Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจกำลังค้นหาเบาะแสหลังพบกะโหลกศีรษะหญิงสาวในป่า

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจกำลังค้นหาเบาะแสหลังพบกะโหลกศีรษะหญิงสาวในป่า

ลำปาง – เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เมื่อมีคนเข้าไปหาของป่าแล้วบังเอิญพบกะโหลกศีรษะของมนุษย์ซ่อนอยู่ในป่าลึก บริเวณริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และพบว่ากะโหลกนี้เป็นของผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุพลัดตกเขาจนเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งปี นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาคำตอบว่าเธอคือใคร และส่งร่างกลับคืนสู่ครอบครัว

จุดเริ่มต้นของการค้นพบกะโหลกปริศนา

เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณยายลี หญิงวัย 60 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านจากตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ได้เดินทางเข้าไปในป่าบริเวณ “ดอยผากิ่ง” ใกล้กับหมู่บ้านวังเงิน เพื่อหาของป่าตามปกติเหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่สิ่งที่เธอพบในวันนั้นกลับไม่ใช่เห็ดป่าหรือหน่อไม้ เพราะในระหว่างที่กำลังเดินลัดเลาะหาของป่าอยู่นั้น เธอได้พบกับกะโหลกศีรษะที่มีรูปร่างเหมือนของมนุษย์ตกอยู่บนพื้นดินกลางป่าทึบ

เมื่อเห็นดังนั้น คุณยายลีจึงตกใจสุดขีดและรีบเดินทางออกจากป่าเพื่อไปแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรทุ่งฝาย นำโดย พ.ต.ต.ยน เตชะลือ จึงได้ประสานงานกับทีมสืบสวนและเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

จุดที่พบกะโหลกนั้นตั้งอยู่ในป่าทึบ ห่างจากถนนสายหลัก ลำปาง-แจ้ห่ม (ช่วงกิโลเมตรที่ 23-24 ฝั่งขาล่อง) ลึกเข้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 เมตร ซึ่งสภาพพื้นที่โดยรอบเป็นภูเขาสูงชัน มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และมีโขดหินน้อยใหญ่จำนวนมาก ทำให้การเดินเท้าเข้าไปทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก

กะโหลกปริศนา, คนหายลำปาง, <a href= อาชญากรรม">ข่าวอาชญากรรมลำปาง, ดอยผากิ่ง, ศพไม่มีชื่อ, ตำรวจภูธรทุ่งฝาย, อุบัติเหตุตกเขา, หาของป่า" width="1024" height="579" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/4-4.jpeg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/4-4-300x170.jpeg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/4-4-768x434.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />

หลักฐานสำคัญที่พบในที่เกิดเหตุ

เมื่อตำรวจและเจ้าหน้าที่ไปถึง พวกเขาได้ทำการค้นหาในพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด และพบสิ่งของหลายอย่างที่คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต ซึ่งของใช้ส่วนตัวเหล่านี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ตำรวจตามหาญาติได้ง่ายขึ้น โดยหลักฐานทั้งหมดที่พบประกอบไปด้วย:

  • กะโหลกศีรษะมนุษย์ จำนวน 1 ชิ้น
  • ฟันมนุษย์ จำนวน 2 ซี่ (จุดที่น่าสนใจคือมี 1 ซี่ที่มีรอยอุดฟัน ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจตรวจสอบประวัติการทำฟันได้)
  • เส้นผม จำนวนหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้กับบริเวณกะโหลก
  • พระเครื่อง เป็นเหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก จำนวน 1 เหรียญ พร้อมกับที่หนีบเสื้อ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่คนในพื้นที่เคารพนับถือ
  • นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ SPORT WEI-DASH สีเขียว จำนวน 1 เรือน สภาพยังคงมองเห็นยี่ห้อชัดเจน
  • รองเท้าแตะ แบบมีสายรัด ยี่ห้อ NONI SPORT ซึ่งเป็นรองเท้าที่คนมักใส่เดินเล่นทั่วไป

ตำรวจเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้น

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นำกะโหลกและหลักฐานทั้งหมดกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นออกมาระบุว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 25 ถึง 40 ปี และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรอยแตกร้าวบนกะโหลกศีรษะ แต่รอยร้าวนี้ไม่ได้มีลักษณะของการถูกคนอื่นทำร้ายหรือถูกทุบตีแต่อย่างใด ตำรวจจึงคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเดินเข้ามาในป่าแล้วเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มพลัดตกลงมาจากที่สูง ทำให้ศีรษะไปกระแทกเข้ากับก้อนหินด้านล่างอย่างแรงจนเสียชีวิต เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นหน้าผาชันและเต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่จำนวนมาก

กะโหลกปริศนา, คนหายลำปาง, ข่าวอาชญากรรมลำปาง, ดอยผากิ่ง, ศพไม่มีชื่อ, ตำรวจภูธรทุ่งฝาย, อุบัติเหตุตกเขา, หาของป่า

ประกาศตามหาญาติและบุคคลสูญหาย

ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตคือใคร จึงได้ส่งข้อมูลและรูปพรรณสัณฐานของสิ่งของต่างๆ ไปแจ้งยังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด เพื่อให้ช่วยตรวจสอบประวัติย้อนหลังดูว่า มีใครเคยมาแจ้งความเรื่องผู้หญิงหายตัวไปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่

ทางตำรวจขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน หากใครมีคนรู้จัก ญาติพี่น้องที่เป็นผู้หญิงหายตัวไป และมีข้าวของเครื่องใช้ตรงกับหลักฐานที่พบ (เช่น นาฬิกาสีเขียว หรือเหรียญหลวงพ่อเกษม) สามารถติดต่อไปได้ที่ สถานีตำรวจภูธรทุ่งฝาย เบอร์โทรศัพท์ 054-825592 เพื่อให้ข้อมูลและร่วมกันตรวจสอบตัวตนต่อไป

กะโหลกปริศนา, คนหายลำปาง, ข่าวอาชญากรรมลำปาง, ดอยผากิ่ง, ศพไม่มีชื่อ, ตำรวจภูธรทุ่งฝาย, อุบัติเหตุตกเขา, หาของป่า

ข้อควรระวังในการเดินป่าเพื่อความปลอดภัย

จากเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นว่าการเดินเข้าไปในป่า ไม่ว่าจะเป็นการหาของป่าหรือเดินเที่ยวชมธรรมชาติ ล้วนมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง เราควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการไปคนเดียว: ควรมีเพื่อนร่วมทางหรือคนนำทางที่รู้จักพื้นที่ไปด้วยเสมอ
  • แจ้งคนใกล้ชิด: บอกคนในครอบครัวหรือเพื่อนทุกครั้งว่าจะไปที่ไหน และคาดว่าจะกลับเวลาใด เพื่อให้ตามหาได้ถูกจุดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • สวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสม: ควรใส่รองเท้าที่รัดกุม เดินสบาย และมีพื้นยางที่กันลื่นได้ดี
  • เดินอย่างระมัดระวัง: สังเกตเส้นทางให้ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นโขดหินลื่น หรือเป็นหน้าผาชัน
  • พกอุปกรณ์ที่จำเป็น: เช่น น้ำดื่ม ไฟฉาย นกหวีด และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม

หากคุณต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวเหตุการณ์นี้ สามารถเข้าไปดูแหล่งที่มาโดยตรงได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online)

ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท

ด่วน! ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งบัญชีม้าเชียงราย รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีหลอกลงทุน สูญเงินเฉียด 3 ล้านบาท

 

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

เชียงราย – เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศเมียนมาบุกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในเขตตัวเมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบผลิตยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว การเข้าตรวจค้นอย่างรวดเร็วทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด

ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาจำนวนสองคน เป็นชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน ทราบชื่อคือ นาย Sai Ngin อายุ 31 ปี และนางสาว Ma Nan San Fong อายุ 29 ปี ทั้งสองคนถูกพบตัวอยู่ภายในบ้านพร้อมกับของกลางจำนวนมากที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทางการในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ: ตำรวจเมียนมาบุกค้นบ้านในท่าขี้เหล็กเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หลังพบข้อมูลการผลิตยาเสพติด
  • การจับกุมและยึดของกลาง: รวบตัวนาย Sai Ngin และนางสาว Ma Nan San Fong พร้อมสารตั้งต้นมูลค่ามหาศาล
  • เป้าหมายต่อไป: เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

รายละเอียดของกลางมูลค่ามหาศาล

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการที่มีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะน้ำมันคีตามีนในแกลลอนรวมกว่า 26.15 ลิตร ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึง 7.845 พันล้านจัต นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด มูลค่า 80,000 จัต และผงคีตามีนอีก 30 กรัม มูลค่า 270,000 จัต

สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ยังพบโรลออนระงับกลิ่นกายปริมาณ 9 ลิตร มูลค่า 45,000 จัต และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ซึ่งคาดว่าถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการผลิตและติดต่อซื้อขายยาเสพติด ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตบตาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มผู้กระทำผิด

สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติดเมียนมา หรือ CCDAC Myanmar ได้เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด ทางหน่วยงานได้ตั้งข้อหาหนักเกี่ยวกับคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขยายผลการสืบสวน เป้าหมายสำคัญคือการหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

เชียงราย – ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหน่วยงานรัฐได้เร่งปราบปรามอย่างหนักเพื่อตัดตอนขบวนการเหล่านี้ สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย ปปส.ภาค 1 ได้เปิดปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น

ปฏิบัติการนี้อยู่ภายใต้การนำของ นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 1 เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันช่วยให้สามารถแกะรอยและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้รวมกว่า 1.16 ล้านเม็ด ที่ลักลอบซุกซ่อนมาในถังน้ำมันพลาสติก
  • จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการรับ ลำเลียง และกระจายยาเสพติด
  • อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 1.83 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรการเงินของเครือข่าย

การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานด้านข่าวกรองและการสืบสวนที่รัดกุม เมื่อวันที่ 13 และ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจค้นคลังพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในพัสดุที่เตรียมจัดส่ง พวกเขาพบยาบ้าจำนวนถึง 500,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกยัดไว้ในถังน้ำมันพลาสติกจำนวน 5 ถังเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

การค้นพบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานทันที หลังจากนั้น พวกเขาได้วางแผนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้รับปลายทางต่อไป

การใช้วิธีส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชนเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดมักปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็มีการปรับแผนและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นกัน

<a href= ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก" width="1000" height="1172" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1.jpg 1000w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1-256x300.jpg 256w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1-874x1024.jpg 874w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1-768x900.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />

 

ขยายผลจับกุมและทลายแหล่งพักยาเสพติด

หลังจากยึดของกลางล็อตแรกได้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาต่อมา ปปส.ภาค 1 ได้ประสานงานกับตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังผสมได้บุกเข้าจับกุมเป้าหมายตามที่ได้สืบสวนไว้

ปฏิบัติการนี้นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ผู้ต้องหาเหล่านี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับและลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้ พวกเขายังทำหน้าที่พักเก็บและเตรียมกระจายยาบ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย

เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นฐานปฏิบัติการ บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแกะและแยกยาบ้าออกจากถังน้ำมัน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีกถึง 661,000 เม็ด

รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จากปฏิบัติการทั้งสองจุดเป็นจำนวนมหาศาล ยาบ้าที่ถูกยึดได้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,161,000 เม็ด การยึดยาเสพติดจำนวนนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายลงสู่ชุมชนและเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

ตัดท่อน้ำเลี้ยง ทลายวงจรการเงินเครือข่าย

นอกจากการจับกุมและยึดยาเสพติดแล้ว การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กฎหมายนี้มุ่งเน้นการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อการค้าและผู้ที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม

ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ตรวจสอบประกอบด้วยยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ตู้ฮุนได รุ่น H1 สีดำ อีก 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,830,000 บาท

การยึดทรัพย์สินเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม การดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจะช่วยตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากใครพบเห็นเบาะแสหรือได้รับความเดือดร้อนจากยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ประชาชนสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สายด่วนนี้เป็นที่พึ่งสำหรับทุกปัญหายาเสพติดในชุมชน ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากล เราต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

Naree Srisuk

Published

on

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อหนุ่มพิการอาชีพขายลอตเตอรี่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายเอง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุลงมืออย่างโหดเหี้ยมเพื่อล้างหนี้เพียงเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ นำไปสู่การจับกุมนายเอก อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าลงมือฆ่านายทัตธพงษ์ อายุ 45 ปี ผู้พิการขายลอตเตอรี่ โดยอ้างว่าบันดาลโทสะจากการถูกทวงหนี้ค่าหวย

ประเด็นสำคัญ

  • เพื่อนสนิทรับสารภาพ: นายเอกยอมรับว่าฆ่าเพื่อนสนิทที่เป็นผู้พิการ เพื่อล้างหนี้สินค่าหวยจำนวน 5,000 บาท
  • ซ่อนเร้นอำพรางศพ: ผู้ก่อเหตุนำร่างผู้เสียชีวิตยัดใส่กระสอบปุ๋ย ก่อนนำไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อปิดบังความผิด
  • ตำรวจเร่งสอบสวนปมชิงทรัพย์: เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ตายอาจมีเงินสดติดตัวกว่า 30,000 บาท

การหายตัวไปและการค้นหา

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ญาติได้เข้าแจ้งความว่าผู้ตายหายตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ แผงลอตเตอรี่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ร่วมกันระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ในช่วงแรก การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากและเต็มไปด้วยความหวังที่จะพบเขายังมีชีวิตอยู่

จุดเปลี่ยนของคดีนี้มาจากการทำงานอย่างหนักของฝ่ายสืบสวน ซึ่งได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย ตำรวจจึงตัดสินใจเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำอย่างละเอียด จนกระทั่งเขายอมเปิดปากรับสารภาพในที่สุด

ปมสังหารโหดล้างหนี้หวย

ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่เงินเชื่อจากผู้ตายจนเป็นหนี้สะสมถึง 10,000 บาท เขาได้จ่ายคืนไปแล้วครึ่งหนึ่ง จึงเหลือหนี้ค้างชำระอีกเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ในวันเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้นัดพบกันเพื่อพูดคุยเรื่องการชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว

นายเอกอ้างว่าตนเองดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา เมื่อพบกันที่บริเวณทางเข้าสวนยางพารา ทั้งสองคนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ตายได้ขู่ว่าจะไปทวงเงินจากภรรยาและแม่ยายของผู้ก่อเหตุ คำพูดนี้ทำให้นายเอกเกิดความโมโหสุดขีด จึงลงมือบีบคอผู้ตายจนล้มลงกับพื้น

หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้ฟาดซ้ำที่ร่างของผู้ตายจนแน่นิ่งไป เมื่อตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว เขาจึงลากร่างไร้วิญญาณเข้าไปซ่อนในสวนยางพารา จากนั้นได้ไปหากระสอบปุ๋ยมาใส่ศพ แล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อหวังจะทำลายหลักฐาน

ปฏิบัติการค้นพบร่างผู้เสียชีวิต

หลังจากการรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุและจุดทิ้งศพทันที เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หน้ากากอนามัย และท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ในสวนยางพารา นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกถอดป้ายทะเบียนไปซ่อนไว้ที่ห้างนาของยายผู้ต้องหาอีกด้วย ตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ในส่วนของการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำน่านอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็ได้รับแจ้งว่าพบศพถูกบรรจุในกระสอบ ลอยไปติดกิ่งไม้ที่บริเวณบ้านดอนแก่ง ตำบลตาลชุม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งศพไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร

สภาพศพเมื่อถูกพบนั้นเริ่มขึ้นอืด โดยมีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้ถูกมัดไว้แน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงกู้ร่างขึ้นมาและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ

แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ทางตำรวจยังคงตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น ญาติของผู้ตายระบุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายอาจพกเงินสดติดตัวไปมากกว่า 30,000 บาท เนื่องจากเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คดีนี้อาจมีแรงจูงใจอื่นซ่อนเร้นอยู่

เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเคยให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับจุดทิ้งศพ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาไปงมหาในสระน้ำถึง 4 แห่ง ก่อนที่เขาจะยอมรับความจริงในภายหลัง

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากปัญหาหนี้สินเพียงเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างถึงที่สุด ครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงอยู่ในความโศกเศร้าและหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

พาเที่ยวงาน Freedom 250 อเมริกันแฟร์ เชียงใหม่ สุดยิ่งใหญ่
เชียงใหม่ - Chiang Mai12 hours ago

งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
ข่าวอาชญากรรม - Crime12 hours ago

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ข่าวอาชญากรรม - Crime13 hours ago

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

AIS ได้เผยแพร่ "รายงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ปี 2026" แล้ว
เทคโนโลยี - Tech13 hours ago

AIS ได้เผยแพร่ “รายงานข่าวความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยประจำปี 2026” แล้ว

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
เชียงใหม่ - Chiang Mai1 day ago

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด

กระบะคนงาน 12 ชีวิต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า แม่จัน เจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
ข่าวกีฬา Sports2 days ago

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

โออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่

สลด! น้ำป่าพัดหญิงวัย 54 ปีดับ พบศพห่าง 5 กม. ที่แม่สรวย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบศพหญิงอายุ 54 ปี จากเชียงราย ที่ถูกกระแสน้ำท่วมฉับพลันพัดพาไปแล้ว

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance2 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

Download Our App

Trending