ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจกำลังค้นหาเบาะแสหลังพบกะโหลกศีรษะหญิงสาวในป่า
ลำปาง – เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เมื่อมีคนเข้าไปหาของป่าแล้วบังเอิญพบกะโหลกศีรษะของมนุษย์ซ่อนอยู่ในป่าลึก บริเวณริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และพบว่ากะโหลกนี้เป็นของผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุพลัดตกเขาจนเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งปี นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาคำตอบว่าเธอคือใคร และส่งร่างกลับคืนสู่ครอบครัว
จุดเริ่มต้นของการค้นพบกะโหลกปริศนา
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณยายลี หญิงวัย 60 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านจากตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ได้เดินทางเข้าไปในป่าบริเวณ “ดอยผากิ่ง” ใกล้กับหมู่บ้านวังเงิน เพื่อหาของป่าตามปกติเหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่สิ่งที่เธอพบในวันนั้นกลับไม่ใช่เห็ดป่าหรือหน่อไม้ เพราะในระหว่างที่กำลังเดินลัดเลาะหาของป่าอยู่นั้น เธอได้พบกับกะโหลกศีรษะที่มีรูปร่างเหมือนของมนุษย์ตกอยู่บนพื้นดินกลางป่าทึบ
เมื่อเห็นดังนั้น คุณยายลีจึงตกใจสุดขีดและรีบเดินทางออกจากป่าเพื่อไปแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรทุ่งฝาย นำโดย พ.ต.ต.ยน เตชะลือ จึงได้ประสานงานกับทีมสืบสวนและเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
จุดที่พบกะโหลกนั้นตั้งอยู่ในป่าทึบ ห่างจากถนนสายหลัก ลำปาง-แจ้ห่ม (ช่วงกิโลเมตรที่ 23-24 ฝั่งขาล่อง) ลึกเข้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 เมตร ซึ่งสภาพพื้นที่โดยรอบเป็นภูเขาสูงชัน มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และมีโขดหินน้อยใหญ่จำนวนมาก ทำให้การเดินเท้าเข้าไปทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก
อาชญากรรม">อาชญากรรม">ข่าวอาชญากรรมลำปาง, ดอยผากิ่ง, ศพไม่มีชื่อ, ตำรวจภูธรทุ่งฝาย, อุบัติเหตุตกเขา, หาของป่า" width="1024" height="579" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/4-4.jpeg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/4-4-300x170.jpeg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/4-4-768x434.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />
หลักฐานสำคัญที่พบในที่เกิดเหตุ
เมื่อตำรวจและเจ้าหน้าที่ไปถึง พวกเขาได้ทำการค้นหาในพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด และพบสิ่งของหลายอย่างที่คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต ซึ่งของใช้ส่วนตัวเหล่านี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ตำรวจตามหาญาติได้ง่ายขึ้น โดยหลักฐานทั้งหมดที่พบประกอบไปด้วย:
- กะโหลกศีรษะมนุษย์ จำนวน 1 ชิ้น
- ฟันมนุษย์ จำนวน 2 ซี่ (จุดที่น่าสนใจคือมี 1 ซี่ที่มีรอยอุดฟัน ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจตรวจสอบประวัติการทำฟันได้)
- เส้นผม จำนวนหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้กับบริเวณกะโหลก
- พระเครื่อง เป็นเหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก จำนวน 1 เหรียญ พร้อมกับที่หนีบเสื้อ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่คนในพื้นที่เคารพนับถือ
- นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ SPORT WEI-DASH สีเขียว จำนวน 1 เรือน สภาพยังคงมองเห็นยี่ห้อชัดเจน
- รองเท้าแตะ แบบมีสายรัด ยี่ห้อ NONI SPORT ซึ่งเป็นรองเท้าที่คนมักใส่เดินเล่นทั่วไป
ตำรวจเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้น
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นำกะโหลกและหลักฐานทั้งหมดกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นออกมาระบุว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 25 ถึง 40 ปี และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรอยแตกร้าวบนกะโหลกศีรษะ แต่รอยร้าวนี้ไม่ได้มีลักษณะของการถูกคนอื่นทำร้ายหรือถูกทุบตีแต่อย่างใด ตำรวจจึงคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเดินเข้ามาในป่าแล้วเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มพลัดตกลงมาจากที่สูง ทำให้ศีรษะไปกระแทกเข้ากับก้อนหินด้านล่างอย่างแรงจนเสียชีวิต เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นหน้าผาชันและเต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่จำนวนมาก

ประกาศตามหาญาติและบุคคลสูญหาย
ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตคือใคร จึงได้ส่งข้อมูลและรูปพรรณสัณฐานของสิ่งของต่างๆ ไปแจ้งยังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด เพื่อให้ช่วยตรวจสอบประวัติย้อนหลังดูว่า มีใครเคยมาแจ้งความเรื่องผู้หญิงหายตัวไปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่
ทางตำรวจขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน หากใครมีคนรู้จัก ญาติพี่น้องที่เป็นผู้หญิงหายตัวไป และมีข้าวของเครื่องใช้ตรงกับหลักฐานที่พบ (เช่น นาฬิกาสีเขียว หรือเหรียญหลวงพ่อเกษม) สามารถติดต่อไปได้ที่ สถานีตำรวจภูธรทุ่งฝาย เบอร์โทรศัพท์ 054-825592 เพื่อให้ข้อมูลและร่วมกันตรวจสอบตัวตนต่อไป

ข้อควรระวังในการเดินป่าเพื่อความปลอดภัย
จากเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นว่าการเดินเข้าไปในป่า ไม่ว่าจะเป็นการหาของป่าหรือเดินเที่ยวชมธรรมชาติ ล้วนมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง เราควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงการไปคนเดียว: ควรมีเพื่อนร่วมทางหรือคนนำทางที่รู้จักพื้นที่ไปด้วยเสมอ
- แจ้งคนใกล้ชิด: บอกคนในครอบครัวหรือเพื่อนทุกครั้งว่าจะไปที่ไหน และคาดว่าจะกลับเวลาใด เพื่อให้ตามหาได้ถูกจุดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- สวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสม: ควรใส่รองเท้าที่รัดกุม เดินสบาย และมีพื้นยางที่กันลื่นได้ดี
- เดินอย่างระมัดระวัง: สังเกตเส้นทางให้ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นโขดหินลื่น หรือเป็นหน้าผาชัน
- พกอุปกรณ์ที่จำเป็น: เช่น น้ำดื่ม ไฟฉาย นกหวีด และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม
หากคุณต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวเหตุการณ์นี้ สามารถเข้าไปดูแหล่งที่มาโดยตรงได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online)
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท
ด่วน! ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งบัญชีม้าเชียงราย รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีหลอกลงทุน สูญเงินเฉียด 3 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย
เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์
ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
- ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ
เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน
เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย
การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา
เหตุการณ์สะเทือนขวัญคนเพชรบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้วจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
ผู้เสียชีวิตคือ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เขาถูกคนร้ายกระหน่ำแทงหลายแผลจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ภรรยาของเขาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
ประเด็นสำคัญ
- ผู้นำชุมชนถูกฆาตกรรม: นายหลักทรัพย์ คำโสม นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้านพักในจังหวัดเพชรบูรณ์
- ภรรยาบาดเจ็บสาหัส: นางสมจิตร ภรรยาของผู้ตาย เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงถูกแทงบาดเจ็บและต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
- คนร้ายขับรถหนีลอยนวล: มือมีดใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ เป็นพาหนะในการหลบหนี ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด
ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายที่บริเวณโรงจอดรถของบ้านพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นมุมรับแขก การเจรจานี้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ยาวไปจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรที่ซ่อนอยู่
จู่ๆ การพูดคุยก็กลายเป็นความรุนแรง คนร้ายชักอาวุธมีดออกมากระหน่ำแทงนายหลักทรัพย์อย่างโหดเหี้ยม เขาถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าอก ใต้ลิ้นปี่ และลำคอ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงทันที
ในจังหวะนั้นเอง นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่โรงจอดรถ เมื่อคนร้ายเห็นเธอ จึงพุ่งเป้าไปใช้อาวุธมีดแทงเธอด้วย นางสมจิตรถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่เธอรวบรวมสติและวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอดได้สำเร็จ
พฤติกรรมโหดและเส้นทางหลบหนี
หลังจากทำร้ายทั้งสองคนแล้ว คนร้ายยังได้ลากตัวนายหลักทรัพย์ออกไปจากจุดเกิดเหตุไกลถึง 30 เมตร การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างมาก จากนั้นคนร้ายก็รีบขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ขับหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายหลักทรัพย์และนางสมจิตรนอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลหล่มสักได้รีบปฐมพยาบาล และนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด
แต่น่าเศร้าที่บาดแผลของนายหลักทรัพย์นั้นสาหัสเกินไป เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมจิตรยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริง
ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ท่านได้ประสานงานกับทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยเลือด และรอยนิ้วมือ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำผิด
ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆาตกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงานการเมืองท้องถิ่น หรือผลประโยชน์อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
ชุมชนบ้านติ้วต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายหลักทรัพย์เป็นที่รู้จักและเคารพรักของชาวบ้าน การสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด
ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและตกใจ พวกเขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากใครพบเห็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.หล่มสัก ได้ทันที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด
กาญจนบุรี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 32 ปี เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครองความปลอดภัย เธอถูกสามีที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสาดสารเคมีจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธออย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่เอาชีวิต
รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เธอมีบาดแผลจากการถูกน้ำกรดกัดกร่อนบริเวณผิวหนัง ใบหน้า และศีรษะ คิดเป็นความเสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ผู้เสียหายยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาคนที่สอง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมื่อเธอพยายามขอแยกทางเพื่อไปมีชีวิตใหม่
ประเด็นสำคัญ
- มูลเหตุจูงใจ: สามีเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง และไม่ยอมรับการตัดสินใจของภรรยาที่ต้องการขอเลิกราเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
- พฤติการณ์ก่อเหตุ: สามีหลอกพาขึ้นรถแล้วจับกดกับคอนโซล จากนั้นเรียกเพื่อนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยให้นำน้ำกรดมาสาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
- การช่วยเหลือ: หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเล่าว่าเธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 11 ขวบ เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งทางภรรยาคนแรกก็รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจขอเลิกรา เนื่องจากไม่อยากทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบเดิมอีกต่อไป
แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และมักจะพูดจาข่มขู่เสมอว่า “ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ” ผู้เสียหายเปิดเผยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีได้ชวนเธอออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของในตอนเช้า แต่ระหว่างทางมีปากเสียงกันรุนแรง สามีจึงเรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยนำสิ่งของมาโปะจมูกและปากของเธอ เธอรู้สึกตกใจจึงตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อเอาตัวรอด
แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อสามีรู้ทันว่าเธอแกล้งทำ ขณะที่จอดรถอยู่บริเวณเส้นทางเลี่ยงเมือง สามีได้เรียกเพื่อนคนเดิมมาหาอีกครั้ง สามีใช้กำลังจับเธอกดลงกับคอนโซลหน้ารถ จากนั้นมีผู้นำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีที่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ข้างทาง ทำให้เธอสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่ผ่านมาได้ทันเวลา
ตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด" width="1280" height="721" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-1024x577.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-768x433.webp 768w" sizes="auto, (max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />
ความหวาดกลัว และการเรียกร้องความยุติธรรม
ปัจจุบันผู้เสียหายยังมีอาการหวาดผวาอย่างหนัก และกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากสามีของเธอเป็นคนกว้างขวางและรู้จักผู้คนมากมาย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและลูกสาวอย่างเร่งด่วน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ต้นฉบับเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ
จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์สาดสารเคมีเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม ที่น่าตกใจคือฝ่ายชายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวเช่นกัน แต่ต่อมาเขาได้แอบหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ประเด็นนี้ทำให้ครอบครัวยิ่งหวาดกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป และกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต
เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวแทนจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นำโดยตัวแทน สส.กาญจนบุรี เขต 1 และนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พวกเขาได้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ประสานงานโดยตรงไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทางนายอำเภอได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จัดกำลังเข้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้มาก สังคมกำลังจับตามองว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไรและผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoอัปเดตด่วน! ปิดถนนแม่สายเชียงรายนาน 2 เดือน



