ข่าวอาชญากรรม - Crime
แร็ปเปอร์ชาวอังกฤษ-ไทยดาวรุ่ง ‘Young J’ ถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่า
อุดรธานี – หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจอุดรธานีรวบตัวแร็ปเปอร์ดัง “Young J” พร้อมพวกร่วมกันพยายามฆ่า หลังก่อเหตุระทึกบุกยิงบ้านอดีตเพื่อนรัก เจ้าตัวสารภาพทำไปเพราะความแค้น เผยตรรกะสุดอึ้ง “เป็นแร็ปเปอร์ติดคุกแล้วจะยิ่งดัง”
เจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีบุกจับกุมศิลปินแร็ปเปอร์หนุ่มชื่อดัง “Young J” หรือ “ยังเจ” พร้อมพรรคพวกในข้อหาหนัก “ร่วมกันพยายามฆ่า” หลังจากที่เขาก่อเหตุอุกอาจพกอาวุธปืนบุกไปยิงข่มขู่ที่หน้าห้องพักของอดีตเพื่อนสนิท ผู้ต้องหาสารภาพว่าทำไปเพราะความแค้นสะสม พร้อมเผยค่านิยมที่สร้างความตกตะลึงให้แก่สังคมว่า การติดคุกจะยิ่งทำให้แร็ปเปอร์มีชื่อเสียงมากขึ้น
เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ไทยรัฐออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี นำโดย พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายทีเจ โรเบิร์ต หรือ “ยังเจ” อายุ 22 ปี แร็ปเปอร์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เจ้าของเพลงฮิต “ซ้ำรอย” ที่มียอดวิวสูงถึง 11 ล้านวิว โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ขณะที่ผู้ต้องหากำลังเปิดเพลงแร็ปเสียงดังลั่นห้อง
2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HCShbGbwL0MoDMconmgVN4g2jtEniOxtFQHXC7Qm3nKXCFSTY3.webp" alt="แร็ปเปอร์ชาวอังกฤษ-ไทยดาวรุ่ง 'Young J' ถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่า" width="1280" height="720" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HCShbGbwL0MoDMconmgVN4g2jtEniOxtFQHXC7Qm3nKXCFSTY3.webp?w=1280&ssl=1 1280w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HCShbGbwL0MoDMconmgVN4g2jtEniOxtFQHXC7Qm3nKXCFSTY3.webp?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HCShbGbwL0MoDMconmgVN4g2jtEniOxtFQHXC7Qm3nKXCFSTY3.webp?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HCShbGbwL0MoDMconmgVN4g2jtEniOxtFQHXC7Qm3nKXCFSTY3.webp?resize=768%2C432&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ไทม์ไลน์คืนวันเกิดเหตุระทึก
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.15 น. โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้:
- บุกถึงที่พัก: ยังเจ พร้อมด้วยเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คน คือ นายณัฐวุฒิ อายุ 22 ปี และ นายป๊อบอาย เยาวชนอายุ 16 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามไปที่ห้องเช่าของ นายธนากร หรือ “โอม” ผู้เสียหาย
- ตะโกนท้าทาย: เมื่อถึงหน้าห้อง ยังเจได้ลงจากรถและตะโกนเรียกชื่อโอมหลายครั้งเพื่อให้ออกมาเผชิญหน้า แต่ผู้เสียหายเลือกที่จะล็อคประตูเงียบ
- ลั่นไกปืน: เมื่ออีกฝ่ายไม่ออกมา นายป๊อบอายได้ใช้ปืนแบลงค์กันดัดแปลง ยิงใส่ผนังห้องจำนวน 1 นัด และพยายามจะยิงนัดที่ 2 แต่โชคดีที่ปืนเกิดขัดลำกล้องเสียก่อน
- ทิ้งหลักฐานมัดตัว: หลังจากก่อเหตุ ทั้งสามคนได้พากันหลบหนี อย่างไรก็ตาม กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเจยังได้นำคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียด้วยตนเอง ทำให้ตำรวจติดตามสืบสวนได้อย่างรวดเร็ว
เปิดปมแค้น: จากเพื่อนรักสู่ความบาดหมาง
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ปมความขัดแย้งนี้เป็นการสะสมความบาดหมางมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักดังนี้:
- ปัญหาความอิจฉาและชื่อเสียง: ยังเจและโอมเคยเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมและทำเพลงแร็ปร่วมกัน แต่เมื่อยังเจเริ่มมีชื่อเสียงมากกว่า จึงเกิดความไม่พอใจและมีปากเสียงกันเรื่องผลงาน
- ปัญหารักสามเส้า: ฟางเส้นสุดท้ายคือการที่ยังเจไปมีความสัมพันธ์กับอดีตแฟนสาวของโอม ส่งผลให้โอมรู้สึกเสียหน้าและประกาศตัดเพื่อนอย่างเด็ดขาด
- เหตุปาระเบิด: ยังเจให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้โอมเคยนำระเบิดปิงปองมาปาใส่ตนเอง แต่ระเบิดไม่ทำงาน ซึ่งตนไม่ได้ไปแจ้งความ แต่เลือกที่จะเก็บความแค้นไว้และไปหาซื้อปืนดัดแปลงในราคา 22,000 บาท เพื่อมาก่อเหตุล้างแค้น
ค่านิยมผิดเพี้ยนและพฤติกรรมสุดช็อก
คดีนี้น่าตกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ได้เปิดเผยว่า ยังเจมีความเชื่อและค่านิยมที่ผิดเพี้ยน โดยเชื่อว่า “หากเป็นแร็ปเปอร์แล้วติดคุก เมื่อพ้นโทษออกมาจะมีชื่อเสียงโด่งดังมากขึ้น” ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ในระหว่างการสอบสวน ตำรวจยังพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมใช้สารเสพติดที่น่ากังวล ยังเจยอมรับว่ามักจะเสพยาเสพติดสูตรที่ผสมขึ้นเอง ซึ่งประกอบด้วย ยาอี ยาเค กัญชา ยาแก้ซึมเศร้า ยาแก้อักเสบ และดมแก๊สไนโตรเจน โดยอ้างว่าทำไปเพื่อสร้างอารมณ์ศิลปินให้แต่งเพลงได้ลื่นไหล เจ้าหน้าที่ได้เตือนอย่างหนักว่าพฤติกรรมดังกล่าวอันตรายต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเองก็ยอมรับว่าตนมีบัตรผู้ป่วยจิตเวช และเคยก่อเหตุอาละวาดจนต้องเข้ารับการบำบัดมาก่อน
ระหว่างที่ตำรวจควบคุมตัวยังเจและนายณัฐวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ สถานที่เกิดเหตุ ยังเจแสดงอาการหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด โดยกล่าวหาว่านายโอมแอบเปิดประตูออกมาถ่ายรูปเพื่อฟ้องตำรวจ อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงคือเจ้าหน้าที่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยย้ายนายโอมไปพักที่ห้องของพี่สาวซึ่งอยู่ห่างออกไปอย่างปลอดภัยแล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มทำแผน
บทสรุปและการดำเนินคดี
ท้ายที่สุด คดีนี้ไม่ได้จบลงด้วยความโด่งดังอย่างที่ผู้ต้องหาคาดหวัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนัก 4 กระทง ได้แก่:
- ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
- ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และพกพาไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
- ร่วมกันยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ
- เสพยาเสพติดประเภท 5 โดยผิดกฎหมาย
แม้ในตอนแรกยังเจจะดูไม่เครียด โดยอ้างว่าตนไม่ใช่คนลั่นไก แต่เมื่อถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่า” เจ้าตัวก็ยอมรับว่ามีความเครียดอย่างหนัก ทางด้านผู้เสียหายเปิดใจว่ารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้กับสังคม ว่าการใช้ความรุนแรง ยาเสพติด และการทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่เส้นทางสู่ความสำเร็จที่แท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สิ้นลาย “อดีตเจ้าอาวาส” ยักยอกเงินกฐิน 4 แสน หนีกระเจิงปีก่อน ชะตาขาดบุกรวบคาร้านเหล้า!
นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เปิดโปง “Rose Rose” หญิงลึกลับจากเชียงราย ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – วงการค้ายาเสพติดข้ามชาติกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังจากเกิดคดีดังที่อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือแอร์โฮสเตส ถูกจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีน การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนำไปสู่การเปิดเผยตัวตนของบุคคลลึกลับที่ใช้ชื่อแฝงในโลกออนไลน์ว่า “Rose Rose”
จากการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพบว่า ตัวจริงของบัญชีลึกลับนี้คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุชัดเจนว่าเธอไม่ใช่อาชญากรธรรมดา แต่มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดระดับมหึมาในแถบชายแดน
ประเด็นสำคัญ
- ตัวตนที่แท้จริง: “Rose Rose” คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวจากอำเภอแม่สรวย ผู้ใช้ซิมการ์ดของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อติดต่อหาเหยื่อมารับจ้างหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศ
- เครือข่ายครอบครัวสายสีเทา: สามีของเธอถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด และเธอยังเป็นน้องสะใภ้ของนายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งเป็นลูกเขยของผู้นำกองกำลังมูเซอ
- การหลบหนีล่าสุด: หลังจากผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม น.ส.จันทราได้ตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย เพื่อไปกบดานอยู่กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในฝั่งเมียนมา
ประวัติส่วนตัวของ น.ส.จันทรา ถือว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างลึกซึ้ง สามีของเธอคือนายวีรวัฒน์ หรือ ติ๊ก ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีข้อหาสมคบค้ายาเสพติดและถูกยึดทรัพย์สินจำนวนมากในช่วงปี 2558 ถึง 2559 โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในจังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ นายวีรวัฒน์สามีของเทยังมีฐานะเป็นน้องชายของ นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่ทางการไทยต้องการตัวและหลบหนีหมายจับมานานกว่า 10 ปี ที่น่ากลัวกว่านั้นคือนายวีระมีสถานะเป็นลูกเขยของ พันเอกจะลอโบ่ ผู้นำกองกำลังชาวมูเซอในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เครือข่ายนี้จึงสามารถลักลอบนำเข้ายาบ้าและเฮโรอีนเข้ามาตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่องตามรายงานข่าวของ คมชัดลึก
กลอุบายล่าเหยื่อแอร์สาวและการหลบหนีข้ามฝั่ง
ในการทำงานค้ายาเสพติด น.ส.จันทราจะทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อที่มีโปรไฟล์ดีผ่านทางแอปพลิเคชันเมสเซนเจอร์ โดยเธอจงใจเลือกอดีตแอร์โฮสเตสและลูกสาวให้มารับงานหิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย วิธีการพรางตัวของเธอคือการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนด้วยชื่อของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยมาถึงตัวเธอได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เครือข่ายผู้จ้างวานและนายหน้าอย่าง “รินริน” หรือนายเอกวิทย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. จับกุมตัวได้และให้การซัดทอดว่า น.ส.จันทราคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทำให้เธอไหวตัวทันและตัดสินใจเดินทางหลบหนีออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแดนไปกบดานอยู่กับนายวีระภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังติดอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดรถบรรทุกพ่วงบรรทุกยาไอซ์ 300 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกค้นเป้าหมายสำคัญในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเยาวชน
เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจสอบบ้านพักจำนวน 2 หลังภายในซอยเพชรเกษม 63 ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ประเด็นสำคัญ
- การจับกุมเครือข่ายใหญ่: ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน 2 หลังในย่านบางแค พร้อมรวบตัวผู้ค้ารายใหญ่ได้ 2 ราย
- ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล: ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 50,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีก 4.8 ล้านบาท
- จุดเสี่ยงใกล้ชุมชน: แหล่งกระจายสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุด
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำทีมโดย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจาก บก.สอท.2 อย่างเต็มกำลัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ น.ส.สุมาพร วัย 40 ปี และนายพีรพล แฟนหนุ่มวัย 28 ปี ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
จุดแรกที่เจ้าหน้าที่บุกค้น ถูกใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและสถานที่แพ็คของเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ต้องหา ที่นี่เองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวนกว่า 4.8 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเงินหมุนเวียนจากการทำธุรกิจสีเทานี้
นอกจากเงินสดแล้ว ยังพบเครื่องพอทและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเติม รวมของกลางทั้งหมดกว่า 50,000 ชิ้น สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้จาก ข่าวต้นฉบับของไทยรัฐ
ขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยสู่ระดับหัวจ่าย
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของชุดสืบสวนไซเบอร์ ตำรวจเริ่มต้นจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ก่อนจะแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็ทราบถึงแหล่งกบดานของเอเย่นต์รายใหญ่นี้
ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า สินค้าบางส่วนถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางส่วนเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับที่เคยถูกทลายไปก่อนหน้านี้ การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของขบวนการ
พล.ต.ท.นิรันดร เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสถานที่เก็บสินค้าอยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เยาวชนจะเข้าถึงสิ่งเสพติดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
บทลงโทษและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ การช่วยซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน
ข้อหาดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามขาย หรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะไม่หยุดการกวาดล้างเพียงเท่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังคงลอยนวลอยู่ ปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยากขึ้นหากขาดกฎหมายที่เข้มงวด
การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการซื้อขาย เพื่อทำลายวงจรธุรกิจนี้ให้สิ้นซาก
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยไร้ควันพิษสำหรับอนาคตของชาติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย
ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดช็อกสะเทือนวงการการศึกษาไทยได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจนครปฐมบุกจับกุมครูสอนคณิตศาสตร์ชื่อดังดีกรีระดับ “ด็อกเตอร์” หลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ชายหลายราย ผู้ก่อเหตุใช้ความน่าเชื่อถือในฐานะครูหลอกล่อเหยื่อ ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อใช้ข่มขู่เด็ก ไม่ให้กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร คดีนี้สร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพและไว้วางใจ
เรื่องราวสุดสลดนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กชายวัย 14 ปี สังเกตเห็นลูกชายมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ เมื่อพาไปพบแพทย์จึงทราบความจริงสุดช็อกว่าเด็กมีอาการอักเสบที่อวัยวะเพศ ในที่สุดเด็กยอมสารภาพด้วยความหวาดกลัวว่า ถูกครูสอนพิเศษคนนี้ล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 7 เดือนเต็ม
ประเด็นสำคัญ
- จับกุมครูดัง: ตำรวจรวบตัวครูคณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอก ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี พบผู้เสียหายแล้วมากกว่า 20 ราย
- ยึดคลิปแบล็กเมล์: เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานสำคัญ เป็นคลิปวิดีโอแบล็กเมล์เหยื่อในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มากกว่า 500 คลิป
- ขยายผลจับกุม: ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อดูว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ พร้อมเตือนพ่อแม่ให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด
ผู้ต้องหารายนี้คือ “นายเอก” (นามสมมติ) เป็นครูประจำชั้นระดับประถมศึกษาที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครปฐม เขาอาศัยความไว้วางใจจากพ่อแม่ที่จ้างไปสอนพิเศษที่บ้าน แต่กลับใช้โอกาสนี้ทำร้ายลูกศิษย์ของตนเอง เด็กชายผู้เสียหายให้การว่า เขาถูกล่วงละเมิดซ้ำๆ ถึง 22 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยไม่กล้าขัดขืน
ทุกครั้งที่ลงมือ ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เสมอ จากนั้นจะใช้คลิปเหล่านั้นข่มขู่เด็ก เขาขู่ว่าหากนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่ เขาจะปล่อยคลิปประจานให้อับอายกันทั้งหมด คำขู่ร้ายแรงเหล่านี้ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก เด็กบางรายถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ตำรวจพบหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เป็นคลิปในมือถือกว่า 500 คลิป ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้
การจับกุมและการสืบสวนของตำรวจ
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ TICAC จนสามารถขอศาลออกหมายจับได้สำเร็จ การเข้าจับกุมผู้ต้องหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านพักในจังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่มาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัล ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ก่อนปี 2560 ปัจจุบันมีเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ตกเป็นเหยื่อแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่ามีการนำคลิปเหล่านี้ไปเผยแพร่หรือขายต่อบนโลกออนไลน์หรือไม่ หากพบว่ามีการซื้อขายสื่อลามกอนาจารเด็กจริง ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญหน้ากับข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มเติมอย่างแน่นอน
บทลงโทษและคำเตือนถึงผู้ปกครอง
ความผิดในคดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและยอมความไม่ได้ การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากตำรวจพบว่ามีการส่งต่อหรือขายคลิปเพื่อแสวงหาผลกำไร โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุก 7 ปี ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจนครปฐม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดที่สุด เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อ
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ปกครองทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจรับฟังปัญหาของบุตรหลาน หากเด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป พ่อแม่ควรเข้าไปพูดคุยด้วยความรักและความเข้าใจ นอกจากนี้ ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องการใช้โทรศัพท์มือถือและสื่อออนไลน์ของเด็กด้วย เพราะอาชญากรรมมักแฝงตัวมากับเทคโนโลยีที่เด็กๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน
แนวทางการป้องกันในอนาคต
คดีสะเทือนขวัญคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในเรื่องความปลอดภัยของเด็ก แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวอย่างในบ้าน และอยู่กับครูที่ดูน่าเชื่อถือ ผู้ปกครองจึงต้องมีความตื่นตัวและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา การสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับเด็กๆ คือความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและการสื่อสารที่เปิดกว้างภายในครอบครัว
ตำรวจคาดว่าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติมที่ยังหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสแบบเป็นความลับ เพื่อปกป้องสภาพจิตใจของเด็กและชื่อเสียงของครอบครัว ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันสอดส่องดูแล เพื่อกวาดล้างอาชญากรที่แฝงตัวมาในคราบของนักการศึกษาให้หมดไปอย่างถาวร
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูคนหนึ่งถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 12 ปี
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าคัดเลือกครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอใหญ่มหาจักรี ครั้งที่ 7
-
ข่าวธุรกิจ Business7 days ago
ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม






