Connect with us

เชียงราย - Chiang Rai News

เศรษฐกิจเชียงรายคาดว่าจะเติบโต 2.0 เปอร์เซ็นต์

Published

on

เศรษฐกิจเชียงรายคาดว่าจะเติบโต 2.0 เปอร์เซ็นต์

เชียงราย -ปี 2025 เศรษฐกิจเชียงรายขยายตัว 1.6% และในปี 2026 มีแนวโน้มโตขึ้นเป็น 2.0% แรงหนุนหลักมาจากการใช้จ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน แต่จังหวัดยังเจอแรงกดดันก้อนใหญ่ ทั้งหนี้ครัวเรือน ปัญหาฝุ่น PM2.5 และความผันผวนของเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน

ภาพรวมนี้อ้างอิงจากการประมาณการเศรษฐกิจปี 2025 และแนวโน้มปี 2026 (ไตรมาส 4/2025) ของสำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย ซึ่งสะท้อนแรงส่งจากภาคบริการ การใช้จ่ายรัฐ และการค้าข้ามแดนที่ดีขึ้น พร้อมชี้ข้อจำกัดของฐานเศรษฐกิจที่ยังพึ่งชนบท หนี้ครัวเรือนสูง และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทบชีวิตประจำวัน

เชียงรายกำลังฟื้นตัว แต่ยังต้องประคองหลายด้านไปพร้อมกัน

ภาพรวมการเติบโต, ฝั่งผลิตและฝั่งใช้จ่าย

ฝั่งอุปทาน (การผลิต) รายงานประเมินว่าเศรษฐกิจเชียงรายปี 2025 โต 3.4% และปี 2026 อาจขยับเป็น 3.7% ภาคบริการเป็นตัวนำ ตามด้วยเกษตร ส่วนอุตสาหกรรมเริ่มดีขึ้นตามการปรับตัว

ฝั่งอุปสงค์ (การใช้จ่าย) คาดโต 5.1% ในปี 2025 และอาจเพิ่มเป็น 6.0% ในปี 2026 ปัจจัยหลักคือรายจ่ายภาครัฐ การค้าชายแดน และการลงทุนภาคเอกชน

ภาคบริการยังเป็นสัดส่วนใหญ่สุดของผลผลิตจังหวัด รายงานประเมินว่าสัดส่วนต่อ GPP อยู่ราว 64.84% ขณะที่เกษตรและอุตสาหกรรมยังสำคัญต่อการจ้างงานชนบท และเป็นฐานรายได้ของครัวเรือนจำนวนมาก

ด้านเสถียรภาพ รายงานคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2025 อยู่ราว -0.1% ก่อนขยับเป็น 0.5% ในปี 2026 ภาพรวมราคาแทบไม่ขยับมาก ตลาดแรงงานยังตึงตัว การจ้างงานประเมินที่ 620,898 คนในปี 2025 และเพิ่มเป็นประมาณ 629,370 คนในปี 2026 อัตราว่างงานยังต่ำราว 0.6% ถึง 1.4% งานมี แต่คุณภาพรายได้และภาระหนี้ครัวเรือนยังเป็นโจทย์ใหญ่

การใช้จ่ายรัฐและโครงสร้างพื้นฐาน, แรงขับหลักของรอบนี้

จุดเด่นของเศรษฐกิจเชียงรายช่วงนี้คือบทบาทภาครัฐ รายงานคาดว่ารายจ่ายภาครัฐปี 2025 โต 16.2% และปี 2026 โตต่อเป็น 17.4% จากงบประมาณประจำปี และการเร่งเบิกจ่ายโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

เม็ดเงินสำคัญถูกวางไปที่การเชื่อมโยงคมนาคมเพื่อหนุนการค้ากลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น การปรับปรุงถนนสายหลักและสายรองตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (R3A) เชื่อมเชียงรายกับแขวงบ่อแก้วของลาว และรัฐฉานของเมียนมา อีกโครงการที่ถูกจับตาคือรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งหากสร้างเสร็จ จะเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและข้ามแดนได้มาก

ถนนและรางไม่ได้มีความหมายแค่การเดินทางที่สะดวกขึ้น แต่คือเส้นทางใหม่ของการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ที่เข้าถึงอำเภอและชุมชนลึกขึ้น หากบริหารการเชื่อมต่อได้ดี จะช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าเกษตร เปิดพื้นที่ลงทุนแปรรูปสินค้า และดึงนักท่องเที่ยวจากจีน ลาว และเมียนมาได้มากขึ้น

ภาคบริการและท่องเที่ยว, สัญญาณบวกที่เห็นชัด

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกที่เด่นที่สุด รายงานคาดว่านักท่องเที่ยวเข้าเชียงรายปี 2025 อยู่ที่ 6,440,445 คน และปี 2026 อาจเพิ่มเป็น 6,880,542 คน โตประมาณ 6.8%

แรงส่งส่วนหนึ่งเชื่อมกับการจัดงานระดับนานาชาติที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น AIPH Spring Meeting 2025 และ PATA Destination Marketing Forum 2025 ซึ่งช่วยให้เชียงรายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มนักเดินทางและนักลงทุน

จำนวนผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ก็คาดว่าจะไปทางเดียวกัน โดยปี 2026 อาจเพิ่มราว 6.3% เป็นมากกว่า 2,049,467 คน เที่ยวบินที่มากขึ้นและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าเชียงรายกำลังขยับจากเมืองปลายทางสายธรรมชาติ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางและท่องเที่ยวของล้านนาตอนบนที่ชัดขึ้น

เมื่อภาคบริการเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของ GPP ธุรกิจท้องถิ่นจึงได้ประโยชน์ตรง ๆ ทั้งโรงแรม ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ชุมชน บริษัททัวร์ และร้านของฝาก โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเชียงราย แม่สาย แม่จัน เชียงของ และเชียงแสน

แต่การโตของการท่องเที่ยวก็มาพร้อมแรงกดดันจริง หากคนและรถเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ระบบจราจร ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมอาจรับไม่ไหว หากการจัดการไม่ทัน

ปรับระบบขนส่งสาธารณะ, ลดรถส่วนตัวและแก้รถติด

วันที่ 12 มกราคม 2026 มีการประชุมที่ห้องประชุมพวงแสด ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัด เป้าหมายคือช่วยลดความหนาแน่นการเดินทาง ทั้งในเมืองและเส้นทางท่องเที่ยว

ที่ประชุมพูดถึงการยกระดับบริการรถโดยสารและขนส่งสาธารณะให้สะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยเน้นการเดินทางจากตัวเมืองไปอำเภอชายแดนอย่างแม่สาย เชียงของ และเชียงแสน อีกเป้าหมายคือทำให้คนพึ่งรถส่วนตัวน้อยลง ซึ่งสัมพันธ์ทั้งปัญหารถติดและมลพิษทางอากาศ

เรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างของใหม่อย่างเดียว แต่รวมถึงการทำให้ระบบเดิมทำงานดีขึ้น ผ่านการประสานงานของจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการขนส่งเอกชน

เกษตรและอุตสาหกรรม, ฐานรายได้ของคนจำนวนมาก

เชียงรายยังเป็นจังหวัดเกษตรสำคัญของภาคเหนือ รายงานคาดว่าเกษตรจะโตจาก 3.4% ในปี 2025 เป็น 4.1% ในปี 2026 จากปัจจัยน้ำเพียงพอ และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ

รายงานยกตัวอย่างประมาณการผลผลิตและราคาในปี 2026 เช่น ผลผลิตข้าวในจังหวัดอาจเพิ่ม 7.4% ราคาเฉลี่ยราว 9,701 บาทต่อตัน ราคายางพารามีแนวโน้มฟื้นตัวอยู่ประมาณ 59,673 ถึง 60,867 บาทต่อตัน และราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาจขยับเป็นราว 8.60 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขเหล่านี้ช่วยพยุงรายได้เกษตรกรได้ แต่ต้นทุนปุ๋ย สารเคมี และแรงงานยังสูง

ดัชนีรายได้เกษตรกรของเชียงรายในรายงานสะท้อนว่า รายได้เริ่มดีขึ้นหลังชะลอมาหลายปี อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคาตลาดโลก ภัยแล้ง และน้ำท่วมฉับพลันยังเป็นความเสี่ยงที่กระทบครัวเรือนชนบทได้เร็ว

ฝั่งอุตสาหกรรม รายงานระบุว่าเชียงรายมีโรงงานจดทะเบียนราว 677 ถึง 682 แห่งในปี 2025 และคาดเพิ่มเป็น 691 แห่งในปี 2026 โรงงานส่วนใหญ่เกี่ยวกับแปรรูปเกษตร วัสดุก่อสร้าง และกิจกรรมที่โยงการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ศูนย์ประชุม และบริการโลจิสติกส์ การใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มตามการเปิดโรงงานใหม่และการขยายกำลังผลิต

สำหรับหลายครอบครัว ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันเชื่อมกับความมั่นคงรายวันของเกษตรกร แรงงาน และพนักงานธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ที่ต้องรับแรงกดดันจากราคาที่เปลี่ยนและค่าครองชีพที่สูงขึ้นตลอดเวลา

การใช้จ่าย การลงทุน และการค้าชายแดน, ตัวขับเคลื่อนฝั่งอุปสงค์

ในฝั่งใช้จ่าย รายจ่ายภาครัฐยังเป็นแรงหลัก ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนคาดโต 1.8% ในปี 2025 และเพิ่มเป็น 3.2% ในปี 2026 ตามการจ้างงานที่ดีขึ้นและกิจกรรมท่องเที่ยวที่กลับมา

การลงทุนภาคเอกชนคาดเพิ่มจาก 2.4% ในปี 2025 เป็น 3.4% ในปี 2026 กลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์คือโรงแรม ร้านอาหาร โลจิสติกส์ และแปรรูปเกษตร โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานคืบหน้าและการค้าชายแดนขยายตัว

การค้าชายแดนมีแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน รายงานประเมินมูลค่าการค้าโตจาก 2.9% ในปี 2025 เป็น 3.2% ในปี 2026 โดยมีแม่สาย เชียงของ และเชียงแสนเป็นด่านหลักสำหรับนำเข้าและส่งออกกับเมียนมา ลาว และจีนตอนใต้ แต่ความไม่แน่นอนด้านการเมืองและความปลอดภัยในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมาตรการภาษีและกฎนำเข้า-ส่งออก สามารถทำให้ผลระยะสั้นแกว่งได้ตลอด

อีกสัญญาณที่สะท้อนกำลังซื้อในประเทศคือ การจดทะเบียนรถใหม่ปี 2025 คาดลดลง -6.0% จากปีก่อน ซึ่งไปในทิศทางเดียวกับภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยที่กดการใช้จ่าย

ปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยง, สองด้านของแนวโน้มเศรษฐกิจเชียงราย

รายงานสำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายระบุปัจจัยหนุนในปี 2025 ถึง 2026 ไว้หลายเรื่อง เช่น

  • นโยบายสวัสดิการรัฐ และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยพยุงรายได้ระดับฐาน
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งระดับประเทศและจังหวัด
  • การส่งเสริมท่องเที่ยว และกิจกรรม MICE ที่เพิ่มการมองเห็นในระดับนานาชาติ
  • ทิศทางนโยบายจังหวัดที่เน้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การค้าชายแดน และเศรษฐกิจสีเขียว

ขณะเดียวกัน รายงานชี้ความเสี่ยงที่อาจทำให้โตช้าลง ได้แก่

  • เศรษฐกิจโลกผันผวน หรือคู่ค้าหลักชะลอตัว กระทบตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม
  • ภัยธรรมชาติ ทั้งแล้งและน้ำท่วมที่เกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดนช่วงหน้าแล้ง กระทบสุขภาพ ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว และต้นทุนสาธารณสุข
  • หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้หลายบ้านต้องลดการบริโภค และชะลอการลงทุนระยะยาว

ปัจจัยสองด้านนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจเชียงรายปี 2026 จะเดินหน้าได้ต่อเนื่องแค่ไหน หรือสะดุดเป็นช่วง ๆ

“Chiang Rai Brand” และการเพิ่มมูลค่า, จากสินค้าเกษตรสู่พลังของท้องถิ่น

เชียงรายยังเดินหน้าเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องหมาย “Chiang Rai Brand” ที่ผลักดันโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ชูชีพ พงษ์ไชย เครื่องหมายนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล ทั้งสินค้าและบริการ

ตามผลการประชุมรับรองล่าสุด มีผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์ 26 ราย ครอบคลุม 49 ผลิตภัณฑ์ แยกเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 15 ราย รวม 35 ผลิตภัณฑ์ กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย 7 ราย และยังมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมอีกหลายราย “Chiang Rai Brand” จึงไม่ใช่แค่โลโก้บนฉลาก แต่ช่วยให้สินค้าและบริการเข้าสู่ห้าง Modern trade และช่องทางอีคอมเมิร์ซได้ง่ายขึ้น

ในภาพใหญ่ แนวทางนี้ช่วยต่อยอด soft power ผ่านธุรกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ้าจังหวัดทำมาตรฐาน การตลาด และการเล่าเรื่องสินค้าได้ต่อเนื่อง รายได้ก็มีโอกาสกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนมากขึ้น

เศรษฐกิจโต แต่คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้นด้วย

ตัวเลขการเติบโตสำคัญก็จริง แต่คนในพื้นที่สนใจคุณภาพชีวิตทุกวันด้วย ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมจึงไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องประกอบ

ฝุ่น PM2.5 ช่วงฤดูเผา และหมอกควันข้ามแดนยังเป็นความเสี่ยงเงียบที่กระทบทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ เชียงรายต้องการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ และรองรับงานนานาชาติ ดังนั้นการจัดการคุณภาพอากาศจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันระยะยาว

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ก็ต้องเดินคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน การคุ้มครองสิทธิที่ดิน และการชดเชยที่เป็นธรรมเมื่อเกิดผลกระทบ ไม่อย่างนั้นการเติบโตอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำลึกขึ้น และคนได้ประโยชน์กระจุกอยู่ไม่กี่กลุ่ม

เชียงรายอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

จากประมาณการปี 2025 และแนวโน้มปี 2026 เชียงรายกำลังก้าวพ้นภาพเมืองแวะพักสั้น ๆ และสร้างบทบาทที่ชัดขึ้นในฐานะประตูเศรษฐกิจของล้านนาและกลุ่มลุ่มน้ำโขง ผ่านการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์

แรงขับหลักตอนนี้คือรายจ่ายภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมถนน ราง และการเดินทางทางอากาศ ควบคู่กับการฟื้นตัวแรงของภาคบริการและท่องเที่ยว ส่วนเกษตรและอุตสาหกรรมยังต้องเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มมูลค่า เพื่อรับมือการแข่งขันและความผันผวนของตลาดโลก

ทางเลือกของเชียงรายจึงไม่ได้มีแค่ตัวเลขโตสูงขึ้น แต่คือการโตแบบมั่นคงที่คนรู้สึกได้จริง พร้อมเดินหน้าจัดการหนี้ครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองชุมชนชายแดนที่มีความเสี่ยงมากกว่า

สำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และคนเชียงรายเอง แนวโน้มปี 2026 คือทั้งสัญญาณและโอกาส หากจังหวัดใช้ช่วงเวลานี้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจบนจุดแข็งท้องถิ่นได้จริง เชียงรายมีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของล้านนา และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในทศวรรษหน้า

กรมอนามัยเตือน ไทยคลอดก่อนกำหนดพุ่ง 9.91% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายกำลังโศกเศร้ากับการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของ “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง

Naree Srisuk

Published

on

แห่อาลัย ป้าพัน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง จากไปในเหตุสลด

เชียงราย – วันที่ 12 ม.ค. 2569 มีรายงานข่าวเศร้าจากจังหวัดเชียงราย หลัง “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงภายในร้าน สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่และผู้ที่ติดตามข่าวจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ภายในร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป้าพัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ถนนราษฎร์บำรุง ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อไปถึงพบว่าประตูด้านหน้าและด้านหลังถูกล็อกจากด้านใน ทำให้ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ทันที

แห่อาลัย ป้าพัน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง จากไปในเหตุสลด

ตำรวจจึงประสานอาสากู้ภัยนำอุปกรณ์ตัดกุญแจและช่วยกันงัดประตู เพื่อเข้าไปตรวจสอบภายใน จากนั้นพบร่าง นางสุภาพรรณ์ อายุ 64 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน และพบ นายภาคิน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุในอาการบาดเจ็บสาหัส หลังพยายามทำร้ายตัวเอง อาสากู้ภัยให้การปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วน

แห่อาลัย ป้าพัน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง จากไปในเหตุสลด

เบื้องต้นตำรวจคาดว่า นายภาคินอาจมีอาการคลุ้มคลั่งจากการขาดสารเสพติดร่วมกับภาวะมึนเมา จึงก่อเหตุขึ้น ก่อนพยายามจบชีวิตเพื่อหลบหนีความผิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อายัดตัวผู้ก่อเหตุไว้ที่โรงพยาบาล รออาการปลอดภัยก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ชาวเชียงรายและผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากร่วมโพสต์ไว้อาลัยต่อการจากไปของ “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่หลายคนคุ้นเคยและผูกพัน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าอย่างมากในช่วงนี้

ลูกชายติดยาเสพติดแทงแม่วัย 64 ปีเสียชีวิตที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ทางรถไฟรางคู่เชียงรายก่อสร้างแล้วเสร็จเกิน 50%

Published

on

ทางรถไฟรางคู่เชียงรายก่อสร้างแล้วเสร็จเกิน 50%

เชียงราย – การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ ระยะทางรวม 323 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 72,835 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568 งานก่อสร้างภาพรวมทำได้ 50.496% ช้ากว่าแผนเล็กน้อยที่ -0.237% สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และยังยืนยันเป้าหมายเปิดให้บริการภายในปี 2571 ตามแผนเดิม

แบ่งงานก่อสร้าง 3 สัญญา แต่ละช่วงคืบหน้าไม่เท่ากัน

โครงการนี้แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 สัญญา ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดแพร่ไปจนถึงเชียงรายและเชียงของ โดยรายละเอียดความคืบหน้ามีดังนี้

  • สัญญาที่ 1 เด่นชัย, งาว ระยะทาง 103 กิโลเมตร วงเงิน 26,560 ล้านบาท
    งานคืบหน้า 47.618% ช้ากว่าแผน -7.406% เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และภูมิประเทศค่อนข้างซับซ้อน ต้องทำงานโครงสร้างและงานทางหลายจุด รฟท. ระบุว่าติดตามใกล้ชิด ปรับแผนและเร่งงานต่อเนื่อง
  • สัญญาที่ 2 งาว, เชียงราย ระยะทาง 132 กิโลเมตร วงเงิน 26,890 ล้านบาท
    งานคืบหน้า 56.726% เร็วกว่าแผน +4.136%
  • สัญญาที่ 3 เชียงราย, เชียงของ ระยะทาง 87 กิโลเมตร วงเงิน 19,385 ล้านบาท
    งานคืบหน้า 45.798% เร็วกว่าแผน +3.520% เป็นช่วงสำคัญสำหรับการเชื่อมระบบรางไปพื้นที่ชายแดน เพื่อรองรับการขนส่งและการค้าชายแดนในอนาคต

งานอุโมงค์ เดินหน้าตามแผน ทะลุแล้ว 3 จาก 4 แห่ง

อีกส่วนที่หลายคนจับตาคือ “งานขุดเจาะอุโมงค์” ซึ่งเป็นงานหลักของเส้นทางนี้ รฟท. สรุปความคืบหน้าดังนี้

  1. อุโมงค์สอง (แพร่) ยาว 1,059 เมตร คืบหน้า 55.95%
  2. อุโมงค์งาว (ลำปาง) ยาว 6,211 เมตร คืบหน้า 69.30% (เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในไทย)
  3. อุโมงค์แม่กา (พะเยา) ยาว 2,700 เมตร คืบหน้า 69.25%
  4. อุโมงค์ดอยหลวง (เชียงราย) ยาว 3,400 เมตร คืบหน้า 64.79%

ปัจจุบันมีการขุดเจาะอุโมงค์ทะลุ (Break through) แล้ว 3 ใน 4 อุโมงค์ เหลือ อุโมงค์งาว ที่วางแผนเจาะทะลุในวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2569

ภาพรวมยังมั่นใจ เปิดเดินรถปี 2571

รฟท. ระบุว่า แม้บางสัญญาจะช้ากว่าแผน แต่เมื่อดูภาพรวมที่ทำได้มากกว่าครึ่ง และมีการเร่งรัดงานทุกสัญญาอย่างต่อเนื่อง จึงยังมั่นใจว่าโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571

เส้นทางนี้ช่วยอะไรบ้าง

รถไฟทางคู่สายเด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ ผ่านพื้นที่ 59 ตำบล 17 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่, ลำปาง, พะเยา และเชียงราย

เมื่อสร้างเสร็จ จะช่วยให้การเดินทางของคนในพื้นที่และการขนส่งสินค้า “ทำได้คล่องขึ้น” และลดเวลาเดินทางเมื่อเทียบกับรถยนต์ได้ราว 1 ถึง 1.30 ชั่วโมง

เส้นทางนี้ยังช่วยเชื่อมเศรษฐกิจภาคเหนือไปสู่ชายแดนไทย, ลาว และกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง รองรับการค้าชายแดนและการขนถ่ายสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีส่วนช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวมได้อีกทาง

นอกจากเรื่องขนส่ง เส้นทางยังผ่านภูเขา สะพาน และอุโมงค์จำนวนมาก ทำให้มีโอกาสต่อยอดด้านท่องเที่ยว ช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชนตามแนวเส้นทางด้วย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ลูกชายติดยาเสพติดแทงแม่วัย 64 ปีเสียชีวิตที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ท่องเที่ยวเชียงรายกำลังเจอทางแยกใหญ่, จะเป็นแค่จุดแวะหรือปลายทางจริงจัง

Published

on

ท่องเที่ยวเชียงรายกำลังเจอทางแยกใหญ่, จะเป็นแค่จุดแวะหรือปลายทางจริงจัง

เชียงราย – ยังมีอากาศเย็นและหมอกยามเช้าริมแม่น้ำกกเหมือนเดิม แต่ข้อมูลท่องเที่ยวรอบใหม่จากทั้งไทยและต่างประเทศกำลังกดดันหนัก ตัวเลขรายได้, จำนวนนักท่องเที่ยว, และเสียงสะท้อนบนออนไลน์ชี้ไปทางเดียวกันว่าเชียงรายกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจ

ถ้ายังขายแค่วิวและภาพสวย ๆ ต่อไป มีโอกาสสูงที่เชียงรายจะถูกมองเป็น “แวะแล้วไป” มากกว่า “มาแล้วอยู่” สิ่งที่ทำให้คนยอมอยู่ต่อคือประสบการณ์ที่วางแผนดี, เรื่องเล่าที่ชัด, และทริปที่รู้สึกคุ้มจนอยากกลับมาอีก ตามรายงานของ
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang

เนื้อหานี้สรุปภาพจากสถิติล่าสุด, แนวทางระดับประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), และบทเรียนจากเสียงคนเที่ยวในจังหวัดอื่น ๆ เป้าหมายคือทำให้เห็นว่า “ท่องเที่ยวขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” สำคัญกับเชียงรายยังไง, และทำไมแค่จุดถ่ายรูปสวยอาจไม่พอแล้ว

หลายคนเรียกเชียงรายว่า “เหนือสุด” เหมือนเป็นปลายทางสุดท้ายของเส้นทาง แต่ในความจริง เชียงรายอยู่ตรงจุดตัดสำคัญของภูมิภาค ถ้าวางตำแหน่งดี ๆ ก็มีโอกาสเป็นฐานท่องเที่ยว, การค้า, และวัฒนธรรมได้

เชียงรายเชื่อมไทยกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) และเส้นทางไปจีนตอนใต้ มีทั้งสินค้า, เงินลงทุน, และผู้คนเดินทางผ่านอยู่ตลอด จังหวัดจะได้ประโยชน์มากขึ้นถ้าจัดบทบาทของตัวเองให้ชัด

จากเมืองชายแดนที่ดูไกลตัว สู่ทางผ่านทางเศรษฐกิจ เชียงรายอยู่บน North-South Economic Corridor ที่ทำให้เงิน, สินค้า, และไอเดียเคลื่อนที่ตลอดเวลา

เชียงรายก็ไม่ได้เงียบ มีงานศิลปะ, ดนตรี, กีฬา, และกิจกรรมวัฒนธรรมที่ดึงทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงานสร้างสรรค์ ทุกครั้งที่มีอีเวนต์ใหญ่ การใช้จ่ายกระจายไปที่โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านค้า, และบริการต่าง ๆ จังหวัดมีโอกาสเป็นที่นัดพบของคนทำงานศิลป์และคนคิด แล้วส่งต่อแรงบันดาลใจออกไปที่อื่น

คำว่า “ฮับ” ไม่ได้หมายถึงดึงคนเข้ามาอย่างเดียว แต่หมายถึงการส่งต่อโอกาสด้วย เชียงรายกำลังเพิ่มความแข็งแรงด้านการศึกษา, บริการสุขภาพ, และเกษตรเทค ตั้งใจขยับจากเศรษฐกิจฐานเกษตรไปสู่บริการและเมืองที่รองรับพื้นที่รอบข้างมากขึ้น

การท่องเที่ยวเชียงราย

ทิศทางท่องเที่ยวไทยเริ่มเน้นคุณภาพมากกว่าจำนวนคน

ระดับประเทศ ททท. คาดว่าในปี 2026 รายได้ท่องเที่ยวรวมอาจกลับไปแถว 3 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้จากต่างชาติราว 2 ล้านล้านบาท และจากคนไทยเที่ยวในประเทศราว 1 ล้านล้านบาท

เป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 36.7 ล้านคน เพิ่มจากประมาณการปี 2025 ที่ 32.8 ถึง 32.97 ล้านคน ส่วนเที่ยวในประเทศตั้งไว้ 208 ล้านทริป เพิ่มจาก 202 ล้านทริปในปีก่อน

แม้จำนวนคนอาจยังไม่เท่าจุดสูงสุดก่อนโควิดที่ 39.9 ล้านคน แต่แนวคิดเปลี่ยนชัด คือ Value over Volume เน้นนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายดี และต้องการประสบการณ์ที่มีคุณภาพ

แนวนี้สะท้อนในแผนอย่าง Amazing 5 Economy และกลยุทธ์ 6S ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมองหาประสบการณ์เฉพาะทาง เช่น

  • Wellness Economy และ Life Economy (สุขภาพ, เวลเนส, ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์)
  • Sub-Culture Economy (สายเฉพาะทาง, คนชอบหนัง, สายกีฬา, Yacht & Cruise, และ Night Economy)
  • การยกระดับ Smart Experience, Story to Tell, Sustainable Tourism, และ Safety & Security

การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อย่าง Expedia Group เพื่อทำ “Intelligence Hub” เป็นสัญญาณชัดว่าการตัดสินใจด้านท่องเที่ยวจะยืนบนข้อมูลมากขึ้น และแรงกระเพื่อมนี้มาถึงทุกจังหวัด รวมถึงเชียงราย

ตัวเลขเที่ยวในประเทศเดือนพฤศจิกายน 2025, เชียงรายอยู่ตรงไหน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่าใน พฤศจิกายน 2025

  • การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 16.81 ล้านทริป ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีก่อน (-0.39%)
  • รายได้ท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 99,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.18% สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น

แยกตามจังหวัด

  • กรุงเทพฯ นำทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว (2.86 ล้านคน) และรายได้ (23,446 ล้านบาท)
  • เชียงใหม่ อันดับ 4 ด้านจำนวนผู้เยือน (943,449 คน) และอันดับ 3 ด้านรายได้ (7,735 ล้านบาท)
  • เชียงรายไม่ติด Top 5 ด้านจำนวนผู้เยือน แต่ขึ้นมาเป็น อันดับ 4 ด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย ที่ 4,449 ล้านบาท

แยกตามภูมิภาค

  • ภาคเหนือมีนักท่องเที่ยวไทย 3,662,046 คน สร้างรายได้ 18,413 ล้านบาท
  • ภาคกลางและตะวันตกนำด้านปริมาณคนเที่ยว ขณะที่กรุงเทพฯ จังหวัดเดียวทำรายได้เกิน 23,000 ล้านบาท

สำหรับเชียงราย ข้อสรุปที่จับต้องได้คือ จังหวัดทำรายได้ต่อคนค่อนข้างดีอยู่แล้ว พอแนวโน้มตลาดไปทาง “ทริปคุณภาพ” จังหวัดที่ออกแบบประสบการณ์เก่ง และทำสินค้าเที่ยวให้ชัด จะได้เปรียบ

การท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงรายสวยจริง, แต่ยังเสี่ยงเป็นเมืองแวะครั้งเดียว

ข้อมูลปี 2025 ของกรมการท่องเที่ยวระบุว่า เชียงรายต้อนรับผู้เยือน 5,755,778 คน อยู่อันดับ 15 ของประเทศ และอันดับ 2 ของภาคเหนือ รองจากเชียงใหม่ที่มากกว่า 10.6 ล้านคน

ตัวเลขดูดี แต่ภาพเรื่อง “การกลับมาเที่ยวซ้ำ” ยังไม่แรงเท่าที่ควร โพสต์สำรวจจากเพจท่องเที่ยว Go Went Go (5 กันยายน 2024) จัดให้เชียงรายอยู่อันดับ 13 ในจังหวัดที่คนไทยอยากกลับไปซ้ำ ขณะที่หลายจังหวัดภาคเหนือทำอันดับได้ดีกว่า เช่น น่าน, เชียงใหม่, ลำปาง, และเลย

ผลสำรวจของ Agoda ปี 2024 ช่วยอธิบายพฤติกรรม

  • 74% ของนักท่องเที่ยวไทย “กลับไปที่เดิม” ซ้ำได้
  • 54% กลับไป 1 ถึง 3 ครั้งใน 10 ปี และ 17% กลับมากกว่า 10 ครั้ง
  • เหตุผลหลักคือกิจกรรมและความท้าทาย (32%), อาหารอร่อย (23%), และศิลปะวัฒนธรรม (20%)
  • ปัจจัยที่ทำให้กลับไปซ้ำคือเดินทางสะดวก (53%), อาหารท้องถิ่นอร่อย (49%), ปลอดภัยและสะอาด (42%), ทำเลสะดวก (38%), และช้อปปิ้ง (30%)

เชียงรายมีแต้มต่อชัด ทั้งธรรมชาติ, วัฒนธรรม, และแหล่งศิลปะร่วมสมัยที่เป็นที่รู้จักอย่างวัดร่องขุ่นและสามเหลี่ยมทองคำ ช่องว่างคือทำยังไงให้แต้มต่อเหล่านี้กลายเป็นเหตุผลชัด ๆ ที่คนอยากอยู่ค้างคืน, อยู่หลายวัน, และกลับมาอีก

ปัญหาเชิงโครงสร้าง, วัดผลคนละแบบจนไปกันคนละทาง

เสียงสะท้อนที่เจอบ่อยในเชียงรายคือ ภาครัฐและเอกชนยังไม่มี KPI ร่วมกัน ฝั่งรัฐมักมองความสำเร็จจากจำนวนผู้มาเยือนหรือภาพรวมผลกระทบเศรษฐกิจ แต่ผู้ประกอบการต้องเจอความจริงรายวัน เช่น อัตราเข้าพัก, รายได้ต่อห้อง, และยอดใช้จ่ายที่ร้านอาหาร ร้านค้า หรือกิจกรรมท่องเที่ยว

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยพักฐานที่เชียงใหม่ แล้วมาเชียงรายแบบเช้าไปเย็นกลับ บางคนจ่ายทริปเหมารถส่วนตัวไปกลับราว 5,000 บาท แล้วยังไม่ค้างคืน นี่สะท้อนว่าเชียงรายอาจยังขาดกิจกรรมช่วงค่ำ, แพ็กเกจที่ต่อยอดได้, หรือ “กิจกรรมที่พลาดไม่ได้” ที่ทำให้การนอนค้างดูเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า

ถนนดีและการเดินทางสะดวกเป็นดาบสองคม มันทำให้มาเชียงรายง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้ “กลับวันเดียว” ง่ายขึ้นด้วย ถ้าไม่มีการจัดเส้นทางและชุดทริปให้ชวนค้างคืน ความสะดวกจะกลายเป็นแรงต้านโดยไม่รู้ตัว

การท่องเที่ยวเชียงราย

โปรโมตกระชั้น, คนอยากมาแต่หาข้อมูลไม่ทัน

เชียงรายมีงานใหญ่ตามฤดูกาล เช่น Chiang Rai Flower Festival และ ASEAN Flora Expo ที่เคยประเมินว่าจะสร้างเงินสะพัดมากกว่า 50 ล้านบาท และขยายจัดถึง 18 กุมภาพันธ์ 2026 พร้อมกิจกรรมอย่างดนตรีพื้นบ้านและดอกไม้หน้าหนาวที่เชียงรายบีช

แต่เสียงจากธุรกิจท่องเที่ยวสะท้อนแพตเทิร์นเดิม คือการโปรโมตมักเริ่มใกล้งานเกินไป จังหวัดยังไม่มีปฏิทินกิจกรรมแบบ 6 ถึง 12 เดือนที่สื่อสารชัดและต่อเนื่อง นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติ วางแผนเที่ยวล่วงหน้านาน ถ้าหาข้อมูลงานไม่เจอเร็วพอ เขาก็เลือกจุดหมายที่วางแผนง่ายกว่า

ในทางกลับกัน เชียงใหม่มีงานวิ่ง, ดนตรี, เทศกาล, และโปรแกรมสร้างสรรค์หมุนทั้งปี ความสม่ำเสมอทำให้คน “นึกถึงก่อน” ส่วนเชียงรายมักถูกมองเป็นตัวเลือกเสริมเมื่อมีเวลาเหลือ

ทุกวันนี้ความสนใจเกิดบนออนไลน์ แต่การเคลื่อนไหวของบางกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในเชียงรายยังดูเบาบาง ทำให้การนัดหมายและการประสานงานยิ่งยากขึ้น และเมื่อคนเห็นข้อมูลส่วนใหญ่จากเพจภาครัฐอย่าง ททท. สำนักงานเชียงรายเป็นหลัก ก็เกิดคำถามง่าย ๆ ว่า เสียงของผู้ประกอบการและชุมชนที่ควรช่วยกันเล่าเรื่องอยู่ไหน

ตัวอย่างที่คนพื้นที่พูดถึง เช่น

  • เพจสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงราย โพสต์ล่าสุด 1 ตุลาคม 2025
  • เพจสมาคมโรงแรมเชียงราย มีความเคลื่อนไหวช่วงต้นปี 2026
  • เพจสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ (17 จังหวัด) หยุดอัปเดตช่วงตุลาคม 2025
  • หลายเพจท่องเที่ยวชุมชนมีการสื่อสารไม่ต่อเนื่อง

ความเงียบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่มักสะท้อนว่าแผนร่วมยังไม่แข็ง, ไม่มีศูนย์กลางสื่อสาร, และใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจน้อย แต่ละกลุ่มทำของตัวเอง ขณะที่ตลาดเดินไปไกลเรื่อย ๆ

การท่องเที่ยวเชียงราย

บทเรียนจากดําเนินสะดวก, รีวิวลบกระจายไวและแก้ยาก

กรณีรีวิวด้านลบจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตลาดน้ำดําเนินสะดวกแพร่กระจายอย่างกว้าง คำบ่นที่เจอบ่อยคือค่าเรือแพงเกินจริง, เน้นขายของที่ระลึกมากกว่าประสบการณ์, และพฤติกรรมไม่เป็นธรรมของคนกลางหรือผู้ให้บริการ

เรื่องนี้ถูกหยิบไปพูดต่อจนเป็นกระแส และกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าเมื่อคนรู้สึกโดนเอาเปรียบ ความเสียหายจะวิ่งไวมาก และนักท่องเที่ยวก็พร้อมเปลี่ยนไปประเทศอื่น เช่น เวียดนาม

สำหรับเชียงรายที่อยากได้กลุ่มคุณภาพ บทเรียนชัดมาก ราคาต้องตรงไปตรงมา บริการต้องไว้ใจได้ ในยุคที่คนตัดสินกันจากรีวิว ประสบการณ์แย่ไม่กี่ครั้งทำลายความเชื่อมั่นที่สะสมมาหลายปีได้ทันที

เชียงรายไม่ได้แข่งแค่จังหวัดข้าง ๆ แต่แข่งทั้งภูมิภาค

ท่องเที่ยวไม่ได้โตลอย ๆ บนฟ้า รายงานเศรษฐกิจสะท้อนความไม่แน่นอนของการค้าโลก ตั้งแต่มาตรการภาษีสหรัฐฯ ในยุค Donald Trump ที่กระทบหลายประเทศ ไปจนถึงความตึงเครียดระหว่างประเทศและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกในอาเซียนจึงมองหา “กันชน” ทางเศรษฐกิจเพิ่ม

ท่องเที่ยวคือการส่งออกบริการ สร้างงานและกระจายรายได้ไปที่อาหาร, เดินทาง, และธุรกิจสร้างสรรค์ World Travel & Tourism Council เคยรายงานว่าท่องเที่ยวคิดเป็นราว 14% ของ GDP ไทย และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ โดยท่องเที่ยวโลกถูกคาดว่าจะขยายไปใกล้ 16.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035

The Business Times ยังรายงานว่าเอเชียแปซิฟิกอาจมีสัดส่วนราว 50% ของการเติบโตด้านการเดินทางทั่วโลก ข้อมูลจาก Expedia Group ชี้ว่าเที่ยวข้ามประเทศในอาเซียนเพิ่มจาก 37% ในปี 2019 เป็น 45% ในปี 2024 คนเริ่มมองอาเซียนเป็นโซนเดียวที่เชื่อมกันมากขึ้น

แปลว่าเชียงรายไม่ได้แข่งแค่เชียงใหม่หรือน่าน แต่ต้องแข่งกับปลายทางในลาว, เวียดนาม, และเมียนมาด้วย ที่ต่างก็พยายามดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชุดเดียวกัน

การท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงรายต้องขยับสู่ “ท่องเที่ยวขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” แบบทำได้จริง

จากตัวเลขและแนวโน้มที่เห็น ชียงรายควรปรับวิธีทำงานให้ใช้ข้อมูลนำทางมากขึ้น และมี 4 เรื่องที่ควรทำก่อน

1) ตั้งศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวระดับจังหวัด (Tourism Data Hub)

เชียงรายควรมีหน่วยกลางที่รวมข้อมูลจากรัฐ, ธุรกิจ, และชุมชน เช่น จำนวนคืนที่พัก, เส้นทางที่คนเลือกจริง, ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป, สัดส่วนการกลับมาเที่ยวซ้ำ และข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจได้

ศูนย์นี้ควรเชื่อมกับข้อมูลของ ททท. และถ้าเป็นไปได้ควรมีอินไซต์จากแพลตฟอร์มอย่าง Agoda หรือ Expedia ที่สะท้อนพฤติกรรมค้นหาและการจองจริง

2) ทำ KPI ร่วมที่ไม่จบแค่ “นับหัว”

อย่าวัดความสำเร็จแค่จำนวนคนเข้าเมือง ควรเพิ่มตัวชี้วัดที่สะท้อน “มูลค่าจริง” เช่น

  • จำนวนคืนเฉลี่ยต่อทริป
  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน
  • สัดส่วนผู้มาเยือนซ้ำ
  • คะแนนความพึงพอใจจากรีวิวและแบบสำรวจ

3) ออกแบบทริปให้อยู่ได้นานขึ้น, และประกาศปฏิทิน 6 ถึง 12 เดือน

ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อจัดแพ็กเกจที่จองง่าย เช่น “3 คืน 4 อำเภอ” ผสมจุดหลักกับจุดรองที่คนยังไม่แน่น เติมเส้นทางอาหาร, เส้นทางกาแฟ, และเส้นทางศิลปะร่วมสมัยให้เป็นรูปธรรม

จากนั้นประกาศปฏิทินกิจกรรมให้ชัดล่วงหน้า 6 ถึง 12 เดือน และจัดให้ต่อเนื่องทั้งปี ให้สอดคล้องกับแนวทางอีเวนต์ตลอดปีของ ททท.

4) เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และกลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะทาง

แนว Sub-Culture ของ ททท. สะท้อนว่าตลาดมีจริง ทั้งสายกีฬา, ดนตรี, คนรักหนัง, และสายศรัทธา เชียงรายมีฐานวัฒนธรรมแข็งพอจะจัดงานเฉพาะทาง เช่น สัปดาห์ศิลปะร่วมสมัย, งานดนตรีบนดอย, หรือเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ที่โยงกับเทรนด์ท่องเที่ยวเพื่อพักใจและดูแลตัวเอง

งานแบบนี้จะไปได้ไกลขึ้น ถ้ามีคนรุ่นใหม่ร่วมออกแบบ ไม่ใช่พึ่งโครงสร้างเดิมอย่างเดียว

ทำเชียงรายให้เป็นเมืองที่คน “กลับมาอีก”

พฤศจิกายน 2025 แสดงให้เห็นว่าเชียงรายทำรายได้จากการเที่ยวในประเทศได้จริง ตัวเลข 4,449 ล้านบาทในเดือนเดียว สะท้อนกำลังใช้จ่ายที่ดีแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้คน “ค้างคืนมากขึ้น” และ “กลับมาเที่ยวซ้ำมากขึ้น”

กลยุทธ์ระดับประเทศอย่าง Value over Volume, Amazing 5 Economy, และ 6S เปิดช่องให้เชียงรายโตในตลาดคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเวลเนส, อีเวนต์เฉพาะทาง, Night Economy, หรือโมเดลท่องเที่ยวชุมชนที่ทำให้รายได้กระจาย

แต่การขยับจะช้า ถ้าปัญหาเดิมยังอยู่เหมือนเดิม เช่น

  • ภาครัฐกับเอกชนไปคนละทาง
  • สมาคมและเครือข่ายท่องเที่ยวเงียบในออนไลน์
  • ไม่มี KPI ร่วมกัน
  • ใช้ข้อมูลน้อยในการวางแผน
  • โปรโมตงานใกล้เกินไป
  • คนรุ่นใหม่มีพื้นที่น้อยในการนำเสนอไอเดีย

นักท่องเที่ยววันนี้อยากได้ทริปที่เล่าต่อได้ ไม่ใช่แค่รูปสวย เชียงรายมีของดีอยู่แล้วทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และศิลปะ งานต่อจากนี้คือเชื่อมทุกชิ้นให้เป็น “เรื่องเดียวกัน” แล้วทำให้เที่ยวได้หลายอำเภอ หลายฤดู และเหมาะกับหลายกลุ่ม

เมื่อคนในพื้นที่คิดแผนร่วมกัน ใช้ข้อมูลจริง สื่อสารล่วงหน้า และทำงานกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น เชียงรายจะไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่จะเป็นเมืองที่คนตั้งใจมา อยู่ให้นาน และกลับมาอีกครั้ง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายสิงห์ปาร์ค เทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2025

Continue Reading

Trending

Copyright © 2026 CTN