ข่าวอาชญากรรม - Crime
อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว
นครสวรรค์ – เหตุการณ์สะเทือนใจและน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ณ หมู่บ้านตะกรุดพิบัน ตำบลวังน้ำลาด อำเภอไพศาล จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจโทบุญเพ็ง อายุ 64 ปี อดีตตำรวจ ได้ยิงนายณัฐพล บุตรชายวัย 38 ปี เสียชีวิตด้วยปืนพกขนาด 9 มม.
นครสวรรค์ – เหตุการณ์สะเทือนใจและน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ณ หมู่บ้านตะกรุดพิบัน ตำบลวังน้ำลาด อำเภอไพศาล จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจโทบุญเพ็ง อายุ 64 ปี อดีตตำรวจ ได้ยิงนายณัฐพล บุตรชายวัย 38 ปี เสียชีวิตด้วยปืนพกขนาด 9 มม.
แรงจูงใจมาจากการที่บุตรชายซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ก่อความรุนแรงหลังจากที่มารดาปฏิเสธที่จะให้เงินเขา ผู้ตายพยายามทำร้ายสมาชิกในครอบครัวด้วยมีดและพยายามแย่งปืนของบิดา ทำให้บิดาต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องภรรยาและครอบครัว จากนั้นจึงโทรแจ้งตำรวจและรอมอบตัวในที่เกิดเหตุด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เรื่องราวความสูญเสียครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่สะสมมานาน โดยผู้เสียชีวิตคือลูกชายที่มีประวัติการเสพยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องและเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แม้ว่าผู้เป็นพ่อแม่จะพยายามช่วยเหลือ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้ลดลง ในวันเกิดเหตุ ลูกชายได้เดินทางมาที่บ้านและเอ่ยปากขอเงินมารดาเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อผู้เป็นแม่ปฏิเสธที่จะให้เงิน เหตุการณ์ก็เริ่มบานปลายกลายเป็นการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง
เมื่อไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ลูกชายจึงเกิดอาการโมโหร้าย เขาได้ชักมีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วย หวังจะทำร้ายมารดาและบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในบ้าน สถานการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อลูกชายพยายามจะเข้าไปแย่งอาวุธปืนของพ่อ ทำให้ผู้เป็นพ่อซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา ประเมินแล้วว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง ทุกคนในบ้านจะต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน
2026/05/2-3.jpeg" alt="อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว" width="1018" height="572" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-3.jpeg?w=854&ssl=1 854w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-3.jpeg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-3.jpeg?resize=768%2C432&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
การตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดของคนเป็นพ่อ
ด้วยความจำเป็นที่จะต้องปกป้องครอบครัว ร้อยตำรวจเอกบุญเพ็งตัดสินใจชิงหยิบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นปืนคู่กายสมัยที่ยังรับราชการอยู่ และลั่นไกใส่ลูกชายไปถึง 7 นัด กระสุนเจาะเข้าที่บริเวณแขนและลำตัว ส่งผลให้ลูกชายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ โดยที่มือขวายังคงกำมีดสั้นไว้แน่น
หลังก่อเหตุ ผู้เป็นพ่อไม่ได้หลบหนีไปไหน เขาเป็นคนโทรศัพท์แจ้งเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรไพศาลี ทราบด้วยตัวเอง พร้อมกับนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน โดยเขากล่าวทั้งน้ำตาว่า “ปืนกระบอกนี้คือปืนที่ปลิดชีวิตลูกชายผมเอง ถ้าผมไม่ตัดสินใจทำแบบนี้ ลูกก็คงจะต้องฆ่าผมและคนในบ้านตายแน่ๆ” ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นถึงความบีบคั้นหัวใจอย่างถึงที่สุด
จากการสอบถามพยานแวดล้อม ทำให้เราได้เห็นภาพรวมของเหตุการณ์ชัดเจนขึ้น เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ติดกับบ้านเกิดเหตุเล่าว่า ในช่วงเวลานั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอย่างรุนแรงดังออกมาจากในบ้าน จากนั้นไม่นานก็มีเสียงปืนดังรัวขึ้นหลายนัด ก่อนที่ตาของผู้เสียชีวิตจะวิ่งร้องไห้ออกมาขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ เพื่อนบ้านหลายคนยังให้การตรงกันว่า ร้อยตำรวจเอกบุญเพ็งเพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้เพียง 2 ปี ปกติแล้วท่านเป็นคนที่มีนิสัยใจเย็นและสุภาพมาก ไม่เคยมีปากเสียงกับใคร แต่ปัญหาหลักคือตัวลูกชายที่มักจะแวะเวียนมาขอเงินพ่อแม่เป็นประจำ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็จะอาละวาดทำลายข้าวของ ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเป็นผลกระทบมาจากยาเสพติด
สรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน สามารถสรุปเหตุการณ์สำคัญได้ดังนี้ครับ:
- สาเหตุหลัก: ผู้ตายมีประวัติเสพยาเสพติด ขอเงินแม่ไม่ได้จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
- การคุกคาม: ผู้ตายใช้มีดสั้นพยายามทำร้ายแม่และคนในบ้านอย่างรุนแรง
- จุดแตกหัก: ผู้ตายพยายามเข้าไปแย่งอาวุธปืนของพ่อเพื่อใช้ก่อเหตุ
- การป้องกันตัว: ผู้เป็นพ่อชิงหยิบปืนและยิงลูกชายเพื่อหยุดยั้งอันตราย
- หลังเกิดเหตุ: ผู้ก่อเหตุโทรแจ้งตำรวจ รอเข้ามอบตัวโดยไม่หลบหนี และส่งมอบอาวุธปืนของกลางทันที
อุทาหรณ์เรื่องยาเสพติดและข้อกฎหมายเบื้องต้น
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติดที่ทำลายสถาบันครอบครัว ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพผู้เสพ แต่ยังสร้างบาดแผลลึกให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย ปัญหาเรื่องยาเสพติดและการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้สารเสพติด จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง การปล่อยให้ผู้ที่ติดยามีอาการคลุ้มคลั่งอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวโดยขาดการรักษาที่ถูกต้อง มักจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ
ในด้านของกระบวนการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งข้อหาเบื้องต้นเอาไว้ก่อนตามขั้นตอน ส่วนเรื่องอาวุธปืนนั้นพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดในเรื่องการครอบครองปืนเถื่อน อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมจะมีการพิจารณาพยานหลักฐานเรื่องการกระทำเพื่อป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามรายละเอียดของข่าวนี้เพิ่มเติมได้จาก สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์
คดีนี้ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมรายวัน แต่เป็นเรื่องเศร้าที่ย้ำเตือนให้สังคมไทยต้องหันมาจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องพบเจอกับโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต
ข่าวไทยยอดนิยม
ตำรวจค้นพบยาไอซ์ 300 กิโลกรัมในรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุและถูกทิ้งร้าง
ด่วน! ชายไทยอายุ 33 ปี ถูกจับกุมฐานลักลอบนำชาวจีนเข้าจังหวัดเชียงราย
ตำรวจสอบสวนภรรยาหลังคลิปวิดีโอหักล้างข้อกล่าวอ้างที่ว่าสามีพิการของเธอตกจากสะพาน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
หญิงคนหนึ่งกลางดึก">พะเยา – ตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้
เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน
ประเด็นสำคัญ
- พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
- จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
- ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก
หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้
หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก
ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก
สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ
ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว
พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ 
ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
- ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้
มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด
คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
กำแพงเพชร – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ของ 3 แม่ลูกอย่างแรง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คุณสามารถอ่านรายละเอียดของเหตุการณ์นี้ได้จากข่าวต้นฉบับที่ MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุรุนแรง: รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ส่งผลให้แม่เสียชีวิตและลูก 2 คนบาดเจ็บสาหัส
- คำให้การที่ขัดแย้ง: ตำรวจอ้างว่ารถเสียหลักและปฏิเสธการดื่มสุรา แต่พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจน
- การเยียวยาครอบครัว: ตำรวจคู่กรณีเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา และสัญญาว่าจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายคลองลาน-กำแพงเพชร ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ความแรงของการชนทำให้ร่างของ 3 แม่ลูกกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ผู้เป็นแม่ตกลงไปในท่อระบายน้ำและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายวัย 13 ปีและลูกอีกคนกระเด็นไปกลางถนน ตอนนี้เด็กทั้งคู่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
ครอบครัวกังวลเรื่องอนาคต
ลูกสาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เธอยังรู้สึกสับสนและกังวลใจอย่างมาก แม่คือเสาหลักของครอบครัวที่จากไปอย่างกะทันหัน ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอาการของน้องๆ ที่ยังไม่ฟื้น
นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว หากน้องๆ ฟื้นขึ้นมาแล้วร่างกายอาจจะไม่เหมือนเดิม นายอานนท์ น้องชายของผู้เสียชีวิต ย้ำว่าครอบครัวต้องการความยุติธรรมและการเยียวยาที่ชัดเจนที่สุด
ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ตำรวจคู่กรณี ได้เดินทางไปร่วมงานศพและกราบขอขมาศพผู้เสียชีวิต เขาได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
เขาอธิบายว่าตอนเกิดเหตุ รถไหลลงจากเนินและควบคุมไม่ได้ จึงเสียหลักไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ เขายืนยันว่าไม่ได้หลบหนีและลงมาช่วยคนเจ็บทันที นอกจากนี้เขายังปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้ดื่มสุรา
พยานยืนยันได้กลิ่นแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม คำให้การของตำรวจกลับขัดแย้งกับข้อมูลของพยานในที่เกิดเหตุ นางสาวศิริณา ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่ารถกระบะขับเบี่ยงไปชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยตรง ไม่ได้มีการตัดหน้าตามที่อ้าง
ที่สำคัญ พยานระบุอย่างชัดเจนว่าได้กลิ่นสุรา และสังเกตเห็นท่าทางมึนเมาของตำรวจคู่กรณี เธอพร้อมที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย
หลังจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนรู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส
เนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนจึงจับตามองการทำงานของกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ทุกคนหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม
เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวหนึ่ง การสูญเสียเสาหลักของบ้านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของคนที่เหลือ
กระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาความจริง เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นโปร่งใสอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ช่วงเวลาแห่งการช่วยชีวิต! ตำรวจหญิงผู้กล้าหาญช่วยหญิงคลอดลูกแฝดในห้องน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย






