ฟุตบอลไทย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกแซงลิเวอร์พูล 2-1 พรีเมียร์ลีก, ดราม่าท้ายเกมที่แอนฟิลด์

Published

on

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะครั้งสำคัญเหนือลิเวอร์พูล 2-1 ที่แอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 โดยพลิกเกมในช่วงท้ายเกม ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ตามหลังอยู่ก่อนหมดเวลาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังหาทางคว้าสามแต้มสำคัญและรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้ เนื่องจากอาร์เซนอลขึ้นนำไปก่อน ผลการแข่งขันนี้ทำให้ซิตี้ลดช่องว่างคะแนนเหลือ 6 คะแนน และเพิ่มพลังใหม่ให้กับการแข่งขันในช่วงท้ายฤดูกาล

ภาพรวมเกม

ครึ่งแรกทั้งสองทีมเล่นกันรัดกุม ลิเวอร์พูลใช้ความได้เปรียบในบ้านกดดันเป็นช่วงๆ ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเน้นครองบอลและคุมจังหวะตามถนัด โอกาสมีทั้งสองฝั่ง แต่ยังไม่มีใครเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ จบ 45 นาทีแรก 0-0 โดยผู้รักษาประตูทั้งคู่มีเซฟสำคัญช่วยทีมไว้

กลับมาครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเร่งเครื่องมากขึ้น และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 74 จาก โดมินิก โซบอสซ์ลาย ที่ปั่นฟรีคิกเสียบเสาอย่างสวยงาม ทำให้บรรยากาศในแอนฟิลด์คึกคักทันที ลิเวอร์พูลนำ 1-0 และภาพรวมดูเหมือนจะคุมเกมได้อยู่

แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ปล่อยให้เกมหลุดมือ พวกเขาตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 84 เมื่อ แบร์นาร์โด ซิลวา วอลเลย์จังหวะสำคัญจากบอลที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ มีส่วนในจังหวะต่อเนื่อง ส่งบอลพุ่งเข้ามุม สกอร์กลับมาเป็น 1-1

จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูลเสียจุดโทษ หลัง อลิสซง เบ็คเกอร์ ทำฟาวล์ มาเตอุส นูเนส ในเขตโทษ และเป็น เออร์ลิง ฮาลันด์ รับหน้าที่สังหาร ยิงเข้าไปแบบนิ่งๆ ให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงนำ 2-1 พร้อมปิดเกมคว้าแต้มกลับออกไป

ช่วงท้ายยังมีจังหวะวุ่นวายเพิ่ม เมื่อมีประตูของลิเวอร์พูลถูกยกเลิกหลัง VAR ตรวจสอบ และ โซบอสซ์ลาย โดนใบแดง ทำให้เจ้าบ้านจบเกมด้วยผู้เล่น 10 คน

เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • นาทีที่ 74: โดมินิก โซบอสซ์ลาย ซัดฟรีคิกเสียบเสา ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0
  • นาทีที่ 84: แบร์นาร์โด ซิลวา วอลเลย์จังหวะสำคัญ ตีเสมอ 1-1
  • นาทีที่ 90+3: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะอลิสซงฟาวล์นูเนส, เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงเข้าไป แซงนำ 2-1
  • ช่วงท้ายเกม: ประตูของลิเวอร์พูลถูกริบคืนหลัง VAR เช็ก และ โซบอสซ์ลาย ถูกไล่ออก

เกมนี้ถูกพูดถึงหนักมาก เพราะรูปเกมสูสีและมีจุดเปลี่ยนในช่วงสุดท้าย ทำให้แฟนบอลลุ้นกันถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ

สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

รายการ ค่าคะแนน/จำนวน
ประตูที่ทำได้ 2
ประตูที่เสีย 1
การครองบอล (%) 58
การยิงทั้งหมด 14
การยิงเข้ากรอบ 6
การผ่านบอลสำเร็จ 512 (88%)
ใบเหลือง 3
ใบแดง 0
ผู้เล่นเด่น เออร์ลิง ฮาลันด์ (1 ประตู), แบร์นาร์โด ซิลวา (1 ประตู)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นชัดว่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะตามหลังช่วงท้าย แต่ยังเดินหน้าหาประตูจนพลิกกลับมาชนะได้

สถิติทีมลิเวอร์พูล

รายการ ค่าคะแนน/จำนวน
ประตูที่ทำได้ 1
ประตูที่เสีย 2
การครองบอล (%) 42
การยิงทั้งหมด 12
การยิงเข้ากรอบ 5
การผ่านบอลสำเร็จ 398 (82%)
ใบเหลือง 4
ใบแดง 1 (โซบอสซ์ลาย)
ผู้เล่นเด่น โดมินิก โซบอสซ์ลาย (1 ประตู)

ลิเวอร์พูลทำได้ดีในภาพรวม โดยเฉพาะหลังจากขึ้นนำ แต่ความผิดพลาดช่วงท้ายเกมทำให้เสียแต้มไปแบบน่าเสียดาย แถมยังต้องเล่น 10 คนในช่วงท้ายอีกด้วย

สรุปผลและผลต่อการลุ้นแชมป์

ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์อย่างจริงจังต่อไป และการบุกชนะที่แอนฟิลด์ก็เพิ่มความมั่นใจให้ทีมไม่น้อย ขณะที่ลิเวอร์พูลเจ็บหนักจากการเสียประตูท้ายเกม รวมถึงดราม่าจาก VAR และใบแดงที่ทำให้บทสรุปยิ่งขมขึ้น

พรีเมียร์ลีกยังคงเป็นลีกที่เปลี่ยนได้ทุกนาที และเกมนี้ก็ย้ำชัดว่า ถ้าเผลอแค่ช่วงสั้นๆ ผลลัพธ์อาจพลิกได้ทันที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ดอัด สเปอร์ส 2-0 คว้าชัย 4 นัดติด

Trending

Exit mobile version