ข่าวระดับชาติ - National
มีผู้เสียชีวิต 32 รายจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
นครราชสีมา – เกิดเหตุสะเทือนใจที่ทำให้คนทั้งประเทศช็อก เมื่อวานนี้เครนก่อสร้างขนาดใหญ่พังถล่มลงมาทับรถไฟโดยสารที่กำลังวิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและบาดเจ็บเป็นวงกว้าง เหตุเกิดราว 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 230 กิโลเมตร
แรงกระแทกกลางราง รถไฟตกรางและไฟลุกช่วงสั้น
เครนที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ทรุดลงจากโครงสร้างยกระดับและตกลงมาบนขบวน Special Express Train No. 21 ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอุบลราชธานี จุดที่ถูกกระแทกคือโบกี้ช่วงกลางของขบวน ทำให้ตู้รถไฟเสียหายหนักเหมือนถูกเฉือนขาด หลายตู้ตกราง และมี 1 ตู้เกิดไฟลุกไหม้ชั่วครู่
ทีมกู้ภัยเข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน ใช้เครื่องตัดถ่างไฮดรอลิกและเครื่องจักรหนักช่วยนำผู้โดยสารที่ติดค้างออกจากซากเหล็กและเศษชิ้นส่วนที่บิดงอ
รายงานทางการระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และบาดเจ็บ 66 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 7 ราย ผู้บาดเจ็บมีตั้งแต่เด็กอายุ 1 ขวบไปจนถึงผู้สูงอายุวัย 85 ปี ยิ่งตอกย้ำว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่เลือกวัย รถไฟขบวนดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือรวมราว 195 คน หลายคนเป็นนักเรียน คนทำงาน และครอบครัวที่กำลังมุ่งหน้าไปภาคอีสาน ทั้งเพื่อเดินทางประจำและธุระส่วนตัว
เรื่องเล่าจากผู้สูญเสีย และนาทีวุ่นวายของผู้รอดชีวิต
หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 40 กว่าปีจากภาคอีสาน ซึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านเพื่อไปร่วมงานศพพ่อ ญาติให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า เธอรีบออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดหลังได้รับข่าวการเสียชีวิตกะทันหันเมื่อวันก่อน ทริปที่ตั้งใจกลับไปบอกลา กลับจบลงด้วยการสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิด รายละเอียดนี้ทำให้หลายชุมชนรู้สึกสะเทือนใจ เพราะเบื้องหลังตัวเลขมีชีวิตของคนจริงๆ อยู่เสมอ
ผู้รอดชีวิตเล่าว่าสถานการณ์โกลาหลมาก พนักงานบนรถไฟ ธีรศักดิ์ วงศ์สูงเนิน เล่าว่าแรงกระแทกทำให้เขาถูกเหวี่ยงลอยขึ้นจากพื้น ขณะที่ มะลิวัลย์ นาคธน ชาวบ้านใกล้แนวราง บอกว่าได้ยินเสียงชิ้นส่วนตกกระทบเป็นระยะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงดังสนั่น จากนั้นมีเสียงร้องและควันพวยพุ่ง
นายกฯ ลงพื้นที่ สั่งเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและแสดงความเสียใจ พร้อมย้ำว่า “ต้องมีคนรับผิดและต้องถูกลงโทษ” เขาตำหนิเรื่องความปลอดภัยที่พลาดซ้ำๆ และกล่าวถึงผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องอย่าง Italian-Thai Development Public Company Limited (ITD) ซึ่งเคยถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในอดีต
การรถไฟแห่งประเทศไทยระบุว่าเตรียมดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจากบริษัทดังกล่าว โดยประเมินความเสียหายต่อโบกี้รถไฟเบื้องต้นมากกว่า 100 ล้านบาท (ราว 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
โครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้เป็นโครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือ Belt and Road กับจีน ตั้งเป้าเชื่อมกรุงเทพฯ ไปชายแดนลาว ด้วยความเร็วสูงสุดราว 250 กม./ชม. แต่เหตุครั้งนี้ทำให้สังคมหันมามองเข้มขึ้นว่า การก่อสร้างที่อยู่เหนือเส้นทางรถไฟที่ยังเปิดใช้งาน ควรมีมาตรการปิดกั้นและควบคุมความเสี่ยงเข้มกว่านี้แค่ไหน
อุบัติเหตุรางและงานก่อสร้างที่เกิดซ้ำ ปัญหาที่สะสมมานาน
เครือข่ายรถไฟไทยมีระยะทางมากกว่า 5,000 กิโลเมตร และถูกวิจารณ์มานานเรื่องโครงสร้างเก่าและมาตรฐานความปลอดภัย เหตุเครนถล่มทับรถไฟครั้งนี้ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในเหตุร้ายแรงที่สุดของช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตัวอย่างอุบัติเหตุรถไฟที่คนไทยยังจำได้ เช่น
- ปี 1979 เกิดเหตุชนกันบริเวณชุมทางตลิ่งชัน เสียชีวิต 51 ราย บาดเจ็บ 138 ราย และยังเป็นโศกนาฏกรรมรถไฟที่หนักที่สุดของประเทศ
- ปี 2023 รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถกระบะที่จุดตัดทางรถไฟในภาคตะวันออก เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 4 ราย
- ปี 2020 รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถบัสที่พาผู้โดยสารไปงานพิธีทางศาสนา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 40 ราย
ขณะเดียวกัน อุบัติเหตุในงานก่อสร้างก็เกิดบ่อย และมักถูกโยงไปที่การบังคับใช้กฎที่ไม่เข้มพอ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อาคารสูงที่กำลังก่อสร้างในกรุงเทพฯ พังถล่มระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย และเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศที่ได้รับความเสียหายหนักจากแรงสั่นสะเทือน โครงการนั้นมี ITD เกี่ยวข้องด้วย และยังมีคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ต่อผู้บริหารในข้อหาประมาท
เหตุซ้ำๆ แบบนี้สะท้อนภาพใหญ่ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เดินเร็ว แต่ความปลอดภัยตามไม่ทันในหลายจุด
เสียงเรียกร้องให้ทบทวนมาตรฐาน และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
เมื่อปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยใกล้สิ้นสุด การสอบสวนกำลังเริ่มต้น ท่ามกลางความเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งตรวจสอบอย่างละเอียด ขณะเดียวกัน การเดินรถบางเที่ยวถูกปรับแผนหรือยกเลิก และมีการคืนเงินเต็มจำนวนให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ย้ำชัดว่า โครงการขนาดใหญ่ต้องมีการกำกับดูแลที่เข้มจริง โดยเฉพาะจุดที่งานก่อสร้างอยู่เหนือรางที่ยังใช้งาน สำหรับคนอีสานที่พึ่งพารถไฟเป็นทางเลือกเดินทางราคาย่อมเยา ความปลอดภัยต้องมาก่อนความเร็วเสมอ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ทางรถไฟรางคู่เชียงรายก่อสร้างแล้วเสร็จเกิน 50%