Connect with us

Crime News

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 7 ล.บ.

Published

on

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 7 ล.บ.

หมายศาลสมุทรปราการบุกล็อกสาวคนสนิทสารวัตร เปิดบริษัทรับทำพาสปอร์ต-ต่อวีซ่าให้ต่างด้าว มีแรงงานพม่ากว่า 500 คนหลงเชื่อยอมจ่ายเงินหัวละ 5,000-19,000 บาท รวมมูลค่าเกิน 7 ล้านบาท หวังได้ใบอนุญาตทำงานต่อเนื่องไม่ต้องกลับบ้านเกิด ผ่านไปหลายเดือนจนใกล้กำหนดเส้นตายยังทำให้ไม่ได้ อ้างติดโควิด-19 ผู้ต้องหายังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ตะครุบสาวคนสนิทสารวัตร เปิดบริษัทตุ๋นแรงงานต่างด้าว อ้างช่วยต่อวีซ่าทำงานให้ได้ทันทีมีเหยื่อหลงกลกว่า 500 คน เปิดเผยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 10 ต.ค. พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จากกรมแรงงาน นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 1/54 หมู่ 8 หมู่บ้านนิรันด์แกรนด์วิลล์ 10 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นบ้านของ น.ส.วาสนา วงค์คำจันทร์ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น หน้าบ้านติดป้ายศูนย์ประสานงานชมรมเศรษฐกิจการค้าไทย-ย่างกุ้งภายใต้สภาวัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและมอญ และอ้างเป็นสถานที่จัดทำหนังสือ เดินทางเล่มใหม่ พร้อมต่อวีซ่าประเภท MOU

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 30 นาทีเคาะประตูเรียก แต่คนในบ้านไม่ยอมออกมาพบ เจ้าหน้าที่ต้องโทรศัพท์ไปหาตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เนื่องจากเป็นคนสนิทของ น.ส.วาสนา เพื่อให้ติดต่อและเกลี้ยกล่อมให้ออกมาพบเจ้าหน้าที่ จากนั้นไม่นาน น.ส.วาสนา ยอมเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นและจับกุมตัว น.ส.วาสนา มาสอบปากคำที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ต.ค. กลุ่มผู้เสียหายเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมากว่า 100 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้ว่าจ้างให้บริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ให้ดำเนินการทำหนังสือ เดินทางเล่มใหม่ พร้อมต่อวีซ่าประเภท MOU แบบเบ็ดเสร็จทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการเรียกเก็บเงินรายละ 5,000-19,000 บาท มีผู้เสียหายราว 500 คน รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท

ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการตามที่กล่าวอ้างได้ ผู้เสียหายพยายามติดตามทวงถาม แต่บริษัทอ้างเป็นช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ยังดำเนินการให้ไม่ได้ แต่ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ แรงงานต่างด้าวทั้งหมดจะครบกำหนดการต่อใบอนุญาต หากแรงงานคนใดไม่มีหลักฐานเอกสารการอยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้อง จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและส่งกลับประเทศ ทำให้ผู้เสียหายต้องรวมตัวกันเข้าแจ้งความ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเป็นแรงงานต่างด้าวที่อยู่ต่างจังหวัดอีกจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน

ชุดจับกุมนำตัว น.ส.วาสนา มาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉยและกล่าวกับสื่อมวลชนสั้นๆว่า ไม่เคยแอบอ้างตัวเป็นสื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งแต่อย่างใด พร้อมกับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะเดียวกันได้มีแรงงานชาวเมียนมานับร้อยคน เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อรอชี้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้เชิญทั้งหมดขึ้นไปบนชั้น 5 บก.ภ.จ.สมุทรปราการ เพื่อคัดกรองเฉพาะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ และป้องกันไม่ให้แรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ฉวยโอกาสเข้ามาแอบแฝงว่าตัวเองตกเป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ในชั้นสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงเอาไว้ก่อน พร้อมคัดค้านการประกันตัว ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ตกเป็นผู้เสียหายทั้งหมด ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisement Enter ad code hereEnter ad code here

Interesting For You

ข่าวที่น่าสนใจ



ข่าวที่น่าสนใจ




Advertisement Enter ad code hereEnter ad code here

Interesting For You

Ads Block Detector Powered by codehelppro.com

ตรวจพบตัวบล็อกโฆษณา!!!

เราตรวจพบว่าคุณกำลังใช้ส่วนขยายเพื่อบล็อกโฆษณา โปรดสนับสนุนเราด้วยการปิดการใช้งานตัวบล็อกโฆษณาเหล่านี้

Disable Ad Block

Join Our Website

Powered by Live Score & Live Score App