ข่าวระดับชาติ - National
ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อดึงดูดดิสนีย์แลนด์มาตั้งอยู่ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ – รัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนแนวคิดพัฒนา “สวนสนุกระดับโลก” ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมี Disneyland เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ เป้าหมายคือยกระดับการท่องเที่ยว และช่วยผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยังเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พูดถึงเรื่องนี้ต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าประเทศไทย “พร้อม” เปิดรับการลงทุนระดับโลก และมีโอกาสกลายเป็นบ้านของ Disneyland แห่งที่ 5 ในเอเชีย
ปัจจุบัน The Walt Disney Company มีสวนสนุกในเอเชีย 4 แห่ง ได้แก่ Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea ที่ญี่ปุ่น, Hong Kong Disneyland ที่ฮ่องกง, และ Shanghai Disneyland ที่จีน หากเกิดขึ้นในไทย จะเป็นการขยายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ เพราะภูมิภาคนี้ยังไม่มีสวนสนุก Disney ที่ยืนยันชัดเจน
ภาพใหญ่ของรัฐบาล, ปั้น EEC เป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งปี
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ผลักดันแนวคิดนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนทำให้ EEC ซึ่งครอบคลุมชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ใกล้เคียง กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวตลอดทั้งปี EEC มีฐานอุตสาหกรรมแข็งแรง และมีโครงการคมนาคมหลายอย่างรองรับอยู่แล้ว รัฐมองว่าพื้นที่นี้ได้เปรียบทั้งทำเลกลางอาเซียน ใกล้ทะเล และมีแผนเชื่อมต่อการเดินทางในอนาคต
นายพิพัฒน์มองว่าโครงการใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา รวมถึงการขยายสนามบินอู่ตะเภา และโครงการ Eastern Aviation City จะเดินต่อได้ยาก หากไม่มีแรงจูงใจที่ดึงคนเดินทางและเม็ดเงินลงทุนได้จริง สวนสนุกที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกจึงถูกวางให้เป็นตัวช่วยสร้างทราฟฟิกนักท่องเที่ยวแบบสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคุ้มค่าในระยะยาว
นายพิพัฒน์เคยให้เหตุผลว่าไทยมีจุดแข็งด้านบริการ อาหาร และสภาพอากาศที่อยู่ได้ทั้งปี อีกทั้งตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน และติดทะเล ซึ่งช่วยเรื่องการเดินทางและการท่องเที่ยว
แนวคิดนี้ยังถูกมองว่าเป็น “โครงการแม่เหล็ก” ที่เดินคู่กับการพัฒนาอื่นในพื้นที่ เช่น แผนสร้างศูนย์กีฬาแห่งชาติขนาดราว 240 เฮกตาร์ ที่มีสนามฟุตบอลมาตรฐานโลกประมาณ 80,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ส่วนขนาดพื้นที่สวนสนุกมีการพูดถึงหลายระดับ ตั้งแต่ราว 960 ไร่ (ประมาณ 384 เอเคอร์) สำหรับรูปแบบที่เล็กกว่า ไปจนถึงราว 3,000 ไร่ (ประมาณ 1,200 เอเคอร์) สำหรับรูปแบบขนาดใหญ่ และอาจขยายพื้นที่รวมของโครงการได้ถึงราว 5,000 ไร่ (ประมาณ 2,000 เอเคอร์)
พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงรวมถึงโซน EEC Capital City (EECiti) เมืองอัจฉริยะในตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยแนวทางที่สื่อสารออกมาคือการเป็นศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับครอบครัว และย้ำว่าไม่มีองค์ประกอบของคาสิโน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ Disney ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการพนัน
สิทธิประโยชน์, โมเดลลงทุน และกระแสจากภาคธุรกิจไทย
ฝั่งหน่วยงานรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ได้รับมอบหมายให้ศึกษาแนวทางและออกแบบสิทธิประโยชน์เพื่อดึงผู้ประกอบการระดับโลก โดยอาจครอบคลุมเรื่องภาษี การสนับสนุนด้านที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับกติกาที่เกี่ยวข้องให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น
รัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะเชิญ The Walt Disney Company มาลงทุนโดยตรงเป็นลำดับแรก แต่หากยังไม่เกิดขึ้น ก็อาจพิจารณาแนวทางขอสิทธิ์อนุญาต (licensing) เพื่อพัฒนาเป็นสวนสนุกในแบรนด์ Disney ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
กระแสในประเทศเริ่มคึกคัก นายพิพัฒน์ระบุว่ามีกลุ่มธุรกิจไทยติดต่อเข้ามา แสดงความสนใจร่วมลงทุน ด้านบทวิเคราะห์การเงินจาก Longtunman ประเมินมูลค่าโครงการอาจแตะราว 100,000 ล้านบาท (ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมองผลเชิงเศรษฐกิจจากการจ้างงาน การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และการเพิ่มจำนวนวันพักในไทย
นายจุฬา สุขมโนปกรณ์ เลขาธิการ สกพอ. ยืนยันว่ามีการวางแผนเชื่อมโครงการสวนสนุกเข้ากับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองน่าอยู่ในพื้นที่ เพื่อเสริมการเดินทางและเพิ่มความน่าสนใจของ EEC ในภาพรวม
ผลต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยว และโจทย์ที่ต้องผ่าน
ผู้สนับสนุนแนวคิดมองว่า หากมี Disneyland ในไทย จะดึงนักท่องเที่ยวครอบครัวที่มีกำลังใช้จ่ายจากหลายประเทศได้มากขึ้น ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงยุโรป และตลาดอื่น ๆ สินค้าท่องเที่ยวของไทยก็จะหลากหลายขึ้น ไม่ได้พึ่งแค่ทะเล วัด หรือแหล่งวัฒนธรรม อีกทั้งช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอยู่แล้ว
แนวคิดนี้ยังสอดรับกับทิศทางท่องเที่ยวมูลค่าสูงและยั่งยืน เพราะวางภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวครอบครัว และหลีกเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวจากรูปแบบสถานบันเทิงที่พ่วงคาสิโน ซึ่งเคยเป็นหัวข้อถกเถียงในช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม โครงการยังมีอุปสรรคที่ต้องจับตา Disney เลือกทำเลต่างประเทศอย่างระมัดระวัง และช่วงหลังมีข่าวการขยายไปที่อื่น เช่น Abu Dhabi ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเงื่อนไขของตลาด โครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนจากรัฐ และความคุ้มค่าในระยะยาว เป็นตัวตัดสินหลัก ขณะนี้แผนในไทยยังอยู่ขั้นสำรวจและออกแบบ ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ หรือกรอบเวลาที่ชัดเจน
แม้ยังไม่ปักหมุดวันเริ่มโครงการ แต่ท่าทีของรัฐสะท้อนความต้องการดึงการลงทุนด้านความบันเทิงขนาดใหญ่ เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน หากเดินหน้าได้จริง ไทยอาจเพิ่มบทบาทในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวหลักของภูมิภาค และทำให้ชายฝั่งตะวันออกเป็นอีกศูนย์กลางใหม่ของอุตสาหกรรมสวนสนุกระดับโลกในอนาคต