C
Bangkok

วิธีการเลือกซื้อคาร์ซีท (Car Seat) ให้เหมาะสมและปลอดภัย

ต้องอ่าน

วิธีการเลือกซื้อคาร์ซีท (Car Seat): คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คน พอได้มีเวลาว่างจากการทำงาน แน่นอนว่าก็คงอยากจะใช้เวลาในวันหยุดไปกับการดูแลเจ้าตัวน้อยมากกว่าปกติซักหน่อย และสิ่งที่จะทำให้หนู ๆ

แฮปปี้ดี๊ด๊าที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการไปเที่ยว ขอแค่ได้ไป จะใกล้จะไกลหนูไม่ติด!

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่! พออยากพาลูกไปเที่ยวต่างจังหวัด จะอุ้มมานั่งตักตลอดเวลาเหน็บก็อาจจะกินขาได้

ยิ่งถ้าต้องขับรถเอง แล้วให้เจ้าตัวเล็กคาดเข็มขัดนิรภัยก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะมันดูไม่ได้ออกแบบมาให้เข้ากับร่างกายของเด็ก ๆ ซะเลย นวัตกรรมที่เรียกว่าคาร์ซีท (Car seat) หรือ อุปกรณ์ที่นั่งเสริมสำหรับเด็กจึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพ่อแม่ทุกคน

เพราะมีการสำรวจว่าเด็กที่นั่งในคาร์ซีท จะลดโอกาสบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลงถึง 71%

ทุกบ้านก็หาซื้อมาใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่คำถามคือ! จะเลือกคาร์ซีทยังไงให้เหมาะกับลูก?

วิธีเลือกประเภทของคาร์ซีทตาม “อายุ”

1. คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด (Rear-facing)

สำหรับเบบี๋วัยอ้อแอ้แบเบาะ อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ขวบควรจะต้องใช้ที่นั่งแบบที่ปรับให้หน้าของหนูหันไปด้านหลังรถ (Rear-facing car seat) แต่ถ้าเทียบเป็นน้ำหนักก็ประมาณ 10 กิโลกรัม สูงไม่เกิน 1 เมตร

ที่นั่งแบบนี้สามารถปรับเอนนอนไปกับที่นั่งได้ด้วย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันส่วนลำคอและกระดูกสันหลังของหนูน้อยได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหัวเริ่มเลยคาร์ซีทแล้วก็ควรจะเปลี่ยนได้แล้วนะ

2. คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก (Forward-facing)

เตาะแตะ เตาะแตะ เดินเริ่มคล่อง พูดชัดขึ้นแล้ว ต้องใช้ที่นั่งแบบหันมาด้านหน้าตามปกติ (Forward-facing car seat) ซึ่งเหมาะกับเด็ก ๆ อายุ 2-7 ขวบ ที่น่าจะน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัมและสูง 1 เมตรขึ้นไปแล้ว

คาร์ซีทแบบนี้จะมีสายรัดลำตัวเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุดจัดเต็มไปเลย โดยจะรัดหัวไหล่ข้างละเส้น รัดที่เอว 2 เส้นแน่นๆ และผ่านหว่างขาอีก 1 เส้น ซึ่งทุกเส้นจะมารวมกันตรงกลางตัวของเจ้าตัวน้อยนั่นเอง

3. คาร์ซีทบูสเตอร์สำหรับเด็ก (Booster)

โตขึ้นมาอีกนิดจนถึงวัยซุกซน ช่วงอายุตั้งแต่ 4-10 ขวบ แต่จริง ๆ ควรจะวัดว่าลูกมีน้ำหนักตั้งแต่ 15-36 กิโลกรัมและสูง 1 เมตรขึ้นไปแน่นอนแล้ว ก็เปลี่ยนมาใช้เบาะนั่งรองก้นเสริมหลัง (Booster) ซึ่งมีทั้งแบบมีสายรัดปกติและแบบที่ไม่มีสายรัดติดตั้งมากับที่นั่ง แต่สามารถเพิ่มความสูงให้ที่นั่งของคุณลูกให้พอดีกับตำแหน่งเข็มขัดนิรภัยชองรถ นอกเหนือจากการวัดด้วยตัวเลขอายุ น้ำหนักหรือส่วนสูง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวัดจากสายตาเท่านั้น ถ้าเริ่มเห็นว่าลูกนั่งหลังพิงพนักพอดี งอเข่าพ้นขอบเบาะ สายเข็มขัดด้านบนพาดอยู่กลางบ่าพอดี ด้านล่างพาดพอดีต้นขาและสะโพก ก็สามารถเอา Booster ออกไปและให้ลูกใช้เข็มขัดนิรภัยของตัวรถต่อไปได้เลย

ปัจจุบันนี้มีหลายๆ ร้านในเมืองไทยที่นำเข้า car seat ที่ได้มาตรฐานทั้งจากเกาหลีและยุโรป ตัวอย่าง car seat ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Daiichi (ดูตัวอย่างในบทความอ้างอิงท้ายบทความ)

ขอบคุณ

  1. คาร์ซีทยี่ห้อไหนดี? คำถามยอดฮิตกับวิธีเลือกซื้อที่ถูกต้อง
  2. ตัวอย่าง car seat ที่เป็นที่นิยม
  3. Choosing the Best Car Seat

 

- Advertisement -

บทความเพิ่มเติม

- Advertisement -

บทความล่าสุด

Powered by Live Score & Live Score App