ฟุตบอล

ลิเวอร์พูลสะดุดอีกครั้ง, เปิดแอนฟิลด์เจ๊าเบิร์นลีย์ 1-1 แบบน่าหงุดหงิด

Published

on

ลิเวอร์พูลเจองานหนักตามเดิมเวลาเจอทีมที่ตั้งรับลึก, เกมพรีเมียร์ลีกวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2026 ที่แอนฟิลด์จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 กับ เบิร์นลีย์ ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น แม้ทีมของ อาร์เน่ สล็อต จะครองบอลมากกว่าและบุกแทบทั้งเกม แต่ก็เก็บได้แค่แต้มเดียวในบ้านอีกครั้ง นี่เป็นการเสมอในลีก 4 นัดติด และแม้ยังไม่แพ้ แต่เกมรุกยังจบสกอร์ไม่คมพอ

เกมนี้เป็นนัดที่ 22 ของฤดูกาล 2025-26 ลิเวอร์พูลยิงรวม 32 ครั้ง (เข้ากรอบ 11) และค่า xG เกือบแตะ 3.0 แต่ทำได้แค่ประตูเดียว ส่วนเบิร์นลีย์ที่ไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกมา 13 นัดก่อนหน้านี้ ยืนระบบ 5-4-1 แน่นๆ แล้วใช้โอกาสจากการยิงเข้ากรอบครั้งเดียว เปลี่ยนเป็นแต้มสำคัญในการลุ้นอยู่รอด

ครึ่งแรก: ลิเวอร์พูลบุกต่อเนื่อง แต่ทิ้งโอกาสสำคัญ

ลิเวอร์พูลออกสตาร์ตได้ดี ขยับบอลเร็วและพยายามเจาะแนวรับที่ถอยต่ำของเบิร์นลีย์ โอกาสช่วงต้นเป็นของ มิลอส เคอร์เคซ และ โคดี กัคโป แต่ มาร์ติน ดูบราฟก้า ยังเซฟช่วยทีมเยือนไว้ได้

จังหวะที่น่าจะเปลี่ยนเกมเกิดขึ้นเมื่อ กัคโป ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษโดย ฟลอเรนติโน ลุยส์ ผู้ตัดสินให้จุดโทษทันที โดมินิก โซโบสไล รับหน้าที่สังหาร แต่ยิงไปชนคานแบบน่าเสียดาย ทำให้เบิร์นลีย์รอดตัวไปอีกครั้ง

ลิเวอร์พูลยังเดินหน้ากดดันไม่หยุด ก่อนหมดครึ่งแรก ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ทำให้แอนฟิลด์ได้เฮ จากจังหวะรับบอลต่อจาก เคอร์ติส โจนส์ แล้วกดเต็มข้อจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ตอนพักครึ่งตามภาพรวมของเกม

ครึ่งหลัง: เบิร์นลีย์เอาคืน, ลิเวอร์พูลจบไม่ลง

กลับมาครึ่งหลัง เบิร์นลีย์เพิ่มความดุดันขึ้น และเกือบได้ประตูจากจังหวะสวนกลับที่ทำให้ อิบราฮิมา โกนาเต้ เกือบสกัดเข้าประตูตัวเอง แต่ อลิสซง เบ็คเกอร์ ยังป้องกันไว้ได้ทัน

นาที 65 เบิร์นลีย์ตามตีเสมอสำเร็จ จากความผิดพลาดตอนลิเวอร์พูลพยายามต่อบอลจากแดนหลัง บอลหลุดมาเข้าทาง มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ ที่รับต่อจาก ฟลอเรนติโน ก่อนจบสกอร์ผ่านอลิสซงเข้าไปเป็น 1-1

หลังเสียประตู บรรยากาศในสนามเริ่มหงุดหงิด ลิเวอร์พูลเร่งเกมช่วงท้าย ส่งตัวสำรองอย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ เฟเดริโก เคียซ่า ลงมาเติมความสด แต่ยังเจาะไม่เข้า แนวรับเบิร์นลีย์ช่วยกันบล็อกและเคลียร์แบบถวายชีวิต โดยเฉพาะ บาชีร์ ฮัมฟรีส์ ที่มีจังหวะสกัดบนเส้น ช่วยให้ทีมเยือนประคองแต้มกลับบ้านได้

สถิติเด่นของเกม

ตัวเลขชี้ชัดว่าลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายคุมเกม: ครองบอล 73%, ยิง 32 ครั้งต่อ 7 ครั้ง และเข้ากรอบ 11 ครั้ง ขณะที่เบิร์นลีย์เข้ากรอบแค่ครั้งเดียว แต่ผลการแข่งขันก็ย้ำปัญหาเดิมของทีมสล็อต เวลาเจอทีมตั้งโซนแน่นและรอจังหวะสวน

ผลงานเด่นของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้

ผู้เล่น ตำแหน่ง เรตติ้ง ผลงานสำคัญ
Alisson Becker GK 6 เซฟสำคัญจากจังหวะเกือบเข้าประตูตัวเอง
Jeremie Frimpong RB 7 เติมเกมริมเส้นต่อเนื่อง
Virgil van Dijk CB 7 คุมแนวรับได้ดี
Ibrahima Konate CB 6 มีจังหวะเสี่ยงเกือบทำเข้าประตูตัวเอง
Milos Kerkez LB 7 เปิดบอลอันตรายหลายครั้ง
Ryan Gravenberch CM 7 คุมจังหวะกลางสนาม
Curtis Jones CM 7 แอสซิสต์ให้เวิร์ตซ์ยิงนำ
Dominik Szoboszlai AM 6 พลาดจุดโทษ
Florian Wirtz AM 8 ยิงประตูสุดสวย (เด่นสุดของทีม)
Cody Gakpo FW 6 เรียกจุดโทษและได้โอกาสหลายครั้ง
Hugo Ekitike FW 7 สร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งตลอดเกม

ฝั่ง เบิร์นลีย์ เกมรับทำงานหนักและทำได้ตามแผน

ผู้เล่น ตำแหน่ง เรตติ้ง ผลงานสำคัญ
Martin Dubravka GK 8 เซฟหลายจังหวะ ช่วยทีมอยู่ในเกม
Axel Tuanzebe CB 7 เข้าปะทะแข็งแรง
Bashir Humphreys CB 8 เคลียร์บนเส้น, เด่นมาก
Maxime Esteve CB 7 จัดระเบียบเกมรับดี
Kyle Walker RWB 7 ช่วยปิดพื้นที่ฝั่งขวา
Lesley Ugochukwu CM 7 ตัดเกมและไล่บี้กลางสนาม
Florentino Luis CM 6 จ่ายให้เอ็ดเวิร์ดส์ก่อนตีเสมอ
Pires CM 7 วิ่งไม่มีหมด ช่วยเกมรับตลอด
Marcus Edwards AM 8 ยิงประตูตีเสมอสำคัญ
Jaidon Anthony LWB 7 มีบทบาทตอนสวนกลับ
Armando Broja FW 6 พักบอลช่วยทีมขึ้นเกม

ผลเสมอนัดนี้ทำให้ลิเวอร์พูลอยู่อันดับ 4 มี 36 แต้ม นำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 แต้ม แต่พลาดโอกาสไล่จี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 ส่วนเบิร์นลีย์ยังอยู่อันดับ 19 มี 14 แต้ม ตามโซนปลอดภัย 7 แต้ม แต่แต้มที่แอนฟิลด์ช่วยเพิ่มความหวังในการหนีตกชั้น

ภาพรวมแล้ว นี่คืออีกเกมที่ลิเวอร์พูลครองทุกอย่าง แต่เปลี่ยนความเหนือกว่าให้เป็นชัยชนะไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาเจอทีมท้ายตารางหรือทีมน้องใหม่ที่มาเน้นรับแน่นและรอสวนกลับในจังหวะเดียวให้คุ้มที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกดาร์บีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยุคคาร์ริค

Trending

Exit mobile version