ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทางหลวงยึดยาเมทแอมเฟตามีน 100,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในพัสดุส่วนตัว เผยให้เห็นกลอุบายในการ “ส่งผิดที่” เพื่อส่งคืนผู้ส่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี
ราชบุรี – เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจทางหลวงโชว์ผลงานสกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ หลังขยายผลจากการจับกุมรายย่อยจนพบความเชื่อมโยงถึงเส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชน โดยครั้งนี้สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 100,000…
ราชบุรี – เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจทางหลวง">ตำรวจทางหลวงโชว์ผลงานสกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ หลังขยายผลจากการจับกุมรายย่อยจนพบความเชื่อมโยงถึงเส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชน โดยครั้งนี้สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 100,000 เม็ด ขณะพัสดุกำลังถูกตีกลับไปยังพื้นที่ภาคเหนือ
จุดเริ่มจาก ‘รายย่อย’ สู่การขยายผลระดับประเทศ
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ที่สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งถอนรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้ถนนหลวงเป็นเส้นทางลำเลียง โดยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวง กก.7 บก.ทล. ได้จับกุมนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนหนึ่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช
จากการสอบสวนและขยายผลอย่างละเอียด ทำให้เจ้าหน้าที่พบเบาะแสสำคัญว่า เครือข่ายนี้ไม่ได้ใช้การขนส่งแบบเดิมๆ แต่ใช้วิธีแฝงมากับ “ระบบพัสดุของบริษัทเอกชน” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจต่างๆ
เปิดกลโกงส่งพัสดุ แฝงยาบ้าจากเหนือล่องใต้
ชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของพัสดุกล่องหนึ่งที่ส่งมาจาก จ.เชียงราย โดยระบุชื่อผู้ส่งว่า “อาเคอะ” และมีปลายทางอยู่ที่ อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ระบุชื่อผู้รับคือ “สมชาย”
สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าเป็นของผิดกฎหมาย คือพฤติกรรมที่ผิดปกติหลังจากพัสดุเดินทางมาถึงกึ่งกลางทาง โดยพบข้อมูลในระบบออนไลน์ว่ามีการแจ้ง “ส่งพัสดุผิด” และขอให้ตีกลับพัสดุไปยังต้นทางที่ จ.เชียงราย ทันที ซึ่งคาดว่าเป็นแผนของกลุ่มขบวนการที่ไหวตัวทัน หรือต้องการอำพรางเส้นทางพัสดุเพื่อไม่ให้สาวถึงตัวผู้รับจริง
นาทีสกัดพัสดุ ‘ตีกลับ’ ที่จุดบริการทางหลวงวังมะนาว
เมื่อทราบเส้นทางและหมายเลขพัสดุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.2 บก.ทล. จึงได้วางกำลังดักซุ่มและประสานงานกับบริษัทขนส่ง จนกระทั่งพบรถขนส่งพัสดุคันเป้าหมายวิ่งผ่านบริเวณหน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังมะนาว ถนนพระราม 2 ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี
สรุปผลการตรวจค้นและของกลางที่พบ:
- สถานที่ตรวจยึด: หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังมะนาว จ.ราชบุรี
- ลักษณะพัสดุ: กล่องกระดาษขนาดใหญ่ ปิดผนึกมิดชิด
- ของกลาง: ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด
- สถานะ: พัสดุอยู่ระหว่างถูกส่งกลับไปยังภาคเหนือ
ยุทธวิธีใหม่ของแก๊งค้ายา: ความท้าทายของเจ้าหน้าที่
พ.ต.อ. ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดหันมาใช้บริการขนส่งเอกชนมากขึ้น เพราะมีความรวดเร็วและตรวจสอบได้ยากกว่าการขับรถขนเอง การสั่ง “ตีกลับพัสดุ” กลางคันเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ใช้เพื่อตรวจสอบว่าพัสดุนั้นถูกเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่หรือไม่ หากสามารถตีกลับได้สำเร็จโดยไม่มีปัญหา พวกเขาก็จะเปลี่ยนวิธีหรือจังหวะการส่งใหม่
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจทางหลวงได้มีการประสานข้อมูลกับผู้ประกอบการขนส่งอย่างใกล้ชิด และใช้ระบบตรวจสอบที่ทันสมัยทำให้สามารถสกัดกั้นได้ทันท่วงที
เดินหน้าขยายผล ล่าตัว ‘อาเคอะ’ และผู้ร่วมขบวนการ
ขณะนี้ ของกลางยาบ้าทั้งหมดถูกส่งไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลทางดิจิทัล เพื่อระบุตัวตนที่แท้จริงของ “อาเคอะ” ผู้ส่ง และ “สมชาย” ผู้รับ ซึ่งเชื่อว่าเป็นนามแฝงของบุคคลในเครือข่ายค้ายาข้ามภาค
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสัญจรหนาแน่น และกลุ่มมิจฉาชีพมักอาศัยจังหวะนี้ในการลักลอบขนของผิดกฎหมาย
สรุปเหตุการณ์สำคัญ
- 4 เม.ย. 69: จับกุมรายย่อยที่ จ.นครศรีธรรมราช เริ่มการขยายผล
- 11 เม.ย. 69: ตรวจพบพัสดุต้องสงสัยจากเชียงรายแจ้งตีกลับ
- ช่วงบ่ายวันเดียวกัน: ตำรวจทางหลวงราชบุรีเข้าสกัดและตรวจยึดยาบ้า 1 แสนเม็ด
ตำรวจทางหลวงยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพัสดุภัณฑ์และรถขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตามนโยบาย “ตำรวจทางหลวง ห่วงใยทุกชีวิต”
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจทางหลวงเชียงรายสกัดจับผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดบนรถโดยสารที่กำลังมุ่งหน้าไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เปิดโปง “Rose Rose” หญิงลึกลับจากเชียงราย ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – วงการค้ายาเสพติดข้ามชาติกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังจากเกิดคดีดังที่อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือแอร์โฮสเตส ถูกจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีน การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนำไปสู่การเปิดเผยตัวตนของบุคคลลึกลับที่ใช้ชื่อแฝงในโลกออนไลน์ว่า “Rose Rose”
จากการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพบว่า ตัวจริงของบัญชีลึกลับนี้คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุชัดเจนว่าเธอไม่ใช่อาชญากรธรรมดา แต่มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดระดับมหึมาในแถบชายแดน
ประเด็นสำคัญ
- ตัวตนที่แท้จริง: “Rose Rose” คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวจากอำเภอแม่สรวย ผู้ใช้ซิมการ์ดของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อติดต่อหาเหยื่อมารับจ้างหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศ
- เครือข่ายครอบครัวสายสีเทา: สามีของเธอถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด และเธอยังเป็นน้องสะใภ้ของนายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งเป็นลูกเขยของผู้นำกองกำลังมูเซอ
- การหลบหนีล่าสุด: หลังจากผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม น.ส.จันทราได้ตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย เพื่อไปกบดานอยู่กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในฝั่งเมียนมา
ประวัติส่วนตัวของ น.ส.จันทรา ถือว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างลึกซึ้ง สามีของเธอคือนายวีรวัฒน์ หรือ ติ๊ก ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีข้อหาสมคบค้ายาเสพติดและถูกยึดทรัพย์สินจำนวนมากในช่วงปี 2558 ถึง 2559 โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในจังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ นายวีรวัฒน์สามีของเทยังมีฐานะเป็นน้องชายของ นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่ทางการไทยต้องการตัวและหลบหนีหมายจับมานานกว่า 10 ปี ที่น่ากลัวกว่านั้นคือนายวีระมีสถานะเป็นลูกเขยของ พันเอกจะลอโบ่ ผู้นำกองกำลังชาวมูเซอในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เครือข่ายนี้จึงสามารถลักลอบนำเข้ายาบ้าและเฮโรอีนเข้ามาตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่องตามรายงานข่าวของ คมชัดลึก
กลอุบายล่าเหยื่อแอร์สาวและการหลบหนีข้ามฝั่ง
ในการทำงานค้ายาเสพติด น.ส.จันทราจะทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อที่มีโปรไฟล์ดีผ่านทางแอปพลิเคชันเมสเซนเจอร์ โดยเธอจงใจเลือกอดีตแอร์โฮสเตสและลูกสาวให้มารับงานหิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย วิธีการพรางตัวของเธอคือการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนด้วยชื่อของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยมาถึงตัวเธอได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เครือข่ายผู้จ้างวานและนายหน้าอย่าง “รินริน” หรือนายเอกวิทย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. จับกุมตัวได้และให้การซัดทอดว่า น.ส.จันทราคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทำให้เธอไหวตัวทันและตัดสินใจเดินทางหลบหนีออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแดนไปกบดานอยู่กับนายวีระภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังติดอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดรถบรรทุกพ่วงบรรทุกยาไอซ์ 300 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกค้นเป้าหมายสำคัญในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเยาวชน
เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจสอบบ้านพักจำนวน 2 หลังภายในซอยเพชรเกษม 63 ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ประเด็นสำคัญ
- การจับกุมเครือข่ายใหญ่: ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน 2 หลังในย่านบางแค พร้อมรวบตัวผู้ค้ารายใหญ่ได้ 2 ราย
- ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล: ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 50,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีก 4.8 ล้านบาท
- จุดเสี่ยงใกล้ชุมชน: แหล่งกระจายสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุด
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำทีมโดย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจาก บก.สอท.2 อย่างเต็มกำลัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ น.ส.สุมาพร วัย 40 ปี และนายพีรพล แฟนหนุ่มวัย 28 ปี ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
จุดแรกที่เจ้าหน้าที่บุกค้น ถูกใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและสถานที่แพ็คของเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ต้องหา ที่นี่เองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวนกว่า 4.8 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเงินหมุนเวียนจากการทำธุรกิจสีเทานี้
นอกจากเงินสดแล้ว ยังพบเครื่องพอทและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเติม รวมของกลางทั้งหมดกว่า 50,000 ชิ้น สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้จาก ข่าวต้นฉบับของไทยรัฐ
ขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยสู่ระดับหัวจ่าย
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของชุดสืบสวนไซเบอร์ ตำรวจเริ่มต้นจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ก่อนจะแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็ทราบถึงแหล่งกบดานของเอเย่นต์รายใหญ่นี้
ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า สินค้าบางส่วนถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางส่วนเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับที่เคยถูกทลายไปก่อนหน้านี้ การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของขบวนการ
พล.ต.ท.นิรันดร เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสถานที่เก็บสินค้าอยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เยาวชนจะเข้าถึงสิ่งเสพติดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
บทลงโทษและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ การช่วยซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน
ข้อหาดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามขาย หรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะไม่หยุดการกวาดล้างเพียงเท่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังคงลอยนวลอยู่ ปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยากขึ้นหากขาดกฎหมายที่เข้มงวด
การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการซื้อขาย เพื่อทำลายวงจรธุรกิจนี้ให้สิ้นซาก
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยไร้ควันพิษสำหรับอนาคตของชาติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย
ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดช็อกสะเทือนวงการการศึกษาไทยได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจนครปฐมบุกจับกุมครูสอนคณิตศาสตร์ชื่อดังดีกรีระดับ “ด็อกเตอร์” หลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ชายหลายราย ผู้ก่อเหตุใช้ความน่าเชื่อถือในฐานะครูหลอกล่อเหยื่อ ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อใช้ข่มขู่เด็ก ไม่ให้กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร คดีนี้สร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพและไว้วางใจ
เรื่องราวสุดสลดนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กชายวัย 14 ปี สังเกตเห็นลูกชายมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ เมื่อพาไปพบแพทย์จึงทราบความจริงสุดช็อกว่าเด็กมีอาการอักเสบที่อวัยวะเพศ ในที่สุดเด็กยอมสารภาพด้วยความหวาดกลัวว่า ถูกครูสอนพิเศษคนนี้ล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 7 เดือนเต็ม
ประเด็นสำคัญ
- จับกุมครูดัง: ตำรวจรวบตัวครูคณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอก ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี พบผู้เสียหายแล้วมากกว่า 20 ราย
- ยึดคลิปแบล็กเมล์: เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานสำคัญ เป็นคลิปวิดีโอแบล็กเมล์เหยื่อในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มากกว่า 500 คลิป
- ขยายผลจับกุม: ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อดูว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ พร้อมเตือนพ่อแม่ให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด
ผู้ต้องหารายนี้คือ “นายเอก” (นามสมมติ) เป็นครูประจำชั้นระดับประถมศึกษาที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครปฐม เขาอาศัยความไว้วางใจจากพ่อแม่ที่จ้างไปสอนพิเศษที่บ้าน แต่กลับใช้โอกาสนี้ทำร้ายลูกศิษย์ของตนเอง เด็กชายผู้เสียหายให้การว่า เขาถูกล่วงละเมิดซ้ำๆ ถึง 22 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยไม่กล้าขัดขืน
ทุกครั้งที่ลงมือ ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เสมอ จากนั้นจะใช้คลิปเหล่านั้นข่มขู่เด็ก เขาขู่ว่าหากนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่ เขาจะปล่อยคลิปประจานให้อับอายกันทั้งหมด คำขู่ร้ายแรงเหล่านี้ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก เด็กบางรายถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ตำรวจพบหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เป็นคลิปในมือถือกว่า 500 คลิป ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้
การจับกุมและการสืบสวนของตำรวจ
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ TICAC จนสามารถขอศาลออกหมายจับได้สำเร็จ การเข้าจับกุมผู้ต้องหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านพักในจังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่มาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัล ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ก่อนปี 2560 ปัจจุบันมีเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ตกเป็นเหยื่อแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่ามีการนำคลิปเหล่านี้ไปเผยแพร่หรือขายต่อบนโลกออนไลน์หรือไม่ หากพบว่ามีการซื้อขายสื่อลามกอนาจารเด็กจริง ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญหน้ากับข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มเติมอย่างแน่นอน
บทลงโทษและคำเตือนถึงผู้ปกครอง
ความผิดในคดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและยอมความไม่ได้ การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากตำรวจพบว่ามีการส่งต่อหรือขายคลิปเพื่อแสวงหาผลกำไร โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุก 7 ปี ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจนครปฐม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดที่สุด เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อ
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ปกครองทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจรับฟังปัญหาของบุตรหลาน หากเด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป พ่อแม่ควรเข้าไปพูดคุยด้วยความรักและความเข้าใจ นอกจากนี้ ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องการใช้โทรศัพท์มือถือและสื่อออนไลน์ของเด็กด้วย เพราะอาชญากรรมมักแฝงตัวมากับเทคโนโลยีที่เด็กๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน
แนวทางการป้องกันในอนาคต
คดีสะเทือนขวัญคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในเรื่องความปลอดภัยของเด็ก แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวอย่างในบ้าน และอยู่กับครูที่ดูน่าเชื่อถือ ผู้ปกครองจึงต้องมีความตื่นตัวและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา การสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับเด็กๆ คือความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและการสื่อสารที่เปิดกว้างภายในครอบครัว
ตำรวจคาดว่าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติมที่ยังหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสแบบเป็นความลับ เพื่อปกป้องสภาพจิตใจของเด็กและชื่อเสียงของครอบครัว ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันสอดส่องดูแล เพื่อกวาดล้างอาชญากรที่แฝงตัวมาในคราบของนักการศึกษาให้หมดไปอย่างถาวร
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูคนหนึ่งถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 12 ปี
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าคัดเลือกครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอใหญ่มหาจักรี ครั้งที่ 7
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน




