ฟุตบอล
โบโด/กลิมท์ช็อกโลก เปิดบ้านอัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
หนึ่งในผลการแข่งขันที่คนพูดถึงมากที่สุดของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เกิดขึ้นคืนวันอังคารที่ 20 มกราคม 2026 เมื่อ โบโด/กลิมท์ เปิดสนาม Aspmyra Stadion ที่มีหิมะและอุณหภูมิติดลบ เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 แบบที่แฟนบอลหลายคนไม่ทันตั้งตัว
นี่คือฤดูกาลแรกของโบโด/กลิมท์ในรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีก แต่พวกเขาเล่นแบบไม่เกรงชื่อชั้น เจาะจุดอ่อนของทีมเป๊ป กวาร์ดิโอลาได้ตลอดเกม และสะท้อนปัญหาความเปราะบางของซิตี้ในซีซันที่ฟอร์มไม่คงเส้นคงวา
สภาพอากาศหนาวจัด และพื้นสนามหญ้าเทียมเข้าทางเจ้าถิ่นเต็มๆ เกมนี้ยังเป็นชัยชนะครั้งแรกของโบโด/กลิมท์เหนือทีมจากอังกฤษ และเป็นชัยชนะในแชมเปียนส์ลีกของสโมสรนอร์เวย์ครั้งแรกนับตั้งแต่โรเซนบอร์กทำได้ในปี 2007 โดยมีนายกรัฐมนตรี Jonas Gahr Støre ร่วมชมในสนามท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก
ครึ่งแรกมาไว ฮ็อก์กดสองเม็ดในพริบตา
โบโด/กลิมท์เริ่มเกมแบบดุดัน และไม่ปล่อยให้ซิตี้ตั้งหลักนาน นาทีที่ 22 คาสเปอร์ ฮ็อก์ (Kasper Høgh) หัวหอกชาวเดนมาร์กฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับเร็ว ก่อนซัดผ่าน จานลุยจี ดอนนารุมมา เข้าไป หลังแนวรับซิตี้พลาดตำแหน่ง
ถัดมาแค่ 2 นาที ฮ็อก์กดเพิ่มอีกประตู เป็นเบิลแบบรวดเร็ว ทำให้แนวรับทีมเยือนเสียทรง และแฟนเจ้าถิ่นระเบิดเสียงเฮทั้งสนาม
จบครึ่งแรก โบโด/กลิมท์นำ 2-0 จากการลงโทษความผิดพลาดช่วงเปลี่ยนเกมของซิตี้แบบตรงจุด ขณะที่ทีมของกวาร์ดิโอลาดูปรับตัวกับความหนาว และการเพรสสูงที่วิ่งไม่หยุดของเจ้าถิ่นได้ยาก
ฮาวเก้ยิงสุดสวย, เชร์กี้ตีไข่แตก แต่จบที่ใบแดงของโรดรี
ครึ่งหลังความเดือดยิ่งเพิ่ม นาทีที่ 58 เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ (Jens Petter Hauge) ลากบอลขึ้นหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนปั่นไกลเสียบมุมบนแบบหมดจด ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0 จังหวะนี้โรดรีตามไม่ทัน และเกมเริ่มไหลไปทางเจ้าถิ่นชัดเจน
ซิตี้พยายามตอบโต้ทันที นาทีที่ 60 รายาน เชร์กี้ (Rayan Cherki) ที่ลงมาเป็นสำรอง ซัดจากหน้าเขตโทษเข้าไป จากแอสซิสต์ของ นิโก โอไรลีย์ (Nico O’Reilly) ทำให้มีความหวังขึ้นมาชั่วคราว
แต่โมเมนตัมของทีมเยือนอยู่ได้ไม่นาน โรดรีโดนไล่ออก หลังโดนสองใบเหลืองในเวลาเพียง 53 วินาทีจากจังหวะเข้าปะทะที่เสี่ยงเกินจำเป็น ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เหลือ 10 คนในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
ช่วงท้ายซิตี้พยายามบุกกดดัน แต่โบโด/กลิมท์ยืนเกมรับแน่น วินัยดี และไม่หลุดโฟกัส จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางการฉลองแบบสุดเหวี่ยงของเจ้าถิ่น ชัยชนะนัดนี้ถูกพูดถึงทันทีในฐานะอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป
กวาร์ดิโอลายอมรับ ทีมกำลังเจอเรื่องผิดพลาดเต็มไปหมด
หลังเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าผิดหวัง เขาบอกว่าเกมยังสูสีอยู่จนกระทั่งเสียประตูแรก แต่หลังจากนั้น “ทุกอย่างพังในรายละเอียดหลายจุด” และทีมรู้สึกว่า “อะไรๆ ก็ผิดไปหมด” พร้อมย้ำว่าต้องหาทางเปลี่ยนให้ได้
ด้านเออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงชาวนอร์เวย์ของซิตี้ที่เจอกับทีมจากบ้านเกิด ยอมรับตรงๆ ว่าทีมแพ้แบบ “สมควรแล้ว” และเป็นผลงานที่ “ไม่ดีพอ” ความพ่ายแพ้นี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของซิตี้ที่ยังหาชัยชนะในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม และเสียงวิจารณ์เรื่องเกมรับเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับโบโด/กลิมท์ เกมนี้เหมือนการประกาศตัวบนเวทียุโรป เกมรุกที่กล้าบุก กล้ากดดัน นำโดยความคมของฮ็อก์ และจังหวะเด็ดขาดของฮาวเก้ ผสมกับการเล่นเป็นทีม ทำให้พวกเขาคว่ำหนึ่งในทีมระดับท็อปได้แบบชัดเจน
คะแนนนักเตะโบโด/กลิมท์ และสถิติเด่น
| นักเตะ | ตำแหน่ง | ผลงานสำคัญ | คะแนน |
|---|---|---|---|
| Nikita Haikin | ผู้รักษาประตู | เซฟสำคัญ, คุมพื้นที่ดี | 8/10 |
| Brice Wembangomo | กองหลัง | รับแน่น, อ่านเกมดี | 7.5/10 |
| Jostein Gundersen | กองหลัง | ใจเย็นตอนโดนกดดัน | 8/10 |
| Odin Bjørtuft | กองหลัง | ตัดบอลหลายจังหวะ | 7.5/10 |
| Fredrik Bjørkan | กองหลัง | เติมเกมช่วยสร้างจังหวะ | 8/10 |
| Sondre Fet | กองกลาง | แอสซิสต์ให้ประตูของฮาวเก้ | 8.5/10 |
| Patrick Berg | กองกลาง | วิ่งไม่มีหมด, เชื่อมเกมดี | 8/10 |
| Jens Petter Hauge | กองกลาง | ยิงสวย, สร้างโอกาสตลอด | 9/10 |
| Kasper Høgh | กองหน้า | เบิล 2 ประตูใน 2 นาที | 9.5/10 |
| คนอื่นๆ (เฉลี่ยทีม) | – | เพรสหนัก, วินัยดี | 8/10 |
โดยรวมโบโด/กลิมท์มีช่วงที่ครองบอลได้ดี จ่ายบอลขึ้นหน้ามีคุณภาพ และชนะจังหวะดวลสำคัญในแดนกลางหลายครั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเขาเล่นได้เข้าทางกับสภาพสนามและอากาศแบบนี้
คะแนนนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสถิติเด่น
| นักเตะ | ตำแหน่ง | ผลงานสำคัญ | คะแนน |
|---|---|---|---|
| Gianluigi Donnarumma | ผู้รักษาประตู | ช่วยไม่ไหวกับ 3 ประตู | 6/10 |
| Rico Lewis | กองหลัง | รับมือสวนกลับลำบาก | 5.5/10 |
| Rúben Dias | กองหลัง | มีจังหวะหลุดให้เห็น | 6/10 |
| Joško Gvardiol | กองหลัง | ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ | 6.5/10 |
| Rodri | กองกลาง | โดนไล่ออก (2 เหลืองใน 53 วินาที) | 4/10 |
| Nico O’Reilly | กองกลาง | แอสซิสต์ให้เชร์กี้ | 6.5/10 |
| Rayan Cherki | แนวรุก | ยิงประตูตีไข่แตก | 7/10 |
| Erling Haaland | กองหน้า | โดนตัดขาดจากเกม, ไม่มีความคม | 5.5/10 |
| คนอื่นๆ (เฉลี่ยทีม) | – | ยืนตำแหน่งพลาด, เสียบ่อย | 5.8/10 |
ค่ำคืนนี้ของซิตี้จบลงด้วยความผิดพลาดในเกมรับ แดนกลางหลุดหลังโดนใบแดง และเกมรุกที่ไม่คมพอเมื่อถึงจังหวะต้องการประตู
โปรแกรมต่อไป และภาพรวมในกลุ่ม
ความพ่ายแพ้นัดนี้กระทบโอกาสของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในการจบอันดับท็อป 8 ของลีกเฟส แม้ยังมีลุ้นอยู่ ก่อนกลับไปเล่นในบ้านเจอกาลาตาซาราย
ส่วนโบโด/กลิมท์ ชัยชนะเหนือแมนซิตี้ช่วยเพิ่มโอกาสผ่านเข้ารอบแบบชัดเจน และตอกย้ำภาพทีมที่พร้อมสู้กับใครก็ได้ ถ้าเกมเข้าทางและทำตามแผนได้ครบ
คืนหนาวในแถบอาร์กติกพิสูจน์อีกครั้งว่า ชื่อเสียงและงบประมาณไม่ได้การันตีผลการแข่งขัน ถ้าความมุ่งมั่น แท็กติก และการจบสกอร์มาพร้อมกันในคืนเดียว