Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว

นครสวรรค์ – เหตุการณ์สะเทือนใจและน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ณ หมู่บ้านตะกรุดพิบัน ตำบลวังน้ำลาด อำเภอไพศาล จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจโทบุญเพ็ง อายุ 64 ปี อดีตตำรวจ ได้ยิงนายณัฐพล บุตรชายวัย 38 ปี เสียชีวิตด้วยปืนพกขนาด 9 มม.

Published

on

อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว

นครสวรรค์ – เหตุการณ์สะเทือนใจและน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ณ หมู่บ้านตะกรุดพิบัน ตำบลวังน้ำลาด อำเภอไพศาล จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจโทบุญเพ็ง อายุ 64 ปี อดีตตำรวจ ได้ยิงนายณัฐพล บุตรชายวัย 38 ปี เสียชีวิตด้วยปืนพกขนาด 9 มม.

แรงจูงใจมาจากการที่บุตรชายซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ก่อความรุนแรงหลังจากที่มารดาปฏิเสธที่จะให้เงินเขา ผู้ตายพยายามทำร้ายสมาชิกในครอบครัวด้วยมีดและพยายามแย่งปืนของบิดา ทำให้บิดาต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องภรรยาและครอบครัว จากนั้นจึงโทรแจ้งตำรวจและรอมอบตัวในที่เกิดเหตุด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เรื่องราวความสูญเสียครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่สะสมมานาน โดยผู้เสียชีวิตคือลูกชายที่มีประวัติการเสพยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องและเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แม้ว่าผู้เป็นพ่อแม่จะพยายามช่วยเหลือ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้ลดลง ในวันเกิดเหตุ ลูกชายได้เดินทางมาที่บ้านและเอ่ยปากขอเงินมารดาเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อผู้เป็นแม่ปฏิเสธที่จะให้เงิน เหตุการณ์ก็เริ่มบานปลายกลายเป็นการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง

เมื่อไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ลูกชายจึงเกิดอาการโมโหร้าย เขาได้ชักมีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วย หวังจะทำร้ายมารดาและบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในบ้าน สถานการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อลูกชายพยายามจะเข้าไปแย่งอาวุธปืนของพ่อ ทำให้ผู้เป็นพ่อซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา ประเมินแล้วว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง ทุกคนในบ้านจะต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน

อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว

การตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดของคนเป็นพ่อ

ด้วยความจำเป็นที่จะต้องปกป้องครอบครัว ร้อยตำรวจเอกบุญเพ็งตัดสินใจชิงหยิบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นปืนคู่กายสมัยที่ยังรับราชการอยู่ และลั่นไกใส่ลูกชายไปถึง 7 นัด กระสุนเจาะเข้าที่บริเวณแขนและลำตัว ส่งผลให้ลูกชายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ โดยที่มือขวายังคงกำมีดสั้นไว้แน่น

หลังก่อเหตุ ผู้เป็นพ่อไม่ได้หลบหนีไปไหน เขาเป็นคนโทรศัพท์แจ้งเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรไพศาลี ทราบด้วยตัวเอง พร้อมกับนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน โดยเขากล่าวทั้งน้ำตาว่า “ปืนกระบอกนี้คือปืนที่ปลิดชีวิตลูกชายผมเอง ถ้าผมไม่ตัดสินใจทำแบบนี้ ลูกก็คงจะต้องฆ่าผมและคนในบ้านตายแน่ๆ” ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นถึงความบีบคั้นหัวใจอย่างถึงที่สุด

จากการสอบถามพยานแวดล้อม ทำให้เราได้เห็นภาพรวมของเหตุการณ์ชัดเจนขึ้น เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ติดกับบ้านเกิดเหตุเล่าว่า ในช่วงเวลานั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอย่างรุนแรงดังออกมาจากในบ้าน จากนั้นไม่นานก็มีเสียงปืนดังรัวขึ้นหลายนัด ก่อนที่ตาของผู้เสียชีวิตจะวิ่งร้องไห้ออกมาขอความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ เพื่อนบ้านหลายคนยังให้การตรงกันว่า ร้อยตำรวจเอกบุญเพ็งเพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้เพียง 2 ปี ปกติแล้วท่านเป็นคนที่มีนิสัยใจเย็นและสุภาพมาก ไม่เคยมีปากเสียงกับใคร แต่ปัญหาหลักคือตัวลูกชายที่มักจะแวะเวียนมาขอเงินพ่อแม่เป็นประจำ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็จะอาละวาดทำลายข้าวของ ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเป็นผลกระทบมาจากยาเสพติด

อดีตตำรวจยิงลูกชายที่ติดยาเสพติดเสียชีวิตเพื่อช่วยชีวิตครอบครัว

สรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น

เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน สามารถสรุปเหตุการณ์สำคัญได้ดังนี้ครับ:

  • สาเหตุหลัก: ผู้ตายมีประวัติเสพยาเสพติด ขอเงินแม่ไม่ได้จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
  • การคุกคาม: ผู้ตายใช้มีดสั้นพยายามทำร้ายแม่และคนในบ้านอย่างรุนแรง
  • จุดแตกหัก: ผู้ตายพยายามเข้าไปแย่งอาวุธปืนของพ่อเพื่อใช้ก่อเหตุ
  • การป้องกันตัว: ผู้เป็นพ่อชิงหยิบปืนและยิงลูกชายเพื่อหยุดยั้งอันตราย
  • หลังเกิดเหตุ: ผู้ก่อเหตุโทรแจ้งตำรวจ รอเข้ามอบตัวโดยไม่หลบหนี และส่งมอบอาวุธปืนของกลางทันที

อุทาหรณ์เรื่องยาเสพติดและข้อกฎหมายเบื้องต้น

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติดที่ทำลายสถาบันครอบครัว ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพผู้เสพ แต่ยังสร้างบาดแผลลึกให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย ปัญหาเรื่องยาเสพติดและการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้สารเสพติด จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง การปล่อยให้ผู้ที่ติดยามีอาการคลุ้มคลั่งอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวโดยขาดการรักษาที่ถูกต้อง มักจะนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ

ในด้านของกระบวนการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งข้อหาเบื้องต้นเอาไว้ก่อนตามขั้นตอน ส่วนเรื่องอาวุธปืนนั้นพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดในเรื่องการครอบครองปืนเถื่อน อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมจะมีการพิจารณาพยานหลักฐานเรื่องการกระทำเพื่อป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามรายละเอียดของข่าวนี้เพิ่มเติมได้จาก สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์

คดีนี้ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมรายวัน แต่เป็นเรื่องเศร้าที่ย้ำเตือนให้สังคมไทยต้องหันมาจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องพบเจอกับโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต

ข่าวไทยยอดนิยม

ตำรวจค้นพบยาไอซ์ 300 กิโลกรัมในรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุและถูกทิ้งร้าง

ด่วน! ชายไทยอายุ 33 ปี ถูกจับกุมฐานลักลอบนำชาวจีนเข้าจังหวัดเชียงราย

ตำรวจสอบสวนภรรยาหลังคลิปวิดีโอหักล้างข้อกล่าวอ้างที่ว่าสามีพิการของเธอตกจากสะพาน

ข่าวอาชญากรรม - Crime

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

Naree Srisuk

Published

on

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นบนท้องถนนในจังหวัดเชียงราย เมื่อหนุ่มไรเดอร์ถูกรถกระบะชนท้ายอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนต่างๆ โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากสังคมในการตามหาคนร้าย

บรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พวกเขาจึงตัดสินใจประกาศมอบเงินรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท ให้กับพลเมืองดีที่สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายได้สำเร็จ นี่ถือเป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวที่จะนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้จงได้

ประเด็นสำคัญ

  • หนุ่มไรเดอร์ชาวเชียงใหม่ถูกรถกระบะชนท้ายเสียชีวิตอย่างน่าสลดที่จังหวัดเชียงราย
  • เหตุการณ์ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน แต่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับรถกระบะที่หลบหนีได้
  • ญาติผู้เสียชีวิตประกาศตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย

ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้คือ นายกรกช ดวงสุวรรณ ชายหนุ่มอายุ 33 ปี เขาเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิด แต่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เหตุผลหลักที่เขาต้องจากบ้านเกิดมาคือ เขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับลูกสาววัย 2 ขวบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ลูกสาวตัวน้อยของเขาอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาที่จังหวัดเชียงรายหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไป นายกรกชจึงเลือกทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งอาหาร หรือไรเดอร์ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและส่งเสียครอบครัว เขาเป็นคนขยันขันแข็งและรักลูกสาวอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันบนท้องถนน

อุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 00.51 น. ตามรายงานข่าวระบุว่า นายกรกชกำลังขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ เพื่อเดินทางกลับบ้านพักตามปกติเหมือนในทุกๆ วัน

นาทีชีวิตบนถนนสายเลี่ยงเมืองเชียงราย

นายกรกชขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อทางหลวงชนบท ชร.1023 เมื่อเขาขับมาถึงบริเวณใกล้กับทางแยกเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น รถกระบะสีเทาปริศนาพุ่งชนท้ายรถของเขาอย่างจัง

รถกระบะคันก่อเหตุขับตามมาด้วยความเร็วสูงมากจนเบรกไม่ทัน แรงชนมหาศาลทำให้รถจักรยานยนต์ของนายกรกชไถลไปกับพื้นถนนหลายเมตรจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ แทนที่คนขับรถกระบะจะจอดรถลงมาดูเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือ เขากลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นายกรกชนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอย่างโดดเดี่ยว

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รีบนำตัวนายกรกชส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วนที่สุด แต่เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของเขานั้นฉกรรจ์มากเกินไป เขาจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัว

หลังจัดงานศพเสร็จสิ้น ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เพื่อขอให้ตำรวจช่วยติดตามหาตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น

แม้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกป่าแดง ตำบลริมกก จะบันทึกภาพรถกระบะต้องสงสัยไว้ได้ แต่ภาพไม่ชัดเจนพอที่จะระบุหมายเลขทะเบียนหรือยี่ห้อรถได้อย่างแม่นยำ

ทางครอบครัวของนายกรกชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะมอบเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ทันที หากมีพลเมืองดีคนใดมีข้อมูล หรือเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัวคนขับรถกระบะคันนี้ได้ สังคมไทยต้องร่วมมือกันไม่ให้คนทำผิดลอยนวล และช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น “อ่างรับมลพิษ”จากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

Rebecca Kim

Published

on

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดช็อกขึ้นที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรช่วงดึก ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในภาวะเครียดจัด ได้ใช้มีดคมจี้ภรรยาของตนเองเป็นตัวประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในบริเวณตลาดคลองลาน อำเภอคลองลาน ผู้ก่อเหตุคือ นายวุฒิไกร ชายวัย 30 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เขาย้ายมาทำงานและอาศัยอยู่กับภรรยาในพื้นที่นี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในคืนดังกล่าว

ประเด็นสำคัญ  

  • ชายวัย 30 ปีเกิดอาการเครียดสะสม และใช้มีดจี้คอภรรยาเป็นตัวประกันในร้านสะดวกซื้อ
  • ต้นเหตุมาจากความน้อยใจที่เกิดอุบัติเหตุรถล้ม แต่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจหรือเป็นห่วงตนเอง
  • ตำรวจใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมกว่า 1 ชั่วโมง จนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัวและภรรยาปลอดภัย

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน นายวุฒิไกรได้ขับรถจักรยานยนต์แล้วเกิดล้มเองที่ตลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมยามได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตำรวจช่วยทำแผลถลอกให้เขา ก่อนจะพาเขากลับไปส่งที่บ้านพัก ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นถูกนำไปจอดเก็บไว้ที่ป้อมยามตำรวจเพื่อความปลอดภัย

เมื่อนายวุฒิไกรกลับมาถึงบ้าน เขากลับไม่พบภรรยาของตนเองรออยู่ ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดและโวยวายออกมา เขาบ่นว่าไม่มีใครสนใจเขาเลยเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ทุกคนเอาแต่ถามหารถจักรยานยนต์ โดยไม่ได้เป็นห่วงร่างกายของเขาเลย ความรู้สึกน้อยใจนี้เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเครียดอย่างหนัก

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

การทะเลาะวิวาทและจุดเริ่มของการจี้ตัวประกัน

ตกเย็น ภรรยาของเขากลับมาถึงบ้านหลังจากเลิกงานรับจ้าง ผู้ใหญ่บ้านได้พยายามเข้ามาพูดคุยเพื่อให้เขาใจเย็นลง แต่เขาก็ยังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียว เขาบ่นว่าอยากกลับบ้านที่โคราชแต่ก็ไม่ได้กลับ รู้สึกเหมือนอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครเข้าใจและคอยดูแลเขา

ช่วงค่ำเวลาประมาณ 21.00 น. เขาเริ่มอาละวาดหนักขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเชิญตัวเขาไปพูดคุยที่ตู้ยาม เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ลง แต่ในระหว่างที่ตำรวจเตรียมจะพาเขากลับบ้าน นายวุฒิไกรได้ดึงตัวภรรยาเดินไปทางตลาด ทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอดทาง ทำให้ความเครียดของเขาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

เหตุการณ์เผชิดหน้าสุดระทึกขวัญภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

นายวุฒิไกรได้ฉุดกระชากภรรยาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจเพียงแค่ 200 เมตร จากนั้นเขาได้หยิบมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ออกมาจี้ที่บริเวณคอด้านหน้าของภรรยา เขาเรียกร้องให้ทุกคนหันมาสนใจและแก้ไขปัญหาของเขา เขาขอเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อพูดคุย และสัญญาว่าจะยอมมอบตัวหากทุกอย่างตกลงกันได้

ท่ามกลางความตกใจของพนักงานและลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

พ.ต.ท.ถนอม อิ่มมณี และ พ.ต.ท.บันลัง สถิตย์แจ้ง ได้นำกำลังตำรวจกว่า 20 นายเข้ามาระงับเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุอย่างใจเย็น การเจรจาดำเนินไปอย่างตึงเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน

ในที่สุดความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นผลสำเร็จ นายวุฒิไกรเริ่มมีท่าทีอ่อนลงและสงบสติอารมณ์ได้ เขายอมวางมีดและปล่อยตัวภรรยาแต่โดยดี เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย

หลังจากที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิไกรไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ การสอบสวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารภายในครอบครัว ความน้อยใจเพียงเล็กน้อยอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากบุคคลนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ การรับฟังและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ขึ้นในสังคมของเรา

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

Published

on

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร

หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
  • มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
  • ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง

ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย

จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา

ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร

ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่

นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน

อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending