ข่าวอาชญากรรม - Crime
อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว
นครสวรรค์ – เหตุการณ์สะเทือนใจและน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ณ หมู่บ้านตะกรุดพิบัน ตำบลวังน้ำลาด อำเภอไพศาล จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจโทบุญเพ็ง อายุ 64 ปี อดีตตำรวจ ได้ยิงนายณัฐพล บุตรชายวัย 38 ปี เสียชีวิตด้วยปืนพกขนาด 9 มม.
นครสวรรค์ – เหตุการณ์สะเทือนใจและน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ณ หมู่บ้านตะกรุดพิบัน ตำบลวังน้ำลาด อำเภอไพศาล จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจโทบุญเพ็ง อายุ 64 ปี อดีตตำรวจ ได้ยิงนายณัฐพล บุตรชายวัย 38 ปี เสียชีวิตด้วยปืนพกขนาด 9 มม.
แรงจูงใจมาจากการที่บุตรชายซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ก่อความรุนแรงหลังจากที่มารดาปฏิเสธที่จะให้เงินเขา ผู้ตายพยายามทำร้ายสมาชิกในครอบครัวด้วยมีดและพยายามแย่งปืนของบิดา ทำให้บิดาต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องภรรยาและครอบครัว จากนั้นจึงโทรแจ้งตำรวจและรอมอบตัวในที่เกิดเหตุด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เรื่องราวความสูญเสียครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่สะสมมานาน โดยผู้เสียชีวิตคือลูกชายที่มีประวัติการเสพยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องและเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แม้ว่าผู้เป็นพ่อแม่จะพยายามช่วยเหลือ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้ลดลง ในวันเกิดเหตุ ลูกชายได้เดินทางมาที่บ้านและเอ่ยปากขอเงินมารดาเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อผู้เป็นแม่ปฏิเสธที่จะให้เงิน เหตุการณ์ก็เริ่มบานปลายกลายเป็นการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง
เมื่อไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ลูกชายจึงเกิดอาการโมโหร้าย เขาได้ชักมีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วย หวังจะทำร้ายมารดาและบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในบ้าน สถานการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อลูกชายพยายามจะเข้าไปแย่งอาวุธปืนของพ่อ ทำให้ผู้เป็นพ่อซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา ประเมินแล้วว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง ทุกคนในบ้านจะต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน
การตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดของคนเป็นพ่อ
ด้วยความจำเป็นที่จะต้องปกป้องครอบครัว ร้อยตำรวจเอกบุญเพ็งตัดสินใจชิงหยิบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นปืนคู่กายสมัยที่ยังรับราชการอยู่ และลั่นไกใส่ลูกชายไปถึง 7 นัด กระสุนเจาะเข้าที่บริเวณแขนและลำตัว ส่งผลให้ลูกชายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ โดยที่มือขวายังคงกำมีดสั้นไว้แน่น
หลังก่อเหตุ ผู้เป็นพ่อไม่ได้หลบหนีไปไหน เขาเป็นคนโทรศัพท์แจ้งเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรไพศาลี ทราบด้วยตัวเอง พร้อมกับนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน โดยเขากล่าวทั้งน้ำตาว่า “ปืนกระบอกนี้คือปืนที่ปลิดชีวิตลูกชายผมเอง ถ้าผมไม่ตัดสินใจทำแบบนี้ ลูกก็คงจะต้องฆ่าผมและคนในบ้านตายแน่ๆ” ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นถึงความบีบคั้นหัวใจอย่างถึงที่สุด
จากการสอบถามพยานแวดล้อม ทำให้เราได้เห็นภาพรวมของเหตุการณ์ชัดเจนขึ้น เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ติดกับบ้านเกิดเหตุเล่าว่า ในช่วงเวลานั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอย่างรุนแรงดังออกมาจากในบ้าน จากนั้นไม่นานก็มีเสียงปืนดังรัวขึ้นหลายนัด ก่อนที่ตาของผู้เสียชีวิตจะวิ่งร้องไห้ออกมาขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ เพื่อนบ้านหลายคนยังให้การตรงกันว่า ร้อยตำรวจเอกบุญเพ็งเพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้เพียง 2 ปี ปกติแล้วท่านเป็นคนที่มีนิสัยใจเย็นและสุภาพมาก ไม่เคยมีปากเสียงกับใคร แต่ปัญหาหลักคือตัวลูกชายที่มักจะแวะเวียนมาขอเงินพ่อแม่เป็นประจำ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็จะอาละวาดทำลายข้าวของ ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเป็นผลกระทบมาจากยาเสพติด
สรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน สามารถสรุปเหตุการณ์สำคัญได้ดังนี้ครับ:
- สาเหตุหลัก: ผู้ตายมีประวัติเสพยาเสพติด ขอเงินแม่ไม่ได้จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
- การคุกคาม: ผู้ตายใช้มีดสั้นพยายามทำร้ายแม่และคนในบ้านอย่างรุนแรง
- จุดแตกหัก: ผู้ตายพยายามเข้าไปแย่งอาวุธปืนของพ่อเพื่อใช้ก่อเหตุ
- การป้องกันตัว: ผู้เป็นพ่อชิงหยิบปืนและยิงลูกชายเพื่อหยุดยั้งอันตราย
- หลังเกิดเหตุ: ผู้ก่อเหตุโทรแจ้งตำรวจ รอเข้ามอบตัวโดยไม่หลบหนี และส่งมอบอาวุธปืนของกลางทันที
อุทาหรณ์เรื่องยาเสพติดและข้อกฎหมายเบื้องต้น
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติดที่ทำลายสถาบันครอบครัว ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพผู้เสพ แต่ยังสร้างบาดแผลลึกให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย ปัญหาเรื่องยาเสพติดและการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้สารเสพติด จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง การปล่อยให้ผู้ที่ติดยามีอาการคลุ้มคลั่งอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวโดยขาดการรักษาที่ถูกต้อง มักจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ
ในด้านของกระบวนการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งข้อหาเบื้องต้นเอาไว้ก่อนตามขั้นตอน ส่วนเรื่องอาวุธปืนนั้นพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดในเรื่องการครอบครองปืนเถื่อน อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมจะมีการพิจารณาพยานหลักฐานเรื่องการกระทำเพื่อป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามรายละเอียดของข่าวนี้เพิ่มเติมได้จาก สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์
คดีนี้ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมรายวัน แต่เป็นเรื่องเศร้าที่ย้ำเตือนให้สังคมไทยต้องหันมาจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องพบเจอกับโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต
ข่าวไทยยอดนิยม
ตำรวจค้นพบยาไอซ์ 300 กิโลกรัมในรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุและถูกทิ้งร้าง
ด่วน! ชายไทยอายุ 33 ปี ถูกจับกุมฐานลักลอบนำชาวจีนเข้าจังหวัดเชียงราย
ตำรวจสอบสวนภรรยาหลังคลิปวิดีโอหักล้างข้อกล่าวอ้างที่ว่าสามีพิการของเธอตกจากสะพาน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมหญิงชาวเชียงรายในคดีฉ้อโกงการลงทุนใน TikTok มูลค่ามหาศาล
ตำรวจคอมมานโดบุกรวบตัวหญิงวัย 57 ปี คาสถานีรถไฟลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับติดตัวในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาทำงานเป็นแม่บ้านในกาสิโนเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมบนเฟซบุ๊กเพื่อชวนเชื่อคนให้สมัครเป็นนายหน้าแอปพลิเคชันติ๊กต็อก กลุ่มคนร้ายอ้างว่างานนี้ทำง่ายและสร้างรายได้สูงถึงห้าแสนบาทต่อเดือน จนมีเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์เชื่อมต่อเข้าไปคุยในไลน์ จากนั้นถูกหว่านล้อมให้โอนเงินลงทุนร่วมกันจับคู่สินค้าเพื่อรับผลตอบแทนสูงในระยะแรก
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ผู้เสียหายถูกโฆษณาปลอมบนเฟซบุ๊กหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเป็นนายหน้าแอปพลิเคชันติ๊กต็อก
- เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปทั้งหมด 17 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,803,195 บาท
- ตำรวจคอมมานโดจับกุมหญิงอายุ 57 ปี เจ้าของบัญชีม้าที่ใช้รับเงินโอนจากเหยื่อรายนี้
- ผู้ต้องหาอ้างว่ามอบบัตรเอทีเอ็มให้ผู้อื่นไปเพื่อแลกกับเงินสองพันบาท แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ
กลลวงโอนเงินซ้ำซ้อน 17 ครั้ง
ในช่วงแรกมิจฉาชีพโอนเงินปันผลกลับมาให้เหยื่อ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นคนร้ายเริ่มอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อไม่ให้เหยื่อถอนเงินสดออกมาได้ง่ายๆ เช่น ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบหรือยืนยันสิทธิ์
เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาไปมากถึง 17 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 1.8 ล้านบาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงแน่นอนแล้วจึงตัดสินใจแจ้งความผ่านระบบ ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทันทีเพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามคดี
คำให้การที่ขัดแย้งของคนร้าย
จากการสอบสวนเบื้องต้น หญิงผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการหลอกลวงออนไลน์ในครั้งนี้ เธอบอกว่าเดินทางไปทำงานเป็นแม่บ้านที่กาสิโนในปอยเปตด้วยพาสปอร์ตที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีชายไทยมาชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร
ผู้ต้องหาอ้างว่าเปิดบัญชีใหม่ไม่ได้ จึงมอบบัตรเอทีเอ็มเก่าของตนเองให้ไปแทน โดยหวังเงินตอบแทนเพียงสองพันบาท ทางตำรวจคอมมานโดระบุว่าคำให้การนี้ยังขัดแย้งกับหลักฐานการโอนเงิน และเชื่อว่าเธออาจเป็นนักพนันในกาสิโน
คำเตือนจากตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนผ่านทาง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ระวังโฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์ มิจฉาชีพมักใช้คำว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรสูงเพื่อดึงดูดความสนใจของเหยื่อที่อยากมีรายได้เสริม
หากมีการอ้างชื่อบริษัทใหญ่หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจโอนเงิน และที่สำคัญที่สุดคือห้ามเปิดบัญชีม้าหรือมอบบัตรเอทีเอ็มให้ผู้อื่นเด็ดขาดเพราะมีโทษทางกฎหมายขั้นรุนแรง
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้”ในเชียงใหม่
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้” ในเชียงใหม่
ยึดยาบ้าได้ 1 ล้านเม็ดจากผู้ลักลอบขนยา">เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายแหล่งผลิตยาเสพติดชนิดใหม่ที่เรียกว่า “พอร์ตซอมบี้” (Port Zombie) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในหมู่นักท่องเที่ยว
ในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้จับกุมชายชาวจีนและภรรยาชาวไทยพร้อมพวกอีกหลายคน ผู้ต้องหากลุ่มนี้ร่วมกันผลิตและผสมยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งขาย พวกเขามุ่งเป้าไปที่นักท่องราตรีชาวจีนตามสถานบันเทิงต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ:
- ตำรวจภาค 5 บุกทลายแหล่งผลิตยาเสพติด “พอร์ตซอมบี้” คาบ้านหรูในจังหวัดเชียงใหม่
- จับกุมผู้ต้องหาหลักเป็นสามีชาวจีนและภรรยาชาวไทย พร้อมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ
- ยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งสารเอโทมิเดต ยาเค ยาไอซ์ และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน
- แก๊งนี้เน้นผลิตและส่งขายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนตามสถานบันเทิง
ปฏิบัติการบุกค้นบ้านหรูเชียงใหม่
การตรวจค้นครั้งนี้ ตำรวจพบของกลางจำนวนมากซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถยึดสารเอโทมิเดต (Etomidate) ยาเคตามีน และยาไอซ์ได้หลายรายการ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนผสมหลักในการทำยาเสพติด
นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกเพียบ การบุกจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของ ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้มานานจนได้หลักฐานที่ชัดเจน
ปฏิบัติการนี้ใช้เวลาวางแผนอย่างรัดกุมหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ต้องหามีอาวุธปืนและอาจต่อสู้ได้ตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกจับกุมในครั้งนี้
“พอร์ตซอมบี้” คือยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน ยานี้เกิดจากการนำสารเอโทมิเดตซึ่งเป็นยาสลบในทางการแพทย์ มาผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ เช่น ยาเคและยาไอซ์
เมื่อเสพเข้าไป ผู้เสพจะมีอาการมึนงง ขาดสติ และเดินโซเซคล้ายกับซอมบี้ในภาพยนตร์ ยาชนิดนี้มีอันตรายต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ผู้เสพไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรืออาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป การแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องราตรีชาวจีน
จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งชาวจีนและคนไทยกลุ่มนี้ทำงานกันเป็นขบวนการใหญ่ พวกเขาเช่าบ้านหรูราคาแพงเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตลับ การทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ง่ายขึ้น
ยาเสพติดที่ผสมเสร็จแล้วจะถูกนำไปกระจายตามผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่เชียงใหม่ ลูกค้าหลักของพวกเขาคือนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
ธุรกิจมืดนี้สร้างรายได้ผิดกฎหมายให้กับแก๊งนี้อย่างมหาศาล ตำรวจเชื่อว่ายังมีเครือข่ายอื่นที่คอยให้ความช่วยเหลือในการฟอกเงิน และกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการนี้
ตำรวจเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างเด็ดขาด กฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ ทั้งในข้อหาผลิตและค้ายาเสพติด รวมถึงการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสถานบันเทิงต่างๆ อ่านมาตรการปราบปรามยาเสพติดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มียาเสพติดชนิดใหม่แพร่ระบาดในวงกว้าง
ตำรวจยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้เพิ่มเติม การปราบปรามครั้งนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับชาวเชียงใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน
เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มนักท่องเที่ยวอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจับกุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก
ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการร้านอาหารต่างเห็นด้วยกับการทำงานที่รวดเร็วของตำรวจ ทุกคนต้องการให้เมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
หากประชาชนพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ความร่วมมือจากทุกคนจะช่วยให้สังคมของเราปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจภาค 5 ยึดยาบ้า 15.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 254 กก.
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจภาค 5 ยึดยาบ้า 15.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 254 กก.
เชียงใหม่ – ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลงานชิ้นโบแดงในการปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยสามารถยึดยาบ้าได้มากถึง 15.6 ล้านเม็ด พร้อมด้วยยาไอซ์อีก 254 กิโลกรัม ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอาชญากรรม">กวาดล้างอาชญากรรมอย่างจริงจังเพื่อปกป้องสังคมของเรา
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย จาก 5 คดีสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการยึดรถยนต์ของกลางได้อีก 7 คัน ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ คุณสามารถอ่านข้อมูลอ้างอิงฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ บ้านเมือง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภาค 5 จับกุมเครือข่ายยาเสพติด 5 คดีสำคัญ รวบผู้ต้องหาได้ 7 ราย
- ยึดของกลางเป็นยาบ้ากว่า 15.6 ล้านเม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 254 กิโลกรัม
- ผู้ต้องหา 1 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ขณะขับหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่
- สรุปผลงาน 8 เดือน ตำรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายได้เฉียดพันล้านบาท
ปฏิบัติการไล่ล่าคดีสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ
คดีแรกเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบรถกระบะต้องสงสัยขับผ่านด่านตรวจ จึงได้ขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งคนขับยอมทิ้งรถและวิ่งหนีเข้าป่าไปได้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรถก็พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่กว่า 254 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นจำนวนมหาศาล
ต่อมาในวันที่ 30 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมยาบ้าอีก 5.8 ล้านเม็ด คดีนี้กลุ่มคนร้ายมีการใช้รถยนต์เพื่อขับนำทางและคอยดูลาดเลาเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ แต่ก็ไม่รอดพ้นการสืบสวนและสายตาอันเฉียบคมของตำรวจไปได้
การปราบปรามยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น โดยคดีที่สามเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 พฤษภาคม ที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจได้สกัดจับรถยนต์เป้าหมายตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส และสามารถยึดยาบ้าซุกซ่อนในรถได้อีก 3.3 ล้านเม็ด พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย
คดีที่สี่เกิดเหตุระทึกใจกลางเมืองเชียงใหม่ในเช้ามืดวันที่ 1 มิถุนายน เมื่อคนร้ายพยายามเร่งเครื่องยนต์ขับฝ่าหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งรถและวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถตามรวบตัวไว้ได้พร้อมยาบ้ากว่า 1.5 ล้านเม็ด
คนร้ายซิ่งรถแหกด่านจนเกิดอุบัติเหตุสลด
คดีที่ห้าถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาพยายามขับรถกระบะแหกด่านจุดสกัดของตำรวจและหลบหนีด้วยความเร็วสูง รถกระบะของคนร้ายเสียหลักพุ่งชนตอไม้และเนินดินจนพลิกคว่ำอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุทันที
จากการตรวจสอบพื้นที่ท้ายกระบะของรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้จำนวนมากถึง 5 ล้านเม็ด การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดลอตใหญ่ที่กำลังเตรียมกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ได้สรุปภาพรวมการทำงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาว่า ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวมกว่า 20,230 คดี ผลงานเหล่านี้ช่วยลดปัญหายาเสพติดและป้องกันไม่ให้สารเสพติดเหล่านี้หลุดรอดไปทำลายอนาคตของสังคมไทย
นอกจากยึดยาบ้าได้กว่า 360 ล้านเม็ดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้ได้สูงถึง 837 ล้านบาท การปราบปรามอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่
-
ข่าว - News4 days ago
เสียงแตรของรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต
-
ตรวจหวย7 days ago
เลขนำโชค1 มิถุนายน 2569 รวมสถิติ เลขเด็ด และข่าวความเชื่อโชคลางนาทีสุดท้ายก่อนหวยออก
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ด่วน! สุดสลด ดินถล่มทับหนุ่มเชียงรายวัย 18 ปี เสียชีวิตคาลำห้วย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
คดีร้อน! ผอ. ป.ป.ช. อ้าง “ไม่ได้ขับ” หลังรถกระบะชนไรเดอร์เสียชีวิต ตำรวจฟัน 3 ข้อหาหนัก ยันผลแอลกอฮอล์พุ่ง 189







