ฟุตบอล
ลิเวอร์พูลถล่มนิวคาสเซิล 4-1, เอคีติเก้ยิงสองพาหงส์แดงแซงสุดมันที่แอนฟิลด์
หงส์แดงเก็บชัยพรีเมียร์ลีกนัดแรกของปี 2026, โชว์ฟอร์มดุดันต่อหน้าแฟนๆ
ลิเวอร์พูลเล่นได้ครบเครื่องในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2026 แม้โดนขึ้นนำก่อน แต่กลับมาเร่งเครื่องรัวสี่ประตู เอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 ชัยชนะนัดนี้เป็นการเก็บสามแต้มแรกในลีกของปีปฏิทิน 2026 ช่วยให้ทีมขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 และย้ำให้เห็นว่าฮูโก เอคีติเก้, แข้งใหม่ช่วงซัมเมอร์, เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น โดยมีฟลอเรียน เวียร์ตซ์เป็นตัวปั้นเกมสำคัญ
ไฮไลต์เกม: กอร์ดอนปลดล็อก, แต่ลิเวอร์พูลตอบโต้แบบไม่ไว้หน้า
นิวคาสเซิลออกสตาร์ตได้ดีและมาได้ประตูนำในนาทีที่ 36 จากแอนโธนี กอร์ดอน เขาจบสถิติไร้ประตูจากโอเพ่นเพลย์ในพรีเมียร์ลีกมาพักใหญ่ ด้วยการยิงเรียดผ่านมืออลิสซงหลังจังหวะต่อบอลที่ทำได้ลงตัว ทำให้ทีมเยือนพอมีความหวังว่าจะได้ผลการแข่งขันที่ดีในถิ่นแอนฟิลด์
แต่ลิเวอร์พูลไม่ปล่อยให้เกมยืดเยื้อ นาทีนาทีที่ 41 เวียร์ตซ์พาบอลลุยผ่านแดนกลาง ก่อนจ่ายย้อนมาแบบพอดีให้เอคีติเก้กดแบบไม่จับตีเสมอทันที จากนั้นอีกแค่สองนาที, นาทีที่ 43, เอคีติเก้เร่งสปีดฉีกทางฝั่งซ้าย เบียดแนวรับเอาอยู่ก่อนสะกิดบอลส่งเข้ามุมไกลแบบเหนือชั้น กลายเป็นสองประตูในเวลาไล่เลี่ยกัน พลิกเกมให้แอนฟิลด์เดือดทันตา และนิวคาสเซิลเสียอาการชัดเจน
ครึ่งหลังลิเวอร์พูลคุมเกมได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 67 โมฮาเหม็ด ซาลาห์มีส่วนร่วมกับอีกหนึ่งจังหวะสำคัญ เมื่อจ่ายให้เวียร์ตซ์จบสกอร์แบบเยือกเย็นเป็น 3-1 เวียร์ตซ์เดินเกมเด่นทั้งจ่ายทั้งยิง และถูกเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของนัดนี้
ช่วงทดเวลา ลิเวอร์พูลมายิงปิดกล่อง นาทีที่ 90+3 อิบราฮิมา โกนาเต้ที่กลับมาลงสนามด้วยสภาพจิตใจที่หนักหน่วงจากเรื่องส่วนตัว ได้รางวัลจากความทุ่มเท เมื่อเขาใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดของนิค โป๊ปที่รับบอลจากลูกเตะมุมไม่อยู่ บอลตกอยู่ตรงหน้าและซัดเข้าไปง่ายๆ ทำให้สกอร์ขาดและจบเกมแบบสมบูรณ์
ภาพรวมฟอร์มลิเวอร์พูลและสถิติสำคัญ
ลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าและสร้างโอกาสต่อเนื่อง จุดที่น่าพูดถึงคือการกลับมาได้หลังเสียประตูก่อน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาแทบไม่เจอบ่อยในฤดูกาลนี้ และเกมนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย
ตารางสถิติการแข่งขันของลิเวอร์พูล
| หมวดหมู่ | สถิติ |
|---|---|
| ประตู | 4 |
| ผู้ทำประตู | ฮูโก เอคีติเก้ (41′, 43′), ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (67′), อิบราฮิมา โกนาเต้ (90+3′) |
| แอสซิสต์ | ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (1), มิลอส เคอร์เคซ (1), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (1) |
| การครองบอล | 54% |
| โอกาสยิง | 17 |
| ยิงเข้ากรอบ | ไม่ระบุ (อัตราเปลี่ยนเป็นประตูสูง) |
| ผู้เล่นเด่น | ฮูโก เอคีติเก้ (ยิงสอง, ประตูลีกที่ 10), ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (1 ประตู 1 แอสซิสต์, แมน ออฟ เดอะ แมตช์) |
ชัยชนะนัดนี้สะท้อนว่าเกมรุกลิเวอร์พูลมีตัวเลือกมากขึ้น เอคีติเก้ทำตัวเลขได้สวย ส่วนเวียร์ตซ์ยังคงฟอร์มดีต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับแม้พลาดให้ก่อน แต่หลังจากนั้นยืนระยะได้ดีและแทบไม่เปิดช่องให้คู่แข่งจบแบบโล่งๆ
นิวคาสเซิลแผ่วหลังนำ, พลาดเองจนเสียหายหนัก
นิวคาสเซิลเริ่มเกมดีและได้ประตูนำตามแผน แต่หลังจากนั้นเกมรับเริ่มมีช่องให้เล่น หลายจังหวะเสียรูป โดยเฉพาะตอนโดนตีเสมอ และความผิดพลาดช่วงท้ายของโป๊ปที่ทำให้เสียประตูเพิ่ม แม้ประตูของกอร์ดอนจะเป็นจุดสว่าง แต่ภาพรวมทีมเยือนไม่สามารถยืนระยะรับแรงกดดันของลิเวอร์พูลในครึ่งหลังได้
ตารางสถิติการแข่งขันของนิวคาสเซิล
| หมวดหมู่ | สถิติ |
|---|---|
| ประตู | 1 |
| ผู้ทำประตู | แอนโธนี กอร์ดอน (36′) |
| การครองบอล | 46% |
| โอกาสยิง | 8 |
| ยิงเข้ากรอบ | ไม่มาก (โอกาสจะแจ้งมีน้อย) |
| ผู้เล่นเด่น | แอนโธนี กอร์ดอน (ทำประตู, ออกตัวดี) |
| ปัญหาหลัก | ความผิดพลาดเกมรับ, รักษาสกอร์นำไม่ได้ |
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้นิวคาสเซิลยังต้องรอชัยชนะในพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ต่อไป สถิติที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปียังไม่เปลี่ยน เอ็ดดี ฮาวพาทีมมีช่วงที่เล่นดี แต่สุดท้ายสู้ความแน่นอนและความดุดันของเจ้าบ้านไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อเกมเริ่มแกว่ง
ผลกระทบหลังเกม
ผล 4-1 ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลิเวอร์พูลในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ ทีมของอาร์เนอ สล็อตเริ่มกลับมาเล่นในจังหวะที่ต้องการ ส่วนฝั่งนิวคาสเซิล เกมนี้ย้ำชัดว่าการไปเยือนทีมระดับหัวตารางยังเป็นงานหนัก และความผิดพลาดเล็กๆ ก็โดนลงโทษได้ทันที
ลิเวอร์พูล 4-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คือภาพของเกมแซงชนะที่แอนฟิลด์คุ้นตา โดนก่อนแต่ไม่หลุดโฟกัส แล้วปิดเกมด้วยคุณภาพและความเด็ดขาดในช่วงเวลาสำคัญ
