Connect with us

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมพนักงานต้อนรับโรงแรม และขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องและกระเป๋าถือ 1 ใบ

Published

on

ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว หลังพนักงานต้อนรับโรงแรมถูกฆาตกรรมในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์สองเครื่องและกระเป๋าถือหนึ่งใบ

หัวหิน – เกิดเหตุรุนแรงที่ทำให้คนหัวหินและนักท่องเที่ยวผวา, ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้วในคดีฆาตกรรมพนักงานต้อนรับโรงแรมหญิง ช่วงเช้ามืดวันที่ 19 มกราคม 2026 หลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดในล็อบบี้ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ไว้ชัดเจน ต้นเหตุเป็นการชิงทรัพย์ แต่สิ่งที่คนร้ายได้ไปมีเพียงโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระเป๋าถือสีดำของผู้เสียชีวิต

ผู้เสียชีวิตคือ วิริน “นุ้ย” เถาลิโป อายุ 35 ปี ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับกะดึกที่ Best LD Hotel ในซอยหัวหิน 88/1 ใกล้ศูนย์การค้าในพื้นที่ เพื่อนร่วมงานบอกว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดี ขยัน และดูแลแขกด้วยรอยยิ้มเสมอ คืนเกิดเหตุเธออยู่คนเดียวที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ เวลาประมาณ 03.00 น. ก่อนจะเกิดเหตุสลด

จจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมพนักงานต้อนรับโรงแรม และขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องและกระเป๋าถือ 1 ใบ

ภาพวงจรปิดเผยนาทีทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม

จากภาพ CCTV เห็นผู้ต้องสงสัยเดินเข้ามาในโรงแรม แล้ววนเวียนอยู่บริเวณล็อบบี้ ขณะนั้นวิรินกำลังคุยโทรศัพท์และหันหลังให้เคาน์เตอร์อยู่ช่วงสั้นๆ จากนั้นชายคนดังกล่าวปีนข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปด้านใน ก่อนใช้เหล็กท่อนทำร้ายศีรษะซ้ำหลายครั้ง รายงานระบุว่าถูกตีอย่างน้อย 14 ครั้ง จนวิรินล้มลงหลังเคาน์เตอร์และได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังลงมือ คนร้ายหยิบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิต และคว้ากระเป๋าถือสีดำที่มีทรัพย์สินส่วนตัวและเงินสด แล้วหลบหนีออกไป

หน่วยกู้ชีพในพื้นที่เร่งนำตัววิรินส่งโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน แต่แพทย์ยืนยันว่าเสียชีวิตเมื่อถึงโรงพยาบาล เหตุการณ์นี้ทำให้พนักงานโรงแรมและคนในชุมชนเศร้าใจ หลายคนยอมรับว่าคาดไม่ถึงว่าจะเกิดความรุนแรงระดับนี้ในเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสงบอย่างหัวหิน

จจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมพนักงานต้อนรับโรงแรม และขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องและกระเป๋าถือ 1 ใบ

เปิดปฏิบัติการไล่ล่าทั้งจังหวัด

ตำรวจหัวหิน ภายใต้การกำกับของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เร่งทำคดีทันที หลังรับแจ้งเหตุราว 03.15 น. ทีมสืบสวนระบุตัวผู้ต้องสงสัยจากภาพวงจรปิดได้อย่างรวดเร็ว คือ รัตติกร ยิ่งยศ อายุ 36 ปี ชาวไทยจากจังหวัดนครราชสีมา และมีประวัติคดีทำร้ายร่างกายรวมถึงคดีอื่นมาก่อน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการ โดยประสานตำรวจภูธรภาค 7 กองปราบปราม และกำลังในพื้นที่ ระดมเจ้าหน้าที่มากกว่า 100 นาย ตั้งจุดตรวจตามเส้นทางหลัก สถานีขนส่ง จุดเชื่อมต่อการเดินทาง และพื้นที่ที่คาดว่าอาจใช้หลบซ่อน การติดตามขยายไปทั่วจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยผ่านสื่อและโซเชียลเพื่อขอเบาะแสจากประชาชน

การแชร์ภาพนิ่งจาก CCTV อย่างรวดเร็วช่วยให้ข้อมูลไหลเข้ามาต่อเนื่อง จนตำรวจรวบรวมหลักฐานและขอศาลจังหวัดหัวหินออกหมายจับ แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนในลักษณะโหดร้าย และชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายไทย

จจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมพนักงานต้อนรับโรงแรม และขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องและกระเป๋าถือ 1 ใบ

 

จับกุมได้ในไม่กี่วัน, จบการหลบหนี

ความพยายามของเจ้าหน้าที่เห็นผลในช่วงบ่ายวันที่ 20 มกราคม 2026 เมื่อชุดจับกุมติดตามจนพบและควบคุมตัวรัตติกรได้ในเขตหัวหิน ใกล้แนวทางรถไฟ ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 5 กิโลเมตร การจับกุมเป็นไปโดยเรียบร้อย จากนั้นนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน

เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับคดี รวมถึงทรัพย์สินที่สอดคล้องกับของที่ถูกชิงไป ตำรวจย้ำว่าการทำงานร่วมกันของหลายหน่วย และความร่วมมือจากประชาชน มีส่วนช่วยให้ติดตามตัวได้เร็วและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำ

ครอบครัวของวิรินอยู่ในภาวะสูญเสียอย่างหนัก ญาติบอกว่าเธอเป็นกำลังสำคัญของบ้าน ทำงานกะดึกและทำงานหนักเพื่อดูแลคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานหลายคนเล่าว่า “นุ้ย” เป็นคนอารมณ์ดี รับผิดชอบงาน และไม่เคยทิ้งหน้าที่ แม้ต้องทำงานดึกเป็นประจำ

ขณะเดียวกัน ชุมชนในพื้นที่เริ่มมีการช่วยเหลือและระดมกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุการณ์นี้ยังทำให้หลายฝ่ายหันมาพูดถึงความปลอดภัยของพนักงานกะกลางคืนในโรงแรมและสถานประกอบการท่องเที่ยว เช่น การเพิ่มคนทำงานในช่วงดึก การติดตั้งปุ่มฉุกเฉินที่เคาน์เตอร์ และการปรับระบบรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมขึ้น

คดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม แต่เหตุครั้งนี้สะท้อนชัดว่า พนักงานด่านหน้าอย่างพนักงานต้อนรับต้องได้รับการปกป้องมากขึ้น และการทำงานรวดเร็วของตำรวจมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยอย่างหัวหิน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ไทยเนรเทศชาวจีน 300 คนจากคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวเมียนมาร์

Published

on

ไทยเนรเทศชาวจีน 300 คนจากคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวเมียนมาร์

ตาก – ยังมีชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในเมืองเมียวดีคงค้างจำนวนมาก ล่าสุดมีการลำเลียงกลับประเทศอีกชุดใหญ่ต่อเนื่อง 4 วัน วันละราว 300 คน รวมทั้งหมด 1,108 ราย โดยยังใช้เส้นทางผ่านด่านแม่สอดและท่าอากาศยานแม่สอดเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจดูแลความปลอดภัยเข้มตลอดแนวทาง

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำราชอาณาจักรไทย ขอประสานส่งบุคคลสัญชาติจีนที่ถูกชักชวนไปทำงานผิดกฎหมาย (แก๊งคอลเซ็นเตอร์, สแกมเมอร์) ในเมืองเมียวดี ให้เดินทางกลับประเทศต้นทางผ่านประเทศไทย

ไทยเนรเทศชาวจีน 300 คนจากคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวเมียนมาร์

ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย มีหนังสือลงวันที่ 16 ม.ค. 2569 แจ้งว่าพร้อมรับชาวจีนจำนวน 1,108 รายกลับประเทศ โดยกำหนดลำเลียงระหว่างวันที่ 20-23 ม.ค. ผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 บริเวณด่านพรมแดนแม่สอด-เมียวดี หมู่บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก แล้วเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานแม่สอด

ไทยเนรเทศชาวจีน 300 คนจากคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวเมียนมาร์

สำหรับวันนี้ (20 ม.ค.) ทางการจีนจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำของ China Southern Airlines มารอรับที่ท่าอากาศยานแม่สอดแล้ว โดยมีนายจ้าว หย่งหนิง เลขานุการตรี เป็นผู้ประสานงานฝ่ายการเดินทาง เมื่อถึงเวลาลำเลียง ทางการเมียนมาส่งชาวจีนจำนวน 300 คน ออกจาก อ.เมียวดี จ.เมียวดี ด้วยรถยนต์ ข้ามมายังฝั่งไทย และมุ่งหน้าต่อไปยังสนามบินแม่สอด

ระหว่างผ่านด่านพรมแดน หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.ตาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตาก และหน่วยงานสาธารณสุข ร่วมกันตรวจคัดกรองบุคคลทั้งหมด โดยมีทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร และตำรวจ สภ.แม่สอด คุมความเรียบร้อยบริเวณด่านและสะพาน ก่อนส่งต่อขึ้นรถบัสไปยังท่าอากาศยาน

แผนการส่งกลับกำหนดให้เดินทางกลับจีนเที่ยวบินละประมาณ 50 คน วันละ 6 เที่ยวบิน โดยการส่งกลับวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และจะดำเนินการต่อเนื่องในวันที่ 21-23 ม.ค. เพื่อส่งกลับให้ครบตามจำนวนที่แจ้งไว้ทั้งหมด

ข่าวที่กำลังมาแรง:

ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน

Published

on

ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน

สภ.ตาก-แม่สอด ร่วมกับรัฐบาลและทหารเปิดปฏิบัติการจับกุมเยาวชนเมียนมาร์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “แก๊งเด็กผี” หลังจากพบพฤติกรรมลักลอบข้ามแดน มาถึงแต่เช้า กลับดึก

จากนั้นได้ขโมยรถจักรยานยนต์ในพื้นที่แม่สอดต่อเนื่องเป็นเวลา 18 วัน ยึดได้รวม 24 คัน ยึดได้ 3 คัน ที่เหลือขนส่งข้ามชายแดนไปจำหน่าย

วันนี้ (20 ม.ค. 69) พ.ต.อ. พ.อ.รัง ดาวดึงส์ ผกก.สภ.แม่สอด พร้อมด้วย นายกันตพงศ์ พิพัฒน์มนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด และบุคลากรจากหน่วยรบพิเศษราชมนู รวมทั้งหน่วยตำรวจปฏิบัติการพิเศษจังหวัดตาก ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้กระทำความผิด

ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน

ตำรวจกล่าวว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นเยาวชนสัญชาติเมียนมาร์ การใช้ช่องทางเข้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดนก่อนลุกลามก่ออาชญากรรมใจกลางเมืองส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนสาหัส หลายคนต้องจ่ายค่ารถถึงแม้รถจะว่างเปล่าก็ตาม

หลังเกิดเหตุบ่อยขึ้น ทีมสืบสวน ตร.แม่สอด ได้เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิด ณ จุดเสี่ยงสูงและเส้นทางใกล้ชายแดน จนสามารถพบผู้ต้องสงสัยได้หลายราย ผกก.แม่สอด ร่วมกับอบจ.แม่สอด และกองทัพ ร่วมกันวางแผนกดดันจนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 4 ราย พบหัวหน้าแก๊งค์อายุ 25 ปี สมาชิกอายุน้อยที่สุดคือ 14 ปี และยึดรถจักรยานยนต์ยนต์ของเมื่อคืนนี้ 3 คัน

ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน

พล.ต. พ.อ.รัง ดาวดึงส์ เปิดเผยว่า มีการจัดตั้งทีมปราบพิเศษร่วมกับรัฐบาลและทหาร ลงพื้นที่ติดตามพื้นที่ไม่ปลอดภัยเป็นเวลาหลายวัน จนผู้กระทำความผิดเสียชีวิตและข้ามเข้าไปในเขตเมืองเพื่อก่ออาชญากรรม จึงถูกล้อมจับพร้อมของที่ขโมยมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบพฤติกรรมการใช้เยาวชนมาดำเนินการ สอนการใช้กุญแจและวิธีหักคอรถ รถแต่ละคันใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีในอุบัติเหตุก่อนที่จะรีบข้ามชายแดนไปขาย ตร.เตรียมขยายผลตอบโต้ผู้ที่ยังหลบหนี และดำเนินคดีกับผู้ซื้อสินค้าที่ถูกขโมยทั้งหมดอย่างจริงจัง

พล.ต.ไพศาล นันทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ออกคำสั่งด่วนไปยังหน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดตาก สนับสนุนกองกำลังความมั่นคงในอำเภอแม่สอด และเร่งติดตาม และจับกุมอีกหลายคนที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวการฝึกอบรม:

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวโทษผู้นำเข้าและผู้ส่งออกแร่ที่ปนเปื้อนในแม่น้ำทางตอนเหนือ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

Published

on

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

จังหวัดตาก – เกิดเหตุระทึกในพื้นที่อำเภอแม่สอด จ.ตาก หลังรถต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับการลักลอบขนชาวจีนเข้าเมือง เจอด่านตรวจของตำรวจแล้วหักรถกลับ ขับย้อนศรหนี ก่อนเร่งเครื่องหลบการไล่ติดตาม สุดท้ายเสียหลักชนรถเก๋งจนพลิกหงายท้อง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และมีรถได้รับความเสียหายหลายคัน

เหตุเกิดวันนี้ (19 ม.ค. 2569) ตำรวจชุดสายตรวจปฏิบัติการที่ 1 สภ.แม่สอด ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดแรงงานต่างด้าว รวมถึงสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณถนนเสรีไทย ต.แม่สอด อ.แม่สอด

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ (แคป) สีดำ ทะเบียน บว.4540 สระบุรี ขับเข้ามาตามปกติ แต่พอคนขับเห็นด่านกลับรีบเลี้ยวกลับและขับย้อนศร ทำให้ตำรวจสงสัยว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในรถ จึงแจ้งศูนย์วิทยุประสานกำลัง และใช้ทั้งรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ออกติดตาม

รถคันดังกล่าวเร่งความเร็วสูงเพื่อหนีการจับกุม ก่อนเกิดอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกคลองชลประทาน ใกล้แยกแม่ตาว ต.แม่ตาว ส่งผลให้มีรถเสียหายหลายคัน รวมถึงรถเก๋ง 1 คันที่พลิกหงาย และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน โดยมีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 2 คน เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

เมื่อตรวจสอบภายในรถกระบะ พบชายไทย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายเฉลิมพล อายุ 36 ปี ชาว ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี เป็นผู้ขับขี่ (ผู้ต้องหาที่ 1) และพบผู้โดยสารชาวจีนอีก 6 ราย เป็นชาย 2 คน หญิง 4 คน (ผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 7) เจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสารการเดินทาง แต่ทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเข้าประเทศให้ตรวจสอบได้ จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

ตำรวจระบุว่า บุคคลต่างด้าวทั้งหมดเป็นสัญชาติจีน เบื้องต้นคาดว่าอาจหลบหนีมาจากฝั่งประเทศเมียนมา และอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จะสอบสวนรายละเอียดอีกครั้งเพื่อความชัดเจน

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

ด้านข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกแจ้งข้อหา “ซ่อนเร้นอำพราง หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวให้รอดพ้นการจับกุม, ขับรถประมาทหวาดเสียว, ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามหน้าที่” ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 7 ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามา และพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่บรรยากาศในจุดเกิดเหตุ มีชาวบ้านจำนวนมากออกมาดูเหตุการณ์ หลายคนไม่พอใจการขับรถหนีด่านที่ทำให้คนไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อน และอยากให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบความเสียหาย รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างจริงจัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ใช้บัญชีกลางในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ได้สำเร็จ

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Trending