รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว

เชียงราย - Chiang Rai News

รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว

Published

on

เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี

คดีนี้เริ่มจาก ตำรวจได้รับเบาะแส จากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่าถนนช่วงยาวและค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอพญาเม็งราย มักได้ยินเสียงคล้ายประทัดหรือเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นใจ

เพราะเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงประสานกำลังและตั้งจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า

เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์สีดำ รุ่น CBR ใช้ความเร็วสูงจากฝั่งอำเภอเทิง มุ่งหน้าไปทางอำเภอพญาเม็งราย ตำรวจให้สัญญาณเรียกตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหนีไปทางบ้านสันป่าสัก ตำบลเม็งราย

จากนั้นตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และสกัดรถได้ตอนเลี้ยวเข้าถนนซอยในหมู่ 3 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ทั้งสองมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและดูมีพิรุธ

ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ขับขี่ และตรวจสอบกระเป๋าสะพายสีเขียวเข้มที่พกติดตัว พบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเอง ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก

ตรวจพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่กรุงเทพฯ

ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ

  • วรัญยู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
  • ฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาวตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย

เมื่อเช็กกับฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบทั้งสองมีหมายจับค้างอยู่ เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในท้องที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร

ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ร่วมกันหลอกลวงในลักษณะเงินกู้ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน

ระหว่างทำบันทึกจับกุม วรัญยูรับว่าอาวุธปืนเป็นของตน เขาบอกว่าหยิบออกจากบ้านในอำเภอเทิง เพราะต้องการพกไว้ป้องกันตัว ระหว่างเดินทางไปซ่อนอยู่บ้านญาติในอำเภอพญาเม็งราย

ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และประสาน สน.ตลิ่งชัน เพื่อดำเนินการตามหมายจับต่อไป

ตำรวจเชียงรายจับขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดข้ามแดน ยึดของกลางกว่า 4.9 ตัน

อีกคดีในจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยลักลอบนำเข้าอะโวคาโดจากเมียนมาเข้าประเทศไทย บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย พร้อมยึดของกลางมากกว่า 4.9 ตัน โดยตำรวจระบุว่าไม่พบเอกสารศุลกากร และไม่มีเอกสารตรวจสุขอนามัยหรือเอกสารตรวจพืชตามขั้นตอน

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดสั่งการให้สืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ กิตติพงษ์ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสอง จังหวัดแพร่, กิตติกรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร และ ทรงพล อายุ 34 ปี ชาวตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า ทั้งสามร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ขนย้าย ครอบครอง หรือจำหน่ายสินค้า ที่ควรรู้ว่าเป็นของนำเข้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

การจับกุมเกิดขึ้นหลังชุดลาดตระเวนตรวจเข้มแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย ระหว่างตรวจจุดใกล้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในหมู่ 13 ตำบลแม่สาย พบรถกระบะส่วนบุคคล 2 คันจอดอยู่ใกล้กัน

คันแรกเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร บรรทุกอะโวคาโด 113 ลัง ลังละ 25 กิโลกรัม รวม 2,825 กิโลกรัม ส่วนคันที่สองเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชรเช่นกัน บรรทุก 50 ลัง รวม 1,250 กิโลกรัม

ตำรวจระบุว่า กิตติพงษ์ และ กิตติกรณ์ เป็นคนขับรถกระบะทั้งสองคัน ขณะที่ ทรงพล อยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในช่วงตรวจค้น

หลังตรวจสอบสินค้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอะโวคาโดมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง หรือเอกสารตรวจจากด่านกักกันพืชได้ ตำรวจจึงยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน

ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์

 

Trending

Exit mobile version