เชียงราย - Chiang Rai News
หญิงชาวเชียงรายเปลี่ยนกุหลาบให้กลายเป็นอาณาจักรฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของตัวเอง
รถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย">เชียงราย – การทำเกษตรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับราคาที่ผันผวนและกลไกตลาดที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอ แต่สำหรับคุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่จาก “บ้านสวนย่าน้อย” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เธอได้ค้นพบทางรอดที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เธอสามารถเปลี่ยนความหลงใหลในดอกกุหลาบให้กลายเป็นธุรกิจเกษตรอินทรีย์ที่มีมูลค่าสูงได้อย่างน่าทึ่ง โดยการนำดอกกุหลาบมาแปรรูปเป็นสินค้าพรีเมียม ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูงถึงกิโลกรัมละ 5,000 บาทเลยทีเดียว
ประเด็นสำคัญ
- เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป: จากดอกไม้สดราคาดอกละ 3 บาท เปลี่ยนเป็นชากุหลาบอบแห้งและสกินแคร์ สร้างมูลค่าแตะกิโลกรัมละ 5,000 บาท
- เจาะตลาดสุขภาพความงาม: ต่อยอดผลผลิตสดเป็นน้ำสกัดกุหลาบ (Rose Water) บริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
- เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ: ยอมเสียสละเด็ดดอกชุดแรกทิ้งเพื่อบำรุงต้นให้แข็งแรง ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตคุณภาพสูงระดับพรีเมียมในรอบถัดไป
เส้นทางธุรกิจที่น่าสนใจนี้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เมื่อคุณนพเก้าตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่ออาชีพเกษตรของครอบครัว เธอตั้งเป้าหมายในใจว่าจะต้องทำเกษตรแบบยั่งยืนและปลอดภัยต่อทั้งคนปลูกและคนกิน การทำเกษตรอินทรีย์จึงกลายเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับแนวทางของเธอ
ในตอนแรกเธอเริ่มต้นจากการทำนาข้าวอินทรีย์เพื่อสร้างพื้นฐาน ก่อนจะขยับขยายมาปลูกดอกกุหลาบซึ่งเป็นไม้ดอกที่เธอชื่นชอบและสะสมสายพันธุ์มานาน เธอเล็งเห็นโอกาสในตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุคปัจจุบัน เธอจึงเลือกปลูกกุหลาบพันธุ์ไทยที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
กุหลาบสองสายพันธุ์หลักที่เธอตั้งใจเลือกมาปลูกคือ “มอญไกลกังวล” และ “มอญแดงประเสริฐ” ซึ่งสายพันธุ์โบราณเหล่านี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการนำมาแปรรูปเป็นชากุหลาบคุณภาพพรีเมียม

เทคนิคการปลูกที่เน้นคุณภาพและความใส่ใจทุกขั้นตอน
สวนกุหลาบของคุณนพเก้ามีการบริหารจัดการแปลงปลูกอย่างเป็นระบบและใส่ใจในทุกรายละเอียดปลีกย่อย เธอเตรียมแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร ยกแปลงให้สูงขึ้น และเว้นระยะห่างระหว่างต้น 60-80 เซนติเมตร เทคนิคนี้ช่วยให้ต้นกุหลาบโปร่ง รับแสงแดดได้เต็มที่ และลดการเกิดโรคสะสม
เคล็ดลับสำคัญที่หลายคนไม่กล้าทำคือการยอมเสียสละผลผลิตในระยะแรกเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า ในช่วง 45 วันแรกที่กุหลาบเริ่มออกดอก เธอจะเด็ดดอกทิ้งทั้งหมดโดยไม่เสียดาย วิธีนี้ช่วยให้ต้นกุหลาบได้สะสมอาหารเต็มที่และสร้างระบบรากที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด
หลังจากเฝ้ารออีกประมาณ 45 วัน ต้นกุหลาบจะผลิดอกชุดใหม่ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบ ดอกกุหลาบชุดนี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในขั้นตอนต่อไป

แก้ปัญหาเดิมๆ ด้วยนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า
ปัญหาคลาสสิกของการขายดอกกุหลาบสดคือราคาที่ตกต่ำเพียงดอกละ 3 บาท และมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นมากจนเน่าเสียได้ง่าย คุณนพเก้าจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลัก 3 ชนิด เพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุสินค้าให้ยาวนานขึ้น
ผลิตภัณฑ์แรกคือ “ชากุหลาบอบแห้ง” เธอจะคัดเฉพาะดอกที่บานในระยะพอดี นำไปอบลมร้อนที่อุณหภูมิ 50-55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาสีและกลิ่นหอมเอาไว้อย่างครบถ้วน ผลิตภัณฑ์ที่สองคือ “น้ำสกัดกุหลาบ” ซึ่งสกัดจากดอกกุหลาบที่เก็บก่อน 10.00 น. เพื่อให้ได้กลิ่นหอมละมุนที่สุด
กุหลาบสด 3 กิโลกรัม สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำกุหลาบบริสุทธิ์ได้ถึง 3 ลิตร และขายได้ในราคาลิตรละ 1,000 บาท ผลิตภัณฑ์สุดท้ายคือกลุ่ม “สกินแคร์ดูแลผิว” ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคสายคลีนที่ต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแท้ๆ

ก้าวต่อไปในฐานะผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่
ปัจจุบันคุณนพเก้ามองว่าตนเองไม่ได้เป็นแค่เกษตรกรธรรมดาอีกต่อไป แต่เธอกำลังยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร แผนการในอนาคตของเธอคือการสกัดน้ำมันกุหลาบหอมระเหย ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีมูลค่าสูงมหาศาลในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางระดับโลก
สำหรับการทำการตลาด เธอใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่องราวความพิถีพิถันของกุหลาบอินทรีย์ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค เป้าหมายต่อไปของเธอคือการส่งออกผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กุหลาบอินทรีย์จากเชียงรายเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดสากล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หญิงสาวอายุ 23 ปี จากเชียงราย ถูกจับพร้อมยาไอซ์กว่า 300 กิโลกรัม
รองนายกฯ ลุยเชียงราย! เร่งซ่อมแซม “ฝายทุ่งหลวง” เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2026
เชียงราย - Chiang Rai News
อุบัติเหตุรถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะคันหนึ่งเสียหลักพลิกคว่ำ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณบ้านบาหรา ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เบื้องต้นพบว่ามีผู้ประสบเหตุทั้งหมด 8 คนและรอการช่วยเหลืออยู่ในจุดเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.42 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ศูนย์สั่งการนเรนทรเชียงรายจึงรีบประสานงานทันที โดยสั่งการให้หน่วย กู้ภัยสยามแม่สรวย เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน ทางหน่วยกู้ภัยได้จัดเตรียมรถพยาบาล 2 คัน พร้อมทีมอาสาสมัครลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- รถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย แต่โชคดีที่เป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและมีแผลถลอก
- ทีมกู้ภัยและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมมือกันส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
การประสานงานช่วยเหลือและสาเหตุของอุบัติเหตุ
เมื่อทีมกู้ภัยไปถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาได้ประสานงานกับหลายหน่วยงานเพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย การลำเลียงผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรถพยาบาลสยามแม่สรวย 003 และ 002 ช่วยนำส่งรวม 5 ราย ขณะที่รถพยาบาลโรงพยาบาลแม่สรวยและเจ้าหน้าที่จาก อบต.ท่าก๊อ ช่วยนำส่งอีก 3 ราย ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 รายมีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกายและอยู่ในอาการปลอดภัย ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลแม่สรวย เพื่อรับการตรวจร่างกายและรักษาต่อไป สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุรถคว่ำในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย-เชียงใหม่ ผนึกกำลังจัดงานท่องเที่ยวเชิงความหมาย
TANA เปิดสาขาในจังหวัดเชียงราย: ส่งเสริมงานหัตถกรรมท้องถิ่นและการออกแบบโดยชุมชน
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงราย-เชียงใหม่ ผนึกกำลังจัดงานท่องเที่ยวเชิงความหมาย
รถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย">เชียงราย – เทศบาลนครเชียงรายร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดฉากงานมหกรรมท่องเที่ยวเชิงความหมายอย่างยิ่งใหญ่ งานนี้เป็นการเชื่อมโยงสองเมืองแห่งการเรียนรู้ คือจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับชุมชน
งานดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 สถานที่จัดงานคือบริเวณสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Learning City, Knowledge Linked Tourism ซึ่งตั้งเป้าหมายหลักในการกระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก
ประเด็นสำคัญ
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 ณ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย
- มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างเชียงรายและเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
- ผู้ร่วมงานสามารถลงมือทำเวิร์กช็อปและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ถึง 6 ด้านหลัก
พิธีเปิดงานเพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเรียนรู้ เขาเชื่อว่าการพัฒนาเมืองจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียม
การนำทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดจะช่วยพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืน ด้านนายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวเสริมว่า งานนี้จะช่วยเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด การร่วมมือกับ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายต่างๆ จะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ทั้งสองจังหวัดพร้อมจับมือกันเพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า
ศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในยุคใหม่
ภายในงาน ร.ต.อ. ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 1 ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ท่านระบุว่าอนาคตของจังหวัดเชียงรายขึ้นอยู่กับพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน การเชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม ธุรกิจ และชุมชนเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
เศรษฐกิจสร้างสรรค์คือหนทางของการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว หากชุมชนสามารถนำเสน่ห์ของตนเองมาประยุกต์ใช้ จะเกิดเป็นโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ งานมหกรรมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มาแลกเปลี่ยนความคิด และเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา
กิจกรรมไฮไลต์และ 6 ด้านแห่งการเรียนรู้
ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับนิทรรศการและการสาธิตภูมิปัญญาที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อป การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน กิจกรรมทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือปฏิบัติจริงและสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ประสบการณ์การเรียนรู้ภายในงานถูกแบ่งออกเป็น 6 ด้านหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ ศิลปะ อาหาร ธรรมชาติ ศาสนา หัตถกรรม รวมถึงด้านนันทนาการและสุขภาพ ผู้เข้าชมสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมที่ตนเองสนใจ และพูดคุยสอบถามกับเจ้าขององค์ความรู้หรือปราชญ์ชาวบ้านได้โดยตรง
ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวภาคเหนือ
มหกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้เชียงรายและเชียงใหม่ การนำภูมิปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว จะช่วยให้ชุมชนและผู้ประกอบการเติบโตไปพร้อมๆ กัน ควบคู่ไปกับการรักษาเอกลักษณ์อันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป
ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพราะทุกการเดินทางของคุณ ไม่เพียงแต่สร้างความทรงจำที่ดี แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
รถกระบะชนกันที่เชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย">เชียงราย – สังคมไทยยังมีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้ชื่นชมกันเสมอในทุกวัน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หญิงพลเมืองดีท่านหนึ่งได้ทำความดีครั้งใหญ่ด้วยการเก็บกระเป๋าเงินได้ ภายในกระเป๋านั้นมีเงินสดมูลค่าสูงถึง 300,000 บาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ที่ยังมีอยู่ในสังคมของเราอย่างแท้จริง
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ ได้เดินผ่านบริเวณหน้าซอยเทศบาล 23 ตำบลเมืองพาน เธอสังเกตเห็นกระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่บนพื้นจึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเปิดดูก็ต้องตกใจเพราะพบว่ามีเงินสดจำนวนมากอยู่ข้างใน เธอไม่รอช้าและตัดสินใจนำกระเป๋าใบนี้ไปส่งมอบให้ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพาน ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป
สรุปประเด็นสำคัญ:
- พลเมืองดีพบเงินสด: นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ เก็บเงินสด 300,000 บาทได้ที่ซอยเทศบาล 23 อำเภอพาน
- ส่งมอบให้ตำรวจทันที: เธอรีบนำเงินทั้งหมดไปมอบให้ สภ.พาน เพื่อประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
- เจ้าของรับคืนใน 1 ชั่วโมง: นายบุญนัก ตันติ๊บ ติดต่อขอรับทรัพย์สินคืนอย่างรวดเร็ว โดยเงินยังอยู่ครบทุกบาท
ส่งมอบทรัพย์สินคืนครบทุกบาทภายใน 1 ชั่วโมง
หลังจากที่พลเมืองดีเข้าแจ้งความได้เพียงไม่นาน เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกันนั้นเอง นายบุญนัก ตันติ๊บ ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าตัวจริง ได้เดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนที่โรงพักด้วยอาการร้อนใจ เขาเล่าว่ารู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเงินหายไปโดยไม่รู้ตัว แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความหวังว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนกลับมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนของนายบุญนักให้แน่ชัด ผลการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในกระเป๋าและเงินสดทั้งหมด 300,000 บาทนั้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดสูญหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของเงินรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจในความดีของนางสาวดาวรุ่งเป็นอย่างมาก
การกระทำที่น่ายกย่องของนางสาวดาวรุ่งในครั้งนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไปในพื้นที่อย่างล้นหลาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตจากใจจริง การไม่คิดเอาของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม
เรื่องราวสุดประทับใจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าของเงินรอดพ้นจากความเดือดร้อน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมอยากทำความดีต่อไป ข่าวที่สร้างรอยยิ้มแบบนี้จึงสมควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง เพื่อยกย่องคนดีและสร้างแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนในประเทศต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย
-
สภาพอากาศ - Weather7 days ago
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

