ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจทลายแก๊งค้าของเถื่อน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในการบุกค้นแยกกัน

Published

on

กรุงเทพฯ – ตำรวจยืนยัน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในหลายพื้นที่ของไทย จากปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่าย “บัญชีม้า” รายใหญ่ การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่พัทลุงภาคใต้, เชียงใหม่ภาคเหนือ และสุรินทร์ภาคอีสาน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุพผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เปิดเผย

ผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน อายุราวกลาง 30 ปี ถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งการชักชวนโฆษณา และการจัดหาเลขบัญชีธนาคารหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้อื่นนำไปใช้ก่อคดี จุดจับกุมอยู่ที่บ้านพักในอำเภอเมืองพัทลุง, อำเภอศรีบรรพต และอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้เชื่อมโยงคดีหลอกลวงออนไลน์หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเส้นทางการเงินย้อนกลับไปถึงบัญชีธนาคารที่เปิดในจังหวัดพัทลุง ตามข้อมูลของ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์

เขาระบุว่า กลุ่มดังกล่าวชักชวนคนมากกว่า 30 รายให้เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชี และเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงอย่างน้อย 70 คดี ความเสียหายรวมประมาณ 21 ล้านบาท

“ขบวนการทำงานเป็นเครือข่าย มีขั้นตอนชัดเจน และมีหัวหน้าชาวต่างชาติสั่งการ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า วิธีการคือค่อย ๆ หลอกล่อให้เชื่อและหวังว่าจะได้งาน

คนไทยที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าถูกส่งไปชวนชาวบ้านในพื้นที่ โดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ อ้างว่าจะพาไปทำงานแม่บ้านในคาสิโนของประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ระบุ ให้ค่าจ้าง 10,000 ถึง 20,000 บาท สำหรับงาน 2 ถึง 3 วัน

เมื่อมีคนตกลง กลุ่มผู้ก่อเหตุจะให้เปิดบัญชีธนาคารอย่างน้อยคนละ 5 บัญชี พร้อมบัตรเอทีเอ็ม และให้เตรียมพาสปอร์ตเพื่อเดินทางข้ามแดน จากนั้นจะมีผู้ต้องหาบางส่วนทำหน้าที่ประสานงานและพาไปยังจุดนัดหมาย ก่อนส่งต่อให้ผู้บงการ

บัญชีม้าถูกใช้งานจนถูกอายัดและใช้ต่อไม่ได้ เมื่อหมดประโยชน์ก็ส่งคนที่ถูกพาไปกลับไทย บัญชีเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น หลอกลงทุนออนไลน์ และหลอกกู้เงิน

ผู้ต้องหาบางรายยอมรับว่าเคยชวนคนในพื้นที่ไปเปิดบัญชี แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงโดยตรง

ตำรวจระบุว่า มีหลักฐานดิจิทัล ทั้งข้อมูลธุรกรรมและการติดต่อสื่อสารออนไลน์กับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ จึงใช้เป็นฐานในการจับกุม ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ

บังคับใช้กฎหมายบัญชีม้า

บัญชีม้า คือบัญชีธนาคารหรือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดในชื่อคนหนึ่ง แต่ถูกคนร้ายนำไปใช้รับโอนเงิน หมุนเงิน หรือฟอกเงิน เงินเหล่านี้มักมาจากคดีหลอกลวงออนไลน์ เช่น หลอกลงทุน, คอลเซ็นเตอร์, หลอกรัก (romance scam) หรืออาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบอื่น เครือข่ายมักหาคนผ่านโฆษณางานในโซเชียลที่อ้างว่าได้เงินจริงง่าย มีรางวัล หรือทำงานที่บ้าน บางคนถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนยอมทำเพื่อค่าตอบแทนเล็กน้อย (ไม่กี่พันบาทต่อบัญชี)

ไทยเผชิญปัญหาบัญชีม้าเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลัง โดยทางการเคยประเมินว่าอาจมีบัญชีม้าใช้งานอยู่ได้ถึง 1 ล้านบัญชี ในบางช่วง ตั้งแต่ปี 2022 มูลค่าความเสียหายจากคดีหลอกลวงเกิน 1 แสนล้านบาท ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งกวาดล้าง ทั้ง สำนักงาน ปปง. (AMLO), ธนาคารแห่งประเทศไทย, ก.ล.ต. (SEC) และตำรวจ มีการปิดบัญชีต้องสงสัยจำนวนมาก รวมแล้วมากกว่า 580,000 บัญชี ตั้งแต่ปลายปี 2023 และจับกุมผู้ต้องหาหลายพันราย

บทลงโทษเกี่ยวกับบัญชีม้าถูกเข้มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังมีการแก้ไข กฎหมายอาชญากรรมไซเบอร์ และ กฎหมายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในปี 2025 โทษหลัก ๆ ได้แก่

  • คนที่เปิดบัญชี, ยอมให้ผู้อื่นใช้, ขาย หรือให้เช่าบัญชี (รวมถึงบัญชีดิจิทัลหรือคริปโต) เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี, ปรับไม่เกิน 300,000 บาท, หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ผู้ที่รับจ้างหาคน หรือจัดการเป็นขบวนการแบบ “ฟาร์มบัญชีม้า” เสี่ยงโทษหนักขึ้น จำคุก 2 ถึง 5 ปี และปรับ 200,000 ถึง 500,000 บาท
  • หากโยงถึงความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โทษอาจสูงถึงจำคุก 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท (หรือมากกว่านั้นตามความเสียหาย) พร้อมมาตรการยึดทรัพย์

แม้คนที่อ้างว่าไม่รู้เรื่องก็ยังเสี่ยงถูกอายัดบัญชี ถูกตรวจสอบ หรือถูกปิดถาวร ในคดีใหญ่บางคดี ศาลเคยลงโทษหนัก เช่น จำคุก 14 ถึง 18 ปี กับกลุ่มที่ช่วยให้เกิดการหลอกลวงวงกว้าง หน่วยงานรัฐย้ำให้ประชาชนเลี่ยงข้อเสนอที่เกี่ยวกับการให้ยืมหรือแชร์บัญชี เพราะเงินไม่กี่พันบาท ไม่คุ้มกับผลกระทบระยะยาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เชียงรายยินดีต้อนรับเหล่าฮีโร่ผู้ชนะการแข่งขันแกะสลักหิมะชิงแชมป์โลกที่เมืองฮาร์บินกลับมาอีกครั้ง

Trending

Exit mobile version