ข่าวระดับชาติ - National

กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการระงับวีซ่าผู้อพยพของสหรัฐฯ

Published

on

กรุงเทพฯ – กระทรวงการต่างประเทศของไทย (MFA) ได้ทำหนังสือขอคำชี้แจงจากสหรัฐอเมริกา หลังสหรัฐฯ ประกาศ “พักการพิจารณา” วีซ่าผู้อพยพ (วีซ่าผู้อพยพ) ซึ่งส่งผลต่อไทยและอีก 74 ประเทศ โดยกำหนดให้มาตรการเริ่มมีผลวันที่ 21 มกราคม 2026 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตา เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับคนไทยที่กำลังยื่นเรื่องย้ายถิ่นฐาน และบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน

ฝั่งสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งแนวทางเบื้องต้นผ่านเจ้าหน้าที่ระดับอุปทูตรักษาการ ณ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ ว่าการพักครั้งนี้ใช้กับ “วีซ่าผู้อพยพ” เท่านั้น ซึ่งเป็นวีซ่าที่มุ่งไปสู่การพำนักถาวรในสหรัฐฯ และต่อยอดไปสู่กระบวนการขอสัญชาติในอนาคต ส่วนวีซ่าชั่วคราว (non-immigrant visa) ยังยื่นและพิจารณาตามปกติ เช่น วีซ่าท่องเที่ยว B-1/B-2 วีซ่าธุรกิจ วีซ่านักเรียน F-1 และวีซ่าทำงานชั่วคราวบางประเภท

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่เดินทางไปสหรัฐฯ ใช้วีซ่าชั่วคราว การพักการพิจารณาที่เกิดขึ้นจึงกระทบหนักกับกลุ่มที่ยื่นขอกรีนการ์ด ผ่านการอุปการะโดยครอบครัว การจ้างงาน หรือช่องทางอื่นที่เป็นเส้นทางสู่การพำนักถาวร

เหตุผลของสหรัฐฯ: ทบทวนภาระงบประมาณและการใช้ทรัพยากรรัฐ

ฝ่ายสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า ต้องการทบทวนผลกระทบด้านการเงินของการรับผู้อพยพถาวร โดยมองว่าทรัพยากรสาธารณะ เช่น สวัสดิการ การรักษาพยาบาล และบริการสังคม ควรถูกจัดสรรให้พลเมืองสหรัฐฯ และผู้ที่พำนักในประเทศอย่างถูกกฎหมายเป็นลำดับแรก แนวทางนี้สอดคล้องกับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กลับมาเน้นนโยบายตรวจคนเข้าเมืองแนว “America First” อีกครั้ง

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเชื่อมโยงกับการบังคับใช้เงื่อนไข “public charge” ที่เข้มขึ้น เพื่อให้ผู้ย้ายถิ่นฐานแสดงความสามารถในการเลี้ยงตัวเอง และมีโอกาสน้อยที่จะพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ

รายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมวงกว้าง ทั้งในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ โดยมีทั้งอัฟกานิสถาน บราซิล กัมพูชา อียิปต์ เฮติ อิหร่าน อิรัก ไนจีเรีย รัสเซีย โซมาเลีย ซีเรีย เยเมน และไทย ความครอบคลุมที่กว้างทำให้แวดวงการทูตตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของท่าทีสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับสัญญาณเชิงบวกจากการหารือระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ที่มุ่งย้ำการกระชับความร่วมมือ

ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ: คู่มิตรที่เดินมาด้วยกันเกือบ 200 ปี

มาตรการพักการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ยังถูกมองว่าแข็งแรงและมีรากลึก ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศเริ่มอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1833 จากสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ (สนธิสัญญาไมตรีและการค้า) ซึ่งเป็นข้อตกลงลักษณะนี้ฉบับแรกของสหรัฐฯ กับประเทศในเอเชีย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความร่วมมือขยายไปทั้งด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน ไทยได้รับสถานะ Major Non-NATO Ally จากสหรัฐฯ และยังเข้าร่วมการฝึกร่วมทางทหาร เช่น Cobra Gold ที่เป็นการฝึกขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย

ด้านเศรษฐกิจ การค้าระหว่างสองประเทศยังคึกคัก โดยมูลค่าการค้าสินค้ารวมถูกกล่าวถึงว่าอยู่ราว 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมการลงทุนของสหรัฐฯ ในหลายอุตสาหกรรม เช่น พลังงาน การเงิน และการผลิต ข้อตกลงสำคัญอย่าง Treaty of Amity and Economic Relations ปี 1966 และ Trade and Investment Framework Agreement ปี 2002 ยังเป็นกรอบที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมก็เดินต่อเนื่อง มีนักเรียนไทยจำนวนมากไปเรียนต่อในสหรัฐฯ ในแต่ละปี ช่วยเพิ่มความเข้าใจระหว่างกันในระดับคนต่อคน

คนไทยยังเดินทางไปสหรัฐฯ ได้ตามปกติ, ท่องเที่ยว เรียน ทำงานไม่โดนกระทบ

แม้ช่องทางย้ายถิ่นฐานแบบถาวรจะชะลอ แต่การเดินทางแบบชั่วคราวจากไทยไปสหรัฐฯ ยังดำเนินต่อไปตามปกติ คนไทยจำนวนมากเดินทางไปท่องเที่ยว ทำงาน หรือเรียนต่อภายใต้วีซ่าประเภท non-immigrant

ข้อมูลก่อนโควิด-19 และการฟื้นตัวในช่วงหลังสะท้อนว่าคนไทยยังสนใจเดินทางไปสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง กลุ่มนักท่องเที่ยวมักใช้วีซ่า B-2 ไปยังเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย และอุทยานแห่งชาติ ขณะที่นักเรียนวีซ่า F-1 และแรงงานชั่วคราวในสายอาชีพต่าง ๆ ก็เป็นอีกกลุ่มหลักเช่นกัน โดยแนวโน้มการเรียนต่อของคนไทยในสหรัฐฯ ยังพบได้สม่ำเสมอ และมักอยู่ในสาขาอย่างธุรกิจ วิศวกรรม และเทคโนโลยี

จุดที่สหรัฐฯ ย้ำชัดคือ “มาตรการพักครั้งนี้ไม่กระทบวีซ่าชั่วคราว” ทำให้การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว เรียน หรือทำงานชั่วคราวยังมีโอกาสเดินหน้าตามระบบเดิม ความต้องการวีซ่ากลุ่มนี้จึงน่าจะยังสูง โดยเฉพาะเมื่อมีอีเวนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ และดึงนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ

ท่าที MFA: เดินเกมการทูต ขอคำตอบที่ชัด และติดตามใกล้ชิด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พ่วงเกตุแก้ว ได้เชิญอุปทูตรักษาการของสหรัฐฯ มาหารือ เพื่อขอรายละเอียดและเหตุผลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าควรทำให้สอดคล้องกับบรรยากาศความร่วมมือที่ดีจากการพบปะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา

การขอคำชี้แจงครั้งนี้สะท้อนแนวทางของไทยที่ต้องการความโปร่งใส และการสื่อสารตรงไปตรงมา ระหว่างที่สหรัฐฯ ให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ไทยยังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และผลักดันให้คนไทยได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ระหว่างที่สหรัฐฯ ทบทวนแนวทางด้านผู้อพยพ

เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นความท้าทายของการจัดสมดุลระหว่างนโยบายภายในประเทศ กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำหรับคนไทยที่มีแผนย้ายไปอยู่กับครอบครัว ไปทำงานระยะยาว หรือวางอนาคตในสหรัฐฯ การพักการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพย่อมสร้างความไม่แน่นอน แต่ความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังเป็นฐานสำคัญสำหรับการหาทางออกที่เหมาะสม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าสำหรับผู้อพยพจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย

 

 

Trending

Exit mobile version