เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายกำลังโศกเศร้ากับการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของ “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง
เชียงราย – วันที่ 12 ม.ค. 2569 มีรายงานข่าวเศร้าจากจังหวัดเชียงราย หลัง “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงภายในร้าน สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่และผู้ที่ติดตามข่าวจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ภายในร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป้าพัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ถนนราษฎร์บำรุง ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อไปถึงพบว่าประตูด้านหน้าและด้านหลังถูกล็อกจากด้านใน ทำให้ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ทันที

ตำรวจจึงประสานอาสากู้ภัยนำอุปกรณ์ตัดกุญแจและช่วยกันงัดประตู เพื่อเข้าไปตรวจสอบภายใน จากนั้นพบร่าง นางสุภาพรรณ์ อายุ 64 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน และพบ นายภาคิน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุในอาการบาดเจ็บสาหัส หลังพยายามทำร้ายตัวเอง อาสากู้ภัยให้การปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วน

เบื้องต้นตำรวจคาดว่า นายภาคินอาจมีอาการคลุ้มคลั่งจากการขาดสารเสพติดร่วมกับภาวะมึนเมา จึงก่อเหตุขึ้น ก่อนพยายามจบชีวิตเพื่อหลบหนีความผิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อายัดตัวผู้ก่อเหตุไว้ที่โรงพยาบาล รออาการปลอดภัยก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ชาวเชียงรายและผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากร่วมโพสต์ไว้อาลัยต่อการจากไปของ “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่หลายคนคุ้นเคยและผูกพัน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าอย่างมากในช่วงนี้
ลูกชายติดยาเสพติดแทงแม่วัย 64 ปีเสียชีวิตที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ทางรถไฟรางคู่เชียงรายก่อสร้างแล้วเสร็จเกิน 50%
เชียงราย – การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ ระยะทางรวม 323 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 72,835 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568 งานก่อสร้างภาพรวมทำได้ 50.496% ช้ากว่าแผนเล็กน้อยที่ -0.237% สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และยังยืนยันเป้าหมายเปิดให้บริการภายในปี 2571 ตามแผนเดิม
แบ่งงานก่อสร้าง 3 สัญญา แต่ละช่วงคืบหน้าไม่เท่ากัน
โครงการนี้แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 สัญญา ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดแพร่ไปจนถึงเชียงรายและเชียงของ โดยรายละเอียดความคืบหน้ามีดังนี้
- สัญญาที่ 1 เด่นชัย, งาว ระยะทาง 103 กิโลเมตร วงเงิน 26,560 ล้านบาท
งานคืบหน้า 47.618% ช้ากว่าแผน -7.406% เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และภูมิประเทศค่อนข้างซับซ้อน ต้องทำงานโครงสร้างและงานทางหลายจุด รฟท. ระบุว่าติดตามใกล้ชิด ปรับแผนและเร่งงานต่อเนื่อง - สัญญาที่ 2 งาว, เชียงราย ระยะทาง 132 กิโลเมตร วงเงิน 26,890 ล้านบาท
งานคืบหน้า 56.726% เร็วกว่าแผน +4.136% - สัญญาที่ 3 เชียงราย, เชียงของ ระยะทาง 87 กิโลเมตร วงเงิน 19,385 ล้านบาท
งานคืบหน้า 45.798% เร็วกว่าแผน +3.520% เป็นช่วงสำคัญสำหรับการเชื่อมระบบรางไปพื้นที่ชายแดน เพื่อรองรับการขนส่งและการค้าชายแดนในอนาคต
งานอุโมงค์ เดินหน้าตามแผน ทะลุแล้ว 3 จาก 4 แห่ง
อีกส่วนที่หลายคนจับตาคือ “งานขุดเจาะอุโมงค์” ซึ่งเป็นงานหลักของเส้นทางนี้ รฟท. สรุปความคืบหน้าดังนี้
- อุโมงค์สอง (แพร่) ยาว 1,059 เมตร คืบหน้า 55.95%
- อุโมงค์งาว (ลำปาง) ยาว 6,211 เมตร คืบหน้า 69.30% (เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในไทย)
- อุโมงค์แม่กา (พะเยา) ยาว 2,700 เมตร คืบหน้า 69.25%
- อุโมงค์ดอยหลวง (เชียงราย) ยาว 3,400 เมตร คืบหน้า 64.79%
ปัจจุบันมีการขุดเจาะอุโมงค์ทะลุ (Break through) แล้ว 3 ใน 4 อุโมงค์ เหลือ อุโมงค์งาว ที่วางแผนเจาะทะลุในวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2569
ภาพรวมยังมั่นใจ เปิดเดินรถปี 2571
รฟท. ระบุว่า แม้บางสัญญาจะช้ากว่าแผน แต่เมื่อดูภาพรวมที่ทำได้มากกว่าครึ่ง และมีการเร่งรัดงานทุกสัญญาอย่างต่อเนื่อง จึงยังมั่นใจว่าโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571
เส้นทางนี้ช่วยอะไรบ้าง
รถไฟทางคู่สายเด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ ผ่านพื้นที่ 59 ตำบล 17 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่, ลำปาง, พะเยา และเชียงราย
เมื่อสร้างเสร็จ จะช่วยให้การเดินทางของคนในพื้นที่และการขนส่งสินค้า “ทำได้คล่องขึ้น” และลดเวลาเดินทางเมื่อเทียบกับรถยนต์ได้ราว 1 ถึง 1.30 ชั่วโมง
เส้นทางนี้ยังช่วยเชื่อมเศรษฐกิจภาคเหนือไปสู่ชายแดนไทย, ลาว และกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง รองรับการค้าชายแดนและการขนถ่ายสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีส่วนช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวมได้อีกทาง
นอกจากเรื่องขนส่ง เส้นทางยังผ่านภูเขา สะพาน และอุโมงค์จำนวนมาก ทำให้มีโอกาสต่อยอดด้านท่องเที่ยว ช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชนตามแนวเส้นทางด้วย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ลูกชายติดยาเสพติดแทงแม่วัย 64 ปีเสียชีวิตที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ท่องเที่ยวเชียงรายกำลังเจอทางแยกใหญ่, จะเป็นแค่จุดแวะหรือปลายทางจริงจัง
เชียงราย – ยังมีอากาศเย็นและหมอกยามเช้าริมแม่น้ำกกเหมือนเดิม แต่ข้อมูลท่องเที่ยวรอบใหม่จากทั้งไทยและต่างประเทศกำลังกดดันหนัก ตัวเลขรายได้, จำนวนนักท่องเที่ยว, และเสียงสะท้อนบนออนไลน์ชี้ไปทางเดียวกันว่าเชียงรายกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจ
ถ้ายังขายแค่วิวและภาพสวย ๆ ต่อไป มีโอกาสสูงที่เชียงรายจะถูกมองเป็น “แวะแล้วไป” มากกว่า “มาแล้วอยู่” สิ่งที่ทำให้คนยอมอยู่ต่อคือประสบการณ์ที่วางแผนดี, เรื่องเล่าที่ชัด, และทริปที่รู้สึกคุ้มจนอยากกลับมาอีก ตามรายงานของ
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang
เนื้อหานี้สรุปภาพจากสถิติล่าสุด, แนวทางระดับประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), และบทเรียนจากเสียงคนเที่ยวในจังหวัดอื่น ๆ เป้าหมายคือทำให้เห็นว่า “ท่องเที่ยวขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” สำคัญกับเชียงรายยังไง, และทำไมแค่จุดถ่ายรูปสวยอาจไม่พอแล้ว
หลายคนเรียกเชียงรายว่า “เหนือสุด” เหมือนเป็นปลายทางสุดท้ายของเส้นทาง แต่ในความจริง เชียงรายอยู่ตรงจุดตัดสำคัญของภูมิภาค ถ้าวางตำแหน่งดี ๆ ก็มีโอกาสเป็นฐานท่องเที่ยว, การค้า, และวัฒนธรรมได้
เชียงรายเชื่อมไทยกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) และเส้นทางไปจีนตอนใต้ มีทั้งสินค้า, เงินลงทุน, และผู้คนเดินทางผ่านอยู่ตลอด จังหวัดจะได้ประโยชน์มากขึ้นถ้าจัดบทบาทของตัวเองให้ชัด
จากเมืองชายแดนที่ดูไกลตัว สู่ทางผ่านทางเศรษฐกิจ เชียงรายอยู่บน North-South Economic Corridor ที่ทำให้เงิน, สินค้า, และไอเดียเคลื่อนที่ตลอดเวลา
เชียงรายก็ไม่ได้เงียบ มีงานศิลปะ, ดนตรี, กีฬา, และกิจกรรมวัฒนธรรมที่ดึงทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงานสร้างสรรค์ ทุกครั้งที่มีอีเวนต์ใหญ่ การใช้จ่ายกระจายไปที่โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านค้า, และบริการต่าง ๆ จังหวัดมีโอกาสเป็นที่นัดพบของคนทำงานศิลป์และคนคิด แล้วส่งต่อแรงบันดาลใจออกไปที่อื่น
คำว่า “ฮับ” ไม่ได้หมายถึงดึงคนเข้ามาอย่างเดียว แต่หมายถึงการส่งต่อโอกาสด้วย เชียงรายกำลังเพิ่มความแข็งแรงด้านการศึกษา, บริการสุขภาพ, และเกษตรเทค ตั้งใจขยับจากเศรษฐกิจฐานเกษตรไปสู่บริการและเมืองที่รองรับพื้นที่รอบข้างมากขึ้น

ทิศทางท่องเที่ยวไทยเริ่มเน้นคุณภาพมากกว่าจำนวนคน
ระดับประเทศ ททท. คาดว่าในปี 2026 รายได้ท่องเที่ยวรวมอาจกลับไปแถว 3 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้จากต่างชาติราว 2 ล้านล้านบาท และจากคนไทยเที่ยวในประเทศราว 1 ล้านล้านบาท
เป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 36.7 ล้านคน เพิ่มจากประมาณการปี 2025 ที่ 32.8 ถึง 32.97 ล้านคน ส่วนเที่ยวในประเทศตั้งไว้ 208 ล้านทริป เพิ่มจาก 202 ล้านทริปในปีก่อน
แม้จำนวนคนอาจยังไม่เท่าจุดสูงสุดก่อนโควิดที่ 39.9 ล้านคน แต่แนวคิดเปลี่ยนชัด คือ Value over Volume เน้นนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายดี และต้องการประสบการณ์ที่มีคุณภาพ
แนวนี้สะท้อนในแผนอย่าง Amazing 5 Economy และกลยุทธ์ 6S ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมองหาประสบการณ์เฉพาะทาง เช่น
- Wellness Economy และ Life Economy (สุขภาพ, เวลเนส, ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์)
- Sub-Culture Economy (สายเฉพาะทาง, คนชอบหนัง, สายกีฬา, Yacht & Cruise, และ Night Economy)
- การยกระดับ Smart Experience, Story to Tell, Sustainable Tourism, และ Safety & Security
การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อย่าง Expedia Group เพื่อทำ “Intelligence Hub” เป็นสัญญาณชัดว่าการตัดสินใจด้านท่องเที่ยวจะยืนบนข้อมูลมากขึ้น และแรงกระเพื่อมนี้มาถึงทุกจังหวัด รวมถึงเชียงราย
ตัวเลขเที่ยวในประเทศเดือนพฤศจิกายน 2025, เชียงรายอยู่ตรงไหน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่าใน พฤศจิกายน 2025
- การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 16.81 ล้านทริป ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีก่อน (-0.39%)
- รายได้ท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 99,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.18% สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น
แยกตามจังหวัด
- กรุงเทพฯ นำทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว (2.86 ล้านคน) และรายได้ (23,446 ล้านบาท)
- เชียงใหม่ อันดับ 4 ด้านจำนวนผู้เยือน (943,449 คน) และอันดับ 3 ด้านรายได้ (7,735 ล้านบาท)
- เชียงรายไม่ติด Top 5 ด้านจำนวนผู้เยือน แต่ขึ้นมาเป็น อันดับ 4 ด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย ที่ 4,449 ล้านบาท
แยกตามภูมิภาค
- ภาคเหนือมีนักท่องเที่ยวไทย 3,662,046 คน สร้างรายได้ 18,413 ล้านบาท
- ภาคกลางและตะวันตกนำด้านปริมาณคนเที่ยว ขณะที่กรุงเทพฯ จังหวัดเดียวทำรายได้เกิน 23,000 ล้านบาท
สำหรับเชียงราย ข้อสรุปที่จับต้องได้คือ จังหวัดทำรายได้ต่อคนค่อนข้างดีอยู่แล้ว พอแนวโน้มตลาดไปทาง “ทริปคุณภาพ” จังหวัดที่ออกแบบประสบการณ์เก่ง และทำสินค้าเที่ยวให้ชัด จะได้เปรียบ

เชียงรายสวยจริง, แต่ยังเสี่ยงเป็นเมืองแวะครั้งเดียว
ข้อมูลปี 2025 ของกรมการท่องเที่ยวระบุว่า เชียงรายต้อนรับผู้เยือน 5,755,778 คน อยู่อันดับ 15 ของประเทศ และอันดับ 2 ของภาคเหนือ รองจากเชียงใหม่ที่มากกว่า 10.6 ล้านคน
ตัวเลขดูดี แต่ภาพเรื่อง “การกลับมาเที่ยวซ้ำ” ยังไม่แรงเท่าที่ควร โพสต์สำรวจจากเพจท่องเที่ยว Go Went Go (5 กันยายน 2024) จัดให้เชียงรายอยู่อันดับ 13 ในจังหวัดที่คนไทยอยากกลับไปซ้ำ ขณะที่หลายจังหวัดภาคเหนือทำอันดับได้ดีกว่า เช่น น่าน, เชียงใหม่, ลำปาง, และเลย
ผลสำรวจของ Agoda ปี 2024 ช่วยอธิบายพฤติกรรม
- 74% ของนักท่องเที่ยวไทย “กลับไปที่เดิม” ซ้ำได้
- 54% กลับไป 1 ถึง 3 ครั้งใน 10 ปี และ 17% กลับมากกว่า 10 ครั้ง
- เหตุผลหลักคือกิจกรรมและความท้าทาย (32%), อาหารอร่อย (23%), และศิลปะวัฒนธรรม (20%)
- ปัจจัยที่ทำให้กลับไปซ้ำคือเดินทางสะดวก (53%), อาหารท้องถิ่นอร่อย (49%), ปลอดภัยและสะอาด (42%), ทำเลสะดวก (38%), และช้อปปิ้ง (30%)
เชียงรายมีแต้มต่อชัด ทั้งธรรมชาติ, วัฒนธรรม, และแหล่งศิลปะร่วมสมัยที่เป็นที่รู้จักอย่างวัดร่องขุ่นและสามเหลี่ยมทองคำ ช่องว่างคือทำยังไงให้แต้มต่อเหล่านี้กลายเป็นเหตุผลชัด ๆ ที่คนอยากอยู่ค้างคืน, อยู่หลายวัน, และกลับมาอีก
ปัญหาเชิงโครงสร้าง, วัดผลคนละแบบจนไปกันคนละทาง
เสียงสะท้อนที่เจอบ่อยในเชียงรายคือ ภาครัฐและเอกชนยังไม่มี KPI ร่วมกัน ฝั่งรัฐมักมองความสำเร็จจากจำนวนผู้มาเยือนหรือภาพรวมผลกระทบเศรษฐกิจ แต่ผู้ประกอบการต้องเจอความจริงรายวัน เช่น อัตราเข้าพัก, รายได้ต่อห้อง, และยอดใช้จ่ายที่ร้านอาหาร ร้านค้า หรือกิจกรรมท่องเที่ยว
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยพักฐานที่เชียงใหม่ แล้วมาเชียงรายแบบเช้าไปเย็นกลับ บางคนจ่ายทริปเหมารถส่วนตัวไปกลับราว 5,000 บาท แล้วยังไม่ค้างคืน นี่สะท้อนว่าเชียงรายอาจยังขาดกิจกรรมช่วงค่ำ, แพ็กเกจที่ต่อยอดได้, หรือ “กิจกรรมที่พลาดไม่ได้” ที่ทำให้การนอนค้างดูเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า
ถนนดีและการเดินทางสะดวกเป็นดาบสองคม มันทำให้มาเชียงรายง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้ “กลับวันเดียว” ง่ายขึ้นด้วย ถ้าไม่มีการจัดเส้นทางและชุดทริปให้ชวนค้างคืน ความสะดวกจะกลายเป็นแรงต้านโดยไม่รู้ตัว

โปรโมตกระชั้น, คนอยากมาแต่หาข้อมูลไม่ทัน
เชียงรายมีงานใหญ่ตามฤดูกาล เช่น Chiang Rai Flower Festival และ ASEAN Flora Expo ที่เคยประเมินว่าจะสร้างเงินสะพัดมากกว่า 50 ล้านบาท และขยายจัดถึง 18 กุมภาพันธ์ 2026 พร้อมกิจกรรมอย่างดนตรีพื้นบ้านและดอกไม้หน้าหนาวที่เชียงรายบีช
แต่เสียงจากธุรกิจท่องเที่ยวสะท้อนแพตเทิร์นเดิม คือการโปรโมตมักเริ่มใกล้งานเกินไป จังหวัดยังไม่มีปฏิทินกิจกรรมแบบ 6 ถึง 12 เดือนที่สื่อสารชัดและต่อเนื่อง นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติ วางแผนเที่ยวล่วงหน้านาน ถ้าหาข้อมูลงานไม่เจอเร็วพอ เขาก็เลือกจุดหมายที่วางแผนง่ายกว่า
ในทางกลับกัน เชียงใหม่มีงานวิ่ง, ดนตรี, เทศกาล, และโปรแกรมสร้างสรรค์หมุนทั้งปี ความสม่ำเสมอทำให้คน “นึกถึงก่อน” ส่วนเชียงรายมักถูกมองเป็นตัวเลือกเสริมเมื่อมีเวลาเหลือ
ทุกวันนี้ความสนใจเกิดบนออนไลน์ แต่การเคลื่อนไหวของบางกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในเชียงรายยังดูเบาบาง ทำให้การนัดหมายและการประสานงานยิ่งยากขึ้น และเมื่อคนเห็นข้อมูลส่วนใหญ่จากเพจภาครัฐอย่าง ททท. สำนักงานเชียงรายเป็นหลัก ก็เกิดคำถามง่าย ๆ ว่า เสียงของผู้ประกอบการและชุมชนที่ควรช่วยกันเล่าเรื่องอยู่ไหน
ตัวอย่างที่คนพื้นที่พูดถึง เช่น
- เพจสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงราย โพสต์ล่าสุด 1 ตุลาคม 2025
- เพจสมาคมโรงแรมเชียงราย มีความเคลื่อนไหวช่วงต้นปี 2026
- เพจสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ (17 จังหวัด) หยุดอัปเดตช่วงตุลาคม 2025
- หลายเพจท่องเที่ยวชุมชนมีการสื่อสารไม่ต่อเนื่อง
ความเงียบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่มักสะท้อนว่าแผนร่วมยังไม่แข็ง, ไม่มีศูนย์กลางสื่อสาร, และใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจน้อย แต่ละกลุ่มทำของตัวเอง ขณะที่ตลาดเดินไปไกลเรื่อย ๆ

บทเรียนจากดําเนินสะดวก, รีวิวลบกระจายไวและแก้ยาก
กรณีรีวิวด้านลบจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตลาดน้ำดําเนินสะดวกแพร่กระจายอย่างกว้าง คำบ่นที่เจอบ่อยคือค่าเรือแพงเกินจริง, เน้นขายของที่ระลึกมากกว่าประสบการณ์, และพฤติกรรมไม่เป็นธรรมของคนกลางหรือผู้ให้บริการ
เรื่องนี้ถูกหยิบไปพูดต่อจนเป็นกระแส และกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าเมื่อคนรู้สึกโดนเอาเปรียบ ความเสียหายจะวิ่งไวมาก และนักท่องเที่ยวก็พร้อมเปลี่ยนไปประเทศอื่น เช่น เวียดนาม
สำหรับเชียงรายที่อยากได้กลุ่มคุณภาพ บทเรียนชัดมาก ราคาต้องตรงไปตรงมา บริการต้องไว้ใจได้ ในยุคที่คนตัดสินกันจากรีวิว ประสบการณ์แย่ไม่กี่ครั้งทำลายความเชื่อมั่นที่สะสมมาหลายปีได้ทันที
เชียงรายไม่ได้แข่งแค่จังหวัดข้าง ๆ แต่แข่งทั้งภูมิภาค
ท่องเที่ยวไม่ได้โตลอย ๆ บนฟ้า รายงานเศรษฐกิจสะท้อนความไม่แน่นอนของการค้าโลก ตั้งแต่มาตรการภาษีสหรัฐฯ ในยุค Donald Trump ที่กระทบหลายประเทศ ไปจนถึงความตึงเครียดระหว่างประเทศและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกในอาเซียนจึงมองหา “กันชน” ทางเศรษฐกิจเพิ่ม
ท่องเที่ยวคือการส่งออกบริการ สร้างงานและกระจายรายได้ไปที่อาหาร, เดินทาง, และธุรกิจสร้างสรรค์ World Travel & Tourism Council เคยรายงานว่าท่องเที่ยวคิดเป็นราว 14% ของ GDP ไทย และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ โดยท่องเที่ยวโลกถูกคาดว่าจะขยายไปใกล้ 16.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035
The Business Times ยังรายงานว่าเอเชียแปซิฟิกอาจมีสัดส่วนราว 50% ของการเติบโตด้านการเดินทางทั่วโลก ข้อมูลจาก Expedia Group ชี้ว่าเที่ยวข้ามประเทศในอาเซียนเพิ่มจาก 37% ในปี 2019 เป็น 45% ในปี 2024 คนเริ่มมองอาเซียนเป็นโซนเดียวที่เชื่อมกันมากขึ้น
แปลว่าเชียงรายไม่ได้แข่งแค่เชียงใหม่หรือน่าน แต่ต้องแข่งกับปลายทางในลาว, เวียดนาม, และเมียนมาด้วย ที่ต่างก็พยายามดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชุดเดียวกัน

เชียงรายต้องขยับสู่ “ท่องเที่ยวขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” แบบทำได้จริง
จากตัวเลขและแนวโน้มที่เห็น ชียงรายควรปรับวิธีทำงานให้ใช้ข้อมูลนำทางมากขึ้น และมี 4 เรื่องที่ควรทำก่อน
1) ตั้งศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวระดับจังหวัด (Tourism Data Hub)
เชียงรายควรมีหน่วยกลางที่รวมข้อมูลจากรัฐ, ธุรกิจ, และชุมชน เช่น จำนวนคืนที่พัก, เส้นทางที่คนเลือกจริง, ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป, สัดส่วนการกลับมาเที่ยวซ้ำ และข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจได้
ศูนย์นี้ควรเชื่อมกับข้อมูลของ ททท. และถ้าเป็นไปได้ควรมีอินไซต์จากแพลตฟอร์มอย่าง Agoda หรือ Expedia ที่สะท้อนพฤติกรรมค้นหาและการจองจริง
2) ทำ KPI ร่วมที่ไม่จบแค่ “นับหัว”
อย่าวัดความสำเร็จแค่จำนวนคนเข้าเมือง ควรเพิ่มตัวชี้วัดที่สะท้อน “มูลค่าจริง” เช่น
- จำนวนคืนเฉลี่ยต่อทริป
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน
- สัดส่วนผู้มาเยือนซ้ำ
- คะแนนความพึงพอใจจากรีวิวและแบบสำรวจ
3) ออกแบบทริปให้อยู่ได้นานขึ้น, และประกาศปฏิทิน 6 ถึง 12 เดือน
ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อจัดแพ็กเกจที่จองง่าย เช่น “3 คืน 4 อำเภอ” ผสมจุดหลักกับจุดรองที่คนยังไม่แน่น เติมเส้นทางอาหาร, เส้นทางกาแฟ, และเส้นทางศิลปะร่วมสมัยให้เป็นรูปธรรม
จากนั้นประกาศปฏิทินกิจกรรมให้ชัดล่วงหน้า 6 ถึง 12 เดือน และจัดให้ต่อเนื่องทั้งปี ให้สอดคล้องกับแนวทางอีเวนต์ตลอดปีของ ททท.
4) เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และกลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะทาง
แนว Sub-Culture ของ ททท. สะท้อนว่าตลาดมีจริง ทั้งสายกีฬา, ดนตรี, คนรักหนัง, และสายศรัทธา เชียงรายมีฐานวัฒนธรรมแข็งพอจะจัดงานเฉพาะทาง เช่น สัปดาห์ศิลปะร่วมสมัย, งานดนตรีบนดอย, หรือเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ที่โยงกับเทรนด์ท่องเที่ยวเพื่อพักใจและดูแลตัวเอง
งานแบบนี้จะไปได้ไกลขึ้น ถ้ามีคนรุ่นใหม่ร่วมออกแบบ ไม่ใช่พึ่งโครงสร้างเดิมอย่างเดียว
ทำเชียงรายให้เป็นเมืองที่คน “กลับมาอีก”
พฤศจิกายน 2025 แสดงให้เห็นว่าเชียงรายทำรายได้จากการเที่ยวในประเทศได้จริง ตัวเลข 4,449 ล้านบาทในเดือนเดียว สะท้อนกำลังใช้จ่ายที่ดีแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้คน “ค้างคืนมากขึ้น” และ “กลับมาเที่ยวซ้ำมากขึ้น”
กลยุทธ์ระดับประเทศอย่าง Value over Volume, Amazing 5 Economy, และ 6S เปิดช่องให้เชียงรายโตในตลาดคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเวลเนส, อีเวนต์เฉพาะทาง, Night Economy, หรือโมเดลท่องเที่ยวชุมชนที่ทำให้รายได้กระจาย
แต่การขยับจะช้า ถ้าปัญหาเดิมยังอยู่เหมือนเดิม เช่น
- ภาครัฐกับเอกชนไปคนละทาง
- สมาคมและเครือข่ายท่องเที่ยวเงียบในออนไลน์
- ไม่มี KPI ร่วมกัน
- ใช้ข้อมูลน้อยในการวางแผน
- โปรโมตงานใกล้เกินไป
- คนรุ่นใหม่มีพื้นที่น้อยในการนำเสนอไอเดีย
นักท่องเที่ยววันนี้อยากได้ทริปที่เล่าต่อได้ ไม่ใช่แค่รูปสวย เชียงรายมีของดีอยู่แล้วทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และศิลปะ งานต่อจากนี้คือเชื่อมทุกชิ้นให้เป็น “เรื่องเดียวกัน” แล้วทำให้เที่ยวได้หลายอำเภอ หลายฤดู และเหมาะกับหลายกลุ่ม
เมื่อคนในพื้นที่คิดแผนร่วมกัน ใช้ข้อมูลจริง สื่อสารล่วงหน้า และทำงานกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น เชียงรายจะไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่จะเป็นเมืองที่คนตั้งใจมา อยู่ให้นาน และกลับมาอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสิงห์ปาร์ค เทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2025
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารเชียงรายสกัดรถจักรยานยนต์บรรทุกยาบ้า 600,000 เม็ด ที่แม่ฟ้าหลวง
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ทหารจาก นบ.ยส.35 ทำงานร่วมกับกองกำลังผาเมือง เพิ่มความเข้มงวดตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา หลังได้รับข้อมูลว่ามีขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่จัน มุ่งหน้าออกสู่ถนนพหลโยธินฝั่ง อ.แม่จัน
เช้าวันที่ 10 ม.ค. ชุดปฏิบัติการจาก บก.พื้นที่พิเศษ นบ.ยส.35 ประสานกำลังกับหน่วยในพื้นที่ รวมถึง บก.สกัดกั้นที่ 1 นบ.ยส.35 และหน่วยของกองกำลังผาเมือง ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดบนถนนบริเวณบ้านป่าเมี่ยง หมู่ 9 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อสกัดการลักลอบขนยาเสพติด
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ 1 คัน ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ขับลงมาจากเขา บรรทุกกระสอบฟางทั้งด้านหน้าและด้านหลังอย่างผิดสังเกต เมื่อรถเข้าใกล้จุดตรวจ คนขับรีบเลี้ยวกลับแล้วพยายามหลบหนีทันที
เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามไม่นาน ก่อนพบว่าคนขับทิ้งรถพร้อมสัมภาระไว้ข้างทาง แล้วอาศัยความชำนาญวิ่งหนีเข้าป่าไปได้ เมื่อตรวจค้นกระสอบฟางพบ 3 ใบ ภายในเป็นยาบ้า ใบละราว 200,000 เม็ด รวมของกลางประมาณ 600,000 เม็ด
เจ้าหน้าที่จึงยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องต่อไป

หน่วยเฉพาะกิจผาเมือง ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจพิเศษของกองทัพบกไทย ปฏิบัติงานแนวหน้าเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือ โดยเน้นพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นหลัก พื้นที่นี้อยู่ใกล้สามเหลี่ยมทองคำ และถูกใช้เป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงยาเสพติดจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ความไม่สงบในเมียนมาช่วยให้การผลิตยาเสพติดหลายชนิดขยายตัว ทั้งเมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์ เฮโรอีน ฝิ่น และคีตามีนในปริมาณมาก
การทำงานของหน่วยส่วนใหญ่พึ่งพาข่าวกรอง ควบคู่กับการลาดตระเวน การซุ่มเฝ้าระวัง และการตั้งด่านอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทุรกันดาร เช่น แม่สาย แม่ฟ้าหลวง และเชียงแสน หลายภารกิจมีความเสี่ยงสูง เพราะเครือข่ายค้ายามักมีอาวุธ และใช้เส้นทางชายแดนที่ควบคุมได้ยาก ในปี 2568 หน่วยเพิ่มความเข้มข้นของการปฏิบัติการ หลังการลักลอบขนยาเสพติดพุ่งขึ้นมากจากสถานการณ์ในเมียนมา ส่งผลให้มีการสกัดกั้นต่อเนื่อง และกดดันเครือข่ายค้ายาอย่างหนัก
ตัวเลขสะท้อนภารกิจที่หนักหน่วงของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงกันยายน 2568 กองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองปฏิบัติการรวม 328 ครั้ง นำไปสู่การจับกุมและการยึดของกลาง คิดเป็นมูลค่าราว 36,000 ล้านบาท ของกลางสำคัญ ได้แก่ ยาบ้าประมาณ 175 ล้านเม็ด และยาไอซ์ประมาณ 9 ตัน รวมถึงเฮโรอีน ฝิ่น และคีตามีนจำนวนมาก

เหตุการณ์เด่นในเชียงรายช่วงปี 2568 เช่น
- การปะทะใน อ.แม่สาย เดือนกันยายน ยึดยาบ้าได้มากกว่า 4 ล้านเม็ด หลังเกิดการยิงปะทะ
- ปฏิบัติการหลายครั้งในเดือนพฤศจิกายน ยึดยาบ้าหลายล้านเม็ด รวมถึง 7.2 ล้านเม็ดใกล้ดอยผาหมี และอีกหลายคดีที่เชื่อมกับเส้นทางลำเลียงจากชายแดน
แรงกดดันยังเดินหน้าต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 วันที่ 2 มกราคม เจ้าหน้าที่ยึดเมทแอมเฟตามีนได้ 2.2 ล้านเม็ดในพื้นที่ อ.แม่สาย สะท้อนว่าการสกัดกั้นยังทำได้ต่อเนื่อง และเครือข่ายค้ายายังพยายามหาช่องทางใหม่อยู่ตลอด
การสกัดกั้นเหล่านี้ช่วยกันไม่ให้ยาเสพติดจำนวนมากไหลเข้าสู่เมืองใหญ่ของไทยและตลาดต่างประเทศ ลดความเสี่ยงเรื่องการเสพติดและอาชญากรรมที่ตามมา แม้ผลการจับกุมจะเห็นชัด แต่หน่วยงานยังต้องรับมือกับรูปแบบการลำเลียงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และความผันผวนของสถานการณ์ในภูมิภาค ทำให้ภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจผาเมืองยังเป็นกำลังหลักในการต่อสู้กับขบวนการค้ายาในทุกวัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตั๋วเครื่องบิน เชียงราย กรุงเทพ แบบเข้าใจง่าย เลือกสนามบินให้คุ้ม กดจองให้ไม่พลาด (อัปเดต 2026)
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago
“ทีมชาติไทย” แพ้ญี่ปุ่น 0-5 อุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ
-
ข่าว2 weeks agoปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime9 months ago
พบกับขบวนชิม “Roasted Coffee” ที่เชียงราย บนดอยช้าง
-
เชียงราย - Chiang Rai News9 months ago
เชียงรายฉลองปีใหม่ อุบัติเหตุทางถนน 12 ครั้ง เสียชีวิต 5 ราย
