ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกดาร์บีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยุคคาร์ริค
ในแมนเชสเตอร์ดาร์บีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด วันที่ 17 มกราคม 2026 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้หนักแน่นและเอาชนะคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เกมนี้ถือเป็นการเริ่มงานที่สวยงามของกุนซือชั่วคราว ไมเคิล คาร์ริค หลังมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องผู้จัดการทีม และยังเป็นการล้างแค้นจากความพ่ายแพ้ 0-3 ที่เอติฮัดเมื่อเดือนกันยายนด้วย
ตลอดเกม ยูไนเต็ดคุมจังหวะได้หลายช่วง เล่นด้วยความดุดัน เปลี่ยนจากรับเป็นรุกเร็ว และจบสกอร์ได้คม แม้จะมีถึงสามประตูที่ถูกริบคืนเพราะล้ำหน้าแบบเฉียดฉิว และยิงชนเสา, คานรวมสองครั้ง แต่ภาพรวมแล้วสามแต้มเป็นของเจ้าบ้านแบบสมควร ผลนี้ยังดันให้พวกเขาขยับขึ้นไปเกาะกลุ่มท็อปไฟว์ของตารางพรีเมียร์ลีกชั่วคราว ขณะที่ซิตี้สะดุดหนักในการลุ้นแชมป์ และอาจตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เซนอลถึงเก้าแต้ม ขึ้นอยู่กับผลคู่อื่น
ครึ่งแรก ยูไนเต็ดบุกมากกว่า แต่ยังไม่เป็นสกอร์
เริ่มเกมมา ยูไนเต็ดเร่งเพรสตั้งแต่ต้น และเกือบได้ประตูเร็วจากลูกโหม่งของ แฮร์รี แม็กไกวร์ ที่ชนคานจากเตะมุมของ บรูโน แฟร์นันด์ส เจ้าบ้านคิดว่าขึ้นนำได้ถึงสองครั้งในครึ่งแรก จาก อาหมัด ดิยัลโล และ บรูโน แฟร์นันด์ส แต่ทั้งสองจังหวะถูก VAR จับล้ำหน้าแบบก้ำกึ่ง
ฝั่งซิตี้ต่อบอลได้เยอะตามสไตล์ แต่จังหวะเข้าทำไม่ไหลลื่น เออร์ลิง ฮาลันด์ แทบไม่มีบทบาท (สัมผัสบอลเพียง 14 ครั้งก่อนถูกเปลี่ยนตัว) อีกจุดที่เป็นประเด็นคือ ดีโอโก ดาโลต์ รอดพ้นใบแดงจากจังหวะเข้าปะทะสูงใส่ เฌเรมี โดกู ได้แค่ใบเหลืองเท่านั้น ถึงซิตี้จะครองบอลมากกว่า แต่แนวรับยูไนเต็ดจัดระเบียบดี เกมจบครึ่งแรกที่ 0-0
ครึ่งหลังยิงสองเม็ด Mbeumo กับ Dorgu ปิดงาน
ประตูแรกมาในนาทีที่ 65 จากเกมสวนกลับที่ชัดเจน หลังเคลียร์ลูกฟรีคิกของซิตี้ได้ ยูไนเต็ดพาบอลขึ้นหน้าแบบเร็วเป็นจังหวะ 4 ต่อ 2 บรูโน แฟร์นันด์ส ชะลอจังหวะได้พอดี ก่อนจ่ายให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ หลุดไปยิงผ่าน จานลุยจิ ดอนนารุมมา เข้าไปอย่างเยือกเย็น เป็นประตูที่ 7 ของเขาในลีกฤดูกาลนี้ เสียงเฮดังสนั่นทั้งสนาม และคาร์ริคก็ฉลองเต็มอารมณ์ข้างเส้น
ยูไนเต็ดหนีเป็น 2-0 ในนาทีที่ 76 จากการต่อบอลขึ้นเกมแบบใจเย็น ก่อนเปิดจากฝั่งขวาไปถึง แพทริก ดอร์กู ที่เติมมาสอดเข้ามุมเสาไกลแบบไร้ตัวประกบ และซัดจ่อๆ ไม่พลาด ประตูนี้ย้ำภาพรวมของเกมที่ยูไนเต็ดเหนือกว่า โดยซิตี้มีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวตลอด 90 นาที
ช่วงท้ายเกม ยูไนเต็ดเคยส่งบอลเข้าประตูอีกครั้งจาก เมสัน เมานต์ แต่ก็ถูกจับล้ำหน้าอยู่ดี อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านคุมจังหวะปิดเกมได้เรียบร้อยจนจบ
สรุปสถิติและฟอร์มเด่นในเกม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: นักเตะเด่นและตัวเลขสำคัญ
- บรูโน แฟร์นันด์ส: แอสซิสต์ประตูแรก, ปั้นเกมต่อเนื่องทั้งเกม
- ไบรอัน เอ็มเบอโม่: ทำประตู (นาที 65), อันตรายในจังหวะสวนกลับ
- แพทริก ดอร์กู: ทำประตู (นาที 76), เติมเกมได้ดี
- อาหมัด ดิยัลโล: สร้างปัญหาด้วยการวิ่งทะลุช่อง, มีส่วนร่วมในเกมรุก
- ครองบอล: 31.9%
- ยิงเข้ากรอบ: 7 ครั้ง
- ยิงรวม: มากกว่าซิตี้ (ไม่ได้ระบุตัวเลขแน่ชัด แต่ภาพรวมเหนือกว่า)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ภาพรวมฝั่งทีมเยือน
- เออร์ลิง ฮาลันด์: มีส่วนกับเกมน้อย, ถูกเปลี่ยนตัว, ยังไม่มีประตูจากโอเพนเพลย์ใน 7 นัดหลัง
- เป๊ป กวาร์ดิโอลา ให้สัมภาษณ์หลังเกม: “The better team won… they had an energy we didn’t have.”
- ครองบอล: 68.1%
- ยิงเข้ากรอบ: 1 ครั้ง
- ภาพรวม: ขาดความเข้มและไอเดียในพื้นที่สุดท้าย
ชัยชนะนัดนี้สะท้อนสไตล์ของยูไนเต็ดภายใต้คาร์ริคที่เน้นวินัย เกมโต้กลับเร็ว และความทุ่มเทเป็นทีม ส่วนกวาร์ดิโอลาก็ยอมรับตรงๆ ว่ายูไนเต็ดดีกว่าในวันนั้น
ผล 2-0 ในศึก Manchester United vs Manchester City 2-0 ช่วยเพิ่มความหวังของยูไนเต็ดในการลุ้นพื้นที่แชมเปียนส์ลีก และทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์ของซิตี้สะดุดครั้งใหญ่ โอลด์ แทรฟฟอร์ดกลับมาคึกคักอีกครั้ง และแมนเชสเตอร์ในคืนนี้เป็นสีแดง