ฟุตบอล

เสมอเดือดที่เทิร์ฟ มัวร์: เบิร์นลีย์ยันแมนฯ ยูไนเต็ด 2-2

Published

on

แลงคาเชอร์ ประเทศอังกฤษ – การแข่งขันพรีเมียร์ลีกภายใต้แสงไฟส่องสว่างที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ จบลงอย่างตื่นเต้นเร้าใจ โดยเบิร์นลีย์เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 เกมนี้เต็มไปด้วยประตูสุดสวย การตัดสินที่ถกเถียงกัน และประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมที่ทำให้แฟนบอลลุ้นระทึกตลอดเวลา

ผลการแข่งขันนี้ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์ของยูไนเต็ดยังคงอยู่ แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับพวกเขาเช่นกัน ในขณะที่เบิร์นลีย์ขยับออกห่างจากโซนตกชั้นมากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่จะประมาทได้เมื่อต้องเจอกับทีมใหญ่

คืนหนาวจัดมีแฟนเต็มความจุเกิน 21,000 คน แฟนยูไนเต็ดเดินทางมาเยอะ แม้เป็นเกมกลางสัปดาห์ ทีมของเอริก เทน ฮาก ถูกมองว่าเหนือกว่า ด้วยเกมรุกที่มีมาร์คัส แรชฟอร์ด และราสมุส ฮอยลุนด์ เป็นตัวชูโรง ด้านเบิร์นลีย์ของแว็งซ็องต์ กอมปานี วางแผนเล่นรัดกุม รอจังหวะโต้กลับ ใช้ความเร็วของไลล์ ฟอสเตอร์ และความแข็งในแดนกลางของจอช บราวน์ฮิลล์

ยูไนเต็ดครองเกมก่อน และได้ประตูนำเร็ว

แมนฯ ยูไนเต็ดเริ่มเกมได้ดีกว่า ครองบอลมากกว่า และพยายามเจาะแนวรับที่ยืนเป็นระเบียบของเบิร์นลีย์ ประตูแรกมาในนาทีที่ 17 บรูโน แฟร์นันด์สทำเกมได้เนียน ตักจ่ายเข้าพื้นที่ให้แรชฟอร์ดทางซ้าย ก่อนตัดเข้าในและปั่นโค้งเสียบมุมบนแบบหมดจด เจมส์ แทร็ฟฟอร์ดได้แต่มอง สกอร์เป็น 1-0 และแฟนทีมเยือนส่งเสียงกันลั่น

แต่เบิร์นลีย์ไม่ถอยง่ายๆ ทีมของกอมปานีทำได้ดีจากลูกตั้งเตะในฤดูกาลนี้ และมาตีเสมอก่อนครบครึ่งชั่วโมง ลูกเตะมุมของซานเดอร์ เบิร์ก ถูกดารา โอเชียขึ้นโหม่งเต็มหัว บอลชนเสาแล้วเด้งเข้าไป กองหลังทีมชาติไอร์แลนด์ดีใจสุดขีด หันไปฉลองกับแฟนเจ้าถิ่น หลังจากนั้นโมเมนตัมเริ่มเปลี่ยน เบิร์นลีย์มั่นใจขึ้น และบีบให้ อ็องเดร โอนานา ต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง

ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มเดือด จังหวะเสียบหนักของกาเซมิโรใส่บราวน์ฮิลล์ทำให้เจ้าตัวโดนใบเหลือง และมีปะทะกันเล็กน้อย ไมเคิล โอลิเวอร์คุมเกมไว้ได้ แต่ความเข้มข้นบอกชัดว่าครึ่งหลังจะมีอะไรให้พูดถึงอีกแน่

ครึ่งหลังเดือดทันที: ประตู, VAR และช่วงท้ายสุดกดดัน

กลับมาครึ่งหลังไม่นาน เกมเปิดหน้าแลกมากขึ้น นาทีที่ 52 ฮอยลุนด์พายูไนเต็ดขึ้นนำอีกครั้ง เขาวิ่งสอดรับบอลแทงจากค็อบบี เมนู ก่อนจบสกอร์จากระยะราว 12 หลาอย่างเยือกเย็น นับเป็นประตูที่ 8 ของเขาในฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ดยังดูเหนือกว่าในแดนกลาง และมีจังหวะเข้าทำจากการกระชากของอเลฮานโดร การ์นาโชเป็นระยะ

เบิร์นลีย์ยังสู้ไม่ถอย และมาตีเสมอจากจุดโทษที่เป็นประเด็นในนาทีที่ 68 ฟอสเตอร์ล้มในเขตโทษจากจังหวะปะทะกับลิซานโดร มาร์ติเนซ ผู้ตัดสินเช็ก VAR อยู่นานก่อนชี้เป็นจุดโทษ เซกี อัมดูนียิงหลอกโอนานาเข้าประตูไปเป็น 2-2 นักเตะยูไนเต็ดประท้วงกันหนัก เพราะมองว่ามีการสัมผัสน้อย แต่คำตัดสินไม่เปลี่ยน

20 นาทีสุดท้ายเป็นเกมสวนกันไปมา ยูไนเต็ดโหมหาประตูชัย แรชฟอร์ดยิงฟรีคิกชนคาน ขณะที่การ์นาโชบีบให้แทร็ฟฟอร์ดต้องปัดปลายมือ เบิร์นลีย์เองก็มีจังหวะโต้กลับอันตราย โดยลูกา โคเลโอโชใช้ความเร็วเล่นงานดิโอโก ดาโลต์อยู่หลายครั้ง ช่วงท้ายยูไนเต็ดส่งคริสเตียน เอริคเซนลงมาเพิ่มไอเดียเกมรุก แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังยืนกันแน่นจนจบ

หลังเกม เทน ฮากพูดถึงโอกาสที่หลุดมือไปว่า “เราสร้างโอกาสพอจะชนะได้ แต่ต้องให้เครดิตเบิร์นลีย์ พวกเขาป้องกันกันเต็มที่” ส่วนกอมปานีชมลูกทีมว่า “เจอยูไนเต็ดแล้วได้หนึ่งแต้ม มันให้ความรู้สึกเหมือนชนะ เรากำลังเดินไปในทางที่ดี”

สถิติสำคัญและไฮไลต์ของเกม

เกมนี้ตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ ยูไนเต็ดครองบอลมากกว่า แต่เบิร์นลีย์สู้ในเรื่องโอกาสจบสกอร์ได้สูสี สถิติหลักมีดังนี้

สถิติ เบิร์นลีย์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ครองบอล (%) 42 58
ยิงทั้งหมด 12 15
ยิงเข้ากรอบ 5 6
เตะมุม 4 7
ฟาวล์ 11 9
ใบเหลือง 2 3
ความแม่นยำการจ่ายบอล (%) 78 85

ไฮไลต์สำคัญคือประตูขึ้นนำของแรชฟอร์ด ที่สะท้อนฟอร์มที่เริ่มกลับมา หลังช่วงต้นฤดูกาลที่ขึ้นๆ ลงๆ ประตูโหม่งของโอเชียมาจากลูกตั้งเตะที่ทำได้ดี และยังชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับลูกกลางอากาศของยูไนเต็ดที่โผล่มาหลายครั้งในซีซันนี้ ส่วนจุดโทษทำให้เกมมีไฟมากขึ้น ภาพช้าพอเห็นการสัมผัส แต่หลายคนยังถกกันว่าหนักพอหรือไม่

เกมรับของเบิร์นลีย์ แม็กซิม เอสเตฟทำงานหนัก บล็อกลูกสำคัญได้หลายครั้ง ฝั่งยูไนเต็ด เมนูในวัย 20 ปีเล่นแดนกลางได้เกินวัย จุดเสียคือกาเซมิโรโดนใบเหลืองจนติดโทษแบนในนัดต่อไป ซึ่งเป็นข่าวไม่ดีของเทน ฮากในช่วงที่ทีมมีปัญหาตัวเจ็บ

ผลต่ออันดับและสถานการณ์บนตารางคะแนน

ผลเสมอนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหล่นมาอยู่อันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอล 2 แต้ม หลังผ่าน 20 นัด ส่วนเบิร์นลีย์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 14 และหนีโซนตกชั้น 4 แต้ม เป็นแรงส่งสำคัญสำหรับภารกิจอยู่รอด

ตารางคะแนนส่วนบนและส่วนล่าง (ข้อมูล ณ 8 มกราคม 2026) มีดังนี้

หัวตาราง:

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ผลต่างประตูได้เสีย แต้ม
1 Arsenal 20 14 4 2 +28 46
2 Liverpool 20 13 5 2 +25 44
3 Manchester United 20 12 6 2 +20 42
4 Manchester City 19 12 4 3 +22 40
5 Chelsea 20 11 5 4 +15 38

ท้ายตาราง (หนีตกชั้น):

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ผลต่างประตูได้เสีย แต้ม
14 Burnley 20 6 5 9 -8 23
15 Nottingham Forest 20 5 7 8 -10 22
16 Crystal Palace 20 5 6 9 -12 21
17 Luton Town 20 4 6 10 -15 18
18 Ipswich Town 20 4 5 11 -18 17
19 Southampton 20 3 6 11 -20 15
20 Leicester City 20 3 4 13 -22 13

โปรแกรมต่อไป: งานหนักยังรอทั้งสองทีม

สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด เกมนี้ย้ำว่าพวกเขาต้องคงมาตรฐานให้ได้ ถ้าจะไปให้สุดในศึกแย่งแชมป์ นัดใหญ่กับซิตี้และลิเวอร์พูลกำลังรออยู่ เทน ฮากต้องแก้เรื่องเสียประตูง่าย และหาวิธีให้เอวาน เฟอร์กูสัน นักเตะใหม่เข้ากับทีมเร็วที่สุด ฟอร์มของแรชฟอร์ดเป็นข่าวดี แต่แดนกลางจะเหนื่อยขึ้นเมื่อไม่มีกาเซมิโรในเกมถัดไป

ทางฝั่งเบิร์นลีย์ ผลงานนัดนี้ทำให้แฟนๆ มีกำลังใจมากขึ้น ทีมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และดาวรุ่งอย่างโคเลโอโชก็มีผลงานให้เห็น เกมต่อไปเจอทีมกลางตารางหลายทีม เป็นโอกาสเก็บแต้มเพิ่ม แต่ถ้าจอร์แดน เบเยอร์ยังมีปัญหาอาการเจ็บ ก็อาจทำให้ขุมกำลังเกมรับตึงมือ

ค่ำคืนที่เทิร์ฟ มัวร์จบด้วยการแบ่งแต้ม แต่เต็มไปด้วยเรื่องให้พูดถึง ทั้งสองทีมได้บทเรียนคนละแบบ และพรีเมียร์ลีกก็ยังเดินหน้าพร้อมดราม่าตามสไตล์เหมือนเดิม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ขุนค้อนเฮลั่น, โบเวนเหมาสองพาเวสต์แฮมแซงชนะฟอเรสต์ 2-1 แบบดราม่า

Trending

Exit mobile version