Connect with us

ฟุตบอล

เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-1 ในเกมสุดดุเดือดที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม

Published

on

เลสเตอร์ พบ เวสต์บรอมวิช

เลสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 แต้มสำคัญในศึกแชมเปียนชิป หลังเปิดบ้านชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 เมื่อคืนวันจันทร์ จากประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ Stephy Mavididi ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้ “จิ้งจอกสยาม” ขยับหนีโซนลุ้นหนีตกชั้นได้มากขึ้น ส่วน “เดอะ แบ็กกีส์” ยังเจอฝันร้ายเกมเยือนต่อเนื่อง ทำสถิติแพ้นอกบ้านยืดออกไปอีก

ก่อนแข่ง เกมนี้ถูกมองว่าเป็นดาร์บี้ของทีมโซนกลางตารางจากมิดแลนด์ส และทั้งสองทีมต่างต้องการแต้ม หลังเริ่มต้นปี 2026 ได้ไม่สวย เลสเตอร์เพิ่งโดน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถล่ม 3-1 ในวันปีใหม่ จึงต้องการคืนฟอร์มต่อหน้าแฟนๆ ขณะที่เวสต์บรอมมาด้วยสถิติแพ้เกมเยือนติดกัน 9 นัด ซึ่งแย่สุดในรอบกว่า 50 ปี แถมเพิ่งแพ้ สวอนซี 0-1 มาอีก

เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-1

ออกนำเร็วช่วยให้เลสเตอร์เล่นง่ายขึ้น

เลสเตอร์เปิดเกมได้คึกคัก ไล่เพรสสูงและเจาะช่องว่างแนวรับทีมเยือน จังหวะขึ้นนำเกิดในนาทีที่ 18 เมื่อ Jordan James มิดฟิลด์ชาวเวลส์ฉวยโอกาสจากบอลตกในเขตโทษ ก่อนซัดเรียดผ่านมือ Josh Griffiths ส่งเจ้าถิ่นออกนำ 1-0 แบบสมควรได้ ประตูนี้ทำให้บรรยากาศในสนามผ่อนคลายลงทันที และ James ก็ฉลองต่อหน้าแฟนบอลแบบเต็มอารมณ์

หลังจากนั้นเลสเตอร์ครองบอลได้มากกว่า สร้างจังหวะลุ้นจากริมเส้นของ Abdul Fatawu และ Jeremy Monga เป็นระยะๆ ส่วน Jordan Ayew ที่ยืนหน้าเป้าเล่นงานแนวรับทีมเยือนตลอด จนบังคับให้ Griffiths ต้องออกแรงเซฟสำคัญก่อนหมดครึ่งแรก

เวสต์บรอมในช่วงนี้ดูพยายามตั้งรับให้แน่นตามที่ Ryan Mason ต้องการ แต่เกมรุกยังไม่คม Aune Selland Heggebø ที่ยืนเป็นหน้าเดี่ยวค่อนข้างโดดเดี่ยว ทำให้ทีมได้แค่ยิงไกลแบบพอเป็นพิธี

เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-1

เวสต์บรอมตีเสมอจากลูกนิ่ง ท่ามกลางเสียงโวย

ครึ่งหลังเวสต์บรอมออกมาเปลี่ยนอารมณ์เกมได้ชัดเจน พยายามกดเลสเตอร์ให้ถอยต่ำ และฉวยจุดเปราะบางในแนวรับเจ้าบ้าน จนได้ประตูตีเสมอช่วงกลางครึ่งหลังจากลูกตั้งเตะ บอลเปิดของ Alex Mowatt ไปถึงเสาสอง ก่อนมีผู้เล่นเวสต์บรอมเข้ามาโหม่งเช็ดเข้าประตูแบบชุลมุน รายงานหลายแหล่งระบุว่าเป็น Nathaniel Phillips ที่ได้สัมผัสบอลสุดท้าย ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นเลสเตอร์ที่มองว่า Jakub Stolarczyk โดนทำฟาวล์

หลังตีเสมอ เวสต์บรอมกลับเป็นฝ่ายดูมีโอกาสชนะมากกว่า และ Stolarczyk กลายเป็นคนที่ช่วยเลสเตอร์เอาไว้หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะเซฟต่อเนื่องที่ปฏิเสธโอกาสของ Karlan Grant และ Michael Johnston ทำให้เจ้าถิ่นยังยื้อสกอร์ไว้ได้ ขณะที่แฟนทีมเยือนเริ่มมีความหวังว่าจะได้แต้มเกมเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม

 

Mavididi ปิดบัญชีช่วงทดเจ็บ พาเจ้าถิ่นเฮลั่น

เวลาค่อยๆ เดินเข้าสู่ช่วงทดเวลา หลายคนเริ่มคิดว่าเกมน่าจะจบที่ผลเสมอ ซึ่งไม่ได้ช่วยใครมากนัก แต่แล้วในนาทีที่ 90+4 เลสเตอร์ได้สวนกลับแบบแทบจะเป็นโอกาสชัดครั้งสุดท้าย Stephy Mavididi ที่ลงมาเป็นตัวสำรองรับบอลทางซ้าย ลากตัดเข้าด้านใน ก่อนปั่นโค้งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด ส่งคิง เพาเวอร์ ระเบิดเสียงเฮ และทำให้เลสเตอร์ชนะ 2-1 แบบสุดดราม่า

ประตูนี้เจ็บสำหรับเวสต์บรอม เพราะพวกเขาคุมเกมได้หลายช่วง และกำลังจะหยุดสถิติแย่ๆ ได้สักที สุดท้ายกลายเป็นแพ้เกมเยือนติดกัน 10 นัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแบบหาได้ยากในประวัติศาสตร์สโมสร ส่วนฝั่ง Martí Cifuentes ก็ได้หายใจโล่งขึ้น หลังโดนกดดันจากผลงานก่อนหน้า

หลังเกม Cifuentes พูดถึงลูกทีมว่า “เกมอาจไม่สวย แต่เราสู้กันดี ประตูท้ายเกมอาจช่วยเปลี่ยนโมเมนตัมของเราได้” ขณะที่ Ryan Mason บอกด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า “เราเล่นดีแต่ไม่ได้อะไรเลย ทุกคนเจ็บปวด แต่เราต้องไปต่อ”

ไฮไลต์สำคัญของเกม

  • 18′: Jordan James ยิงให้เลสเตอร์นำ 1-0 จากจังหวะเก็บตกในเขตโทษ
  • กลางครึ่งหลัง: เวสต์บรอมตีเสมอจากลูกนิ่งแบบชุลมุน
  • ช่วงท้ายเกม: Stolarczyk เซฟสองจังหวะสำคัญ ช่วยเลสเตอร์รอดพ้นประตู
  • 90’+4′: Stephy Mavididi ปั่นโค้งเสียบเสาไกลเป็นประตูชัย
  • ผู้ชม: ราว 30,000 คน, แฟนทีมเยือนตามมาเชียร์เสียงดังแม้ผลจะไม่เป็นใจ

ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้เลสเตอร์ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มกลางตารางฝั่งบน และพอมีพื้นที่หายใจมากขึ้น ส่วนเวสต์บรอมยังวนอยู่แถวล่างตาราง และคำถามเรื่องฟอร์มเกมเยือนก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ

เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-1

อันดับแชมเปียนชิป (บางทีม) ณ วันที่ 5 มกราคม 2026

Leicester City
อันดับ: 12
แข่ง: ประมาณ 25-26 นัด
แต้ม: 37 (ตัวเลขก่อนแข่ง, ชนะเพิ่มอีก 3 แต้ม)
ได้: ประมาณ 37
เสีย: ประมาณ 38

West Bromwich Albion
อันดับ: 18
แข่ง: ประมาณ 25-26 นัด
แต้ม: 31
ได้: ประมาณ 29
เสีย: ประมาณ 35

(หมายเหตุ: อันดับและตัวเลขเป็นข้อมูลก่อนแข่ง เลสเตอร์จะขยับขึ้นหลังเก็บชัยชนะ ส่วนเวสต์บรอมมีแนวโน้มถอยลง)

เกมนี้สะท้อนความไม่แน่นอนของแชมเปียนชิปได้ชัดเจน เพราะไม่กี่วินาทีสุดท้ายอาจเปลี่ยนทั้งผลการแข่งขันและความมั่นใจของทีมได้ สำหรับเลสเตอร์ นี่คือก้าวที่ดีขึ้น ส่วนเวสต์บรอมยังต้องหาคำตอบเรื่องเกมเยือนต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ดราม่าที่คราเวนคอตเทจ ฟูแล่ม 2-2 ลิเวอร์พูล

ฟุตบอล

เสี่ยฮั่น ย้ำขอคืนสิทธิ์เจ้าบ้าน รอบ 16 ทีม เอฟเอ คัพ หลังเวลาแข่งไม่ตรงตามตกลง

Published

on

เสี่ยฮั่น ย้ำขอคืนสิทธิ์เจ้าบ้าน รอบ 16 ทีม เอฟเอ คัพ หลังเวลาแข่งไม่ตรงตามตกลง

เชียงราย – มิตติ ติยะไพรัช หรือ “เสี่ยฮั่น” ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ออกมายืนยันว่า ทีมขอรับสิทธิ์กลับมาเป็นเจ้าบ้านในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังฝ่ายคู่แข่งแจ้งเวลาแข่งขันไม่ตรงกับที่พูดคุยกันไว้ก่อนหน้า

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้าย พบกับ พราม แบงค็อก ในวันที่ 14 ม.ค. โดยเดิมทีเชียงรายได้สิทธิ์เล่นในบ้าน แต่มีการขอสลับไปเตะเป็นทีมเยือนแทน ซึ่งมีการตกลงกันด้วยวาจาว่าจะเริ่มแข่งเวลา 17.30 น.

ต่อมาพราม แบงค็อก แจ้งเวลาแข่งขันกับฝ่ายจัดการแข่งขันเป็น 15.00 น. ทำให้สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่สามารถยอมรับได้ และตัดสินใจขอคืนสิทธิ์การเป็นเจ้าบ้าน

เสี่ยฮั่นโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะกลับมาเล่นเอฟเอ คัพ วันที่ 14 นี้ในบ้าน เนื่องจากตกลงกันไว้ว่าเตะ 17.30 น. แต่มีการแจ้งเป็น 15.00 น. ซึ่งไม่เป็นไปตามที่คุยกัน จึงขอสิทธิ์เป็นเจ้าภาพคืน

จากประกาศดังกล่าว เกมระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ พราม แบงค็อก จะย้ายมาแข่งขันที่ สิงห์ เชียงราย สเตเดียม ส่วนเวลาเตะอย่างเป็นทางการจะประกาศอีกครั้ง

อัปเดตตลาดนักเตะไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025-26 รอบ 2

อัปเดตตลาดนักเตะไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025-26 รอบ 2 (ตลาดเดือนมกราคม)

ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025-26 เดินทางมาถึงช่วงครึ่งฤดูกาลแล้ว และตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมก็เปิดให้ทีมต่าง ๆ ปรับทัพ ทั้งการเสริมตัวใหม่ และปล่อยนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนออกไป ซึ่งส่งผลต่อทิศทางของแต่ละทีมในช่วงที่เหลือของซีซั่น

ด้านล่างคือสรุปการย้ายทีมในตลาดรอบนี้ (เข้า-ออก) ของแต่ละสโมสร

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เข้า

  • เอ็มมานูเอล โตกู (โอเอช ลูเวิน)
  • เอดูอาร์โด มานชา (วองต์โฟเรต์ โคฟุ)
  • รูเบน ซานเชซ (เอฟซี โอเคเอ็มเค)
  • คิงสลีย์ ชินด์เลอร์ (ซัมซุนสปอร์)
  • ยอร์เย เดสโปโตวิช (โบแร็ค บันยาลูกา)

ออก

  • อาทิตย์ เบิร์ก (การท่าเรือ เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ธนิศร ไพบูลย์กิจเจริญ (อุทัยธานี เอฟซี) (ยืมตัว)
  • สิงหา มาระสะ (พัทยา ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • ปิยวัฒน์ เปตรา (พัทยา ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • ลีออน เจมส์ (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ดุษฏี บูรณะจุฑานนท์ (สมุย ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • เฟย์ซาล มูลิช
  • โรเบิร์ต บาวเออร์
  • เนมันยา นิโคลิช

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

เข้า

  • ริวัลดินโญ่ (ชิงเต่า เร้ด ไลอ้อนส์)
  • อาตูร์ มูร่า (ฮวาซอง เอฟซี)

ออก

  • ลูก้า อาดิซ (ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส)
  • เคียวกะ นากามูระ (ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส)

การท่าเรือ เอฟซี

เข้า

  • อาทิตย์ เบิร์ก (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • ศิวกรณ์ เตียตระกูล (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
  • สราวุธ กองลาภ (สมุทรสาคร เอฟซี)
  • เลโอนาร์โด้ คาลิล (กียองนัม เอฟซี)
  • พิชิตชัย เศียรกระโทก (กลับจากยืมตัว)

ออก

  • วรวุฒิ นามเวช (อยุธยา ยูไนเต็ด)
  • ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
  • ศุเมธี โคกโพธิ์ (พลังกาญจน์ เอฟซี)
  • ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช (พลังกาญจน์ เอฟซี)
  • มาเธอุส ปาโต้

เริ่มเดิมพันกีฬาด้วยคริปโตกับ Cloudbet วันนี้

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เข้า

  • ริคุ มัตสึดะ (วิสเซล โกเบ)
  • อิคซาน ฟานดี้ (ราชบุรี เอฟซี) (กลับจากยืมตัว)
  • นราวิชญ์ อินทเจริญ (บีจี แทมปิเนส โรเวอร์ส) (กลับจากยืมตัว)
  • วิทวัส พร้าวไธสง (บีจี แทมปิเนส โรเวอร์ส) (กลับจากยืมตัว)
  • โยชิอากิ ทากากิ (อัลบิเร็กซ์ นีงาตะ)
  • ธนวัฒน์ พิมพ์โยธา (กลับจากยืมตัว)

ออก

  • ศิวกรณ์ เตียตระกูล (การท่าเรือ เอฟซี)
  • อิรฟาน ดอเลาะ (อุทัยธานี เอฟซี)
  • จอร์แดน เอมาวิเว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
  • สลาวิซ่า บ็อกดาโนวิช
  • เซย์ดีน เอ็นดิอาเย
  • มิลอส ดรินซิช
  • โจเอล โลเปซ ปิซซาโน
  • ชินวัตร ประจวบมอญ (นครปฐม ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (ราชบุรี เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ธนดล ขาวสะอาด (นครศรี ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • รัตนชาติ เนียมไธสง (นครศรี ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • ธนกฤต ละออไขย์ (บางกอก เอฟซี)

เมืองทอง ยูไนเต็ด

เข้า

  • คิม ดองซู

ออก

  • ดิเอโก้ เฮส (สมุทรสาคร ซิตี้)
  • กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ (บูรพา ยูไนเต็ด)
  • อาทิตย์ บัวงาม (บูรพา ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • เคนาน ตูราน
  • จตุรพัช สัทธรรม (ระยอง เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ดาร์โก้ ริชมอนด์

พีที ประจวบ เอฟซี

เข้า

  • อภิสิทธิ์ โสรฎา (ราชบุรี เอฟซี) (ยืมตัว)
  • อี จอง ฮยอพ (ชอนอัน ซิตี้)
  • พิทวัส จีนไทย (กลับจากยืมตัว)
  • ชิษณุพงศ์ พิมพ์สังข์ (กลับจากยืมตัว)

ออก

  • โรดริโก้ ดิอาส
  • โรแมง อาบรอง

สุโขทัย เอฟซี

เข้า

  • พีรพัฒน์ คำแพง (แพร่ ยูไนเต็ด)
  • เจา ปาเรเดส (เบเลเนนเซ่)
  • ลุคคัส บาร์เรโต (อับดิช-อาตา)

ออก

  • ยานนิค นุสส์บอม (นรา ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • ฐิติวัติ พรานแม่น (ชัยนาท ฮอร์นบิล) (ยืมตัว)
  • เอเลียส (บูรพา ยูไนเต็ด)

ลุ้นโชคที่นี่! ทายผลฟุตบอลประจำวันกับเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือที่สุด

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

เข้า

  • ไฮน์ เพียว วิน (ฉาน ยูไนเต็ด)
  • เควนติน กอร์เน็ตต์ (เอฟซี เยลิเมย์)
  • ชาราลัมโบส ชาราลัมบูส (อุทัยธานี เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ลีออน เจมส์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • วัชรินทร์ เนื่องพระแก้ว (บางกอก เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ประเกียรติชัย สิงสุข (ศิวิไล เอฟซี)
  • จอร์ค เบเซร์ร่า (เบรรา สตรูมิกา)
  • แมนนี่ อาเกว็ก (เซาธ์ เมลเมิร์น)

ออก

  • ชิษณุพงศ์ พิมพ์สังข์ (กลับต้นสังกัด)
  • พิทวัส จีนไทย (กลับต้นสังกัด)
  • สิทธิโชค ภาโส (กลับต้นสังกัด)
  • จักรพงษ์ แสนมะฮุง (กลับต้นสังกัด)
  • บุคฆอรี เหล็มดี (กลับต้นสังกัด)
  • เดนิส ดาร์เบลเลย์ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
  • ณฐภพ แก้วกลาง
  • เดยัน เมเลก
  • บรันเดา เดอ ซูซา
  • วิคเตอร์ มาร์ติเนซ
  • ธนินนัทธ์ อธิศราวรเมศร์
  • พนธกร หาญรัตนะ
  • เควนติน กอร์เน็ตต์

อุทัยธานี เอฟซี

เข้า

  • อิรฟาน ดอเลาะ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
  • อติคุณ มีท้วม (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
  • ธนิศร ไพบูลย์กิจเจริญ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • เลอันโดร ริเบโร่ (ซองนัม เอฟซี)
  • เคลวิน โอลิเวียร่า

ออก

  • ทิตาวีร์ อักษรศรี (บางกอก เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ชาราลัมโบส ชาราลัมบูส (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) (ยืมตัว)
  • เซอร์เดียน เคิร์สโตวิช
  • ชิโกซี่ เอ็มบาห์
  • สยาม แยปป์
  • ลีออน เจมส์ (กลับต้นสังกัด)

ราชบุรี เอฟซี

เข้า

  • เควิน ดีรมรัมย์ (สลังงอร์ เอฟซี)
  • เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • แดเนียล ติง (ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม)
  • เกลย์สัน โอลิเวียร่ (โออิตะ ตรินิตะ)

ออก

  • อิคซาน ฟานดี้ (กลับต้นสังกัด)
  • สกอตต์ อัลลาร์ไดซ์ (วิสาขา เอฟซี)
  • อภิสิทธิ์ โสรฎา (พีที ประจวบ เอฟซี) (ยืมตัว)

ลำพูน วอริเออร์

เข้า

  • โดมินิก ชาด
  • ถิรวุฑ สรวลสรรค์
  • เคนชิโร่ ดาเนียลส์
  • โจนัส ยสรัญ ชวาเบ (บางกอก เอฟซี)

ออก

  • หม่อง หม่อง ลวิน (ย่างกุ้ง ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)
  • สหวิช ขำเปี่ยม

ระยอง เอฟซี

เข้า

  • จตุรพัช สัทธรรม (เมืองทอง ยูไนเต็ด) (ยืมตัว)

ออก

  • กิตติพัฒน์ กุลภา (จันทบุรี เอฟซี) (ยืมตัว)

เล่นกีฬาออนไลน์ด้วยคริปโต ง่ายและปลอดภัยทันที

ชลบุรี เอฟซี

เข้า

  • ยศกร บูรพา (ฮั่วกัง ยูไนเต็ด) (กลับจากยืมตัว)
  • ศาสตรพร สุโสะ (บูรพา ยูไนเต็ด) (กลับจากยืมตัว)

ออก

  • ริกิ ชีเธอร์ (ฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค เอฟซี) (ยืมตัว)
  • เริงชัย เกษฎา (บีเอฟบี พัทยา) (ยืมตัว)
  • ณภัทร ชุมปัญญา (บีเอฟบี พัทยา) (ยืมตัว)
  • ต้นตะวัน ปุนทมุณี (บีเอฟบี พัทยา) (ยืมตัว)
  • สิทธิโชค ภาโส (สงขลา เอฟซี) (ยืมตัว)
  • อภิวัฒน์ ชูไพร (สงขลา เอฟซี) (ยืมตัว)
  • ทรงชัย ทองฉ่ำ (โปลิศ เทโร เอฟซี) (ยืมตัว)
  • จักรพงษ์ แสนมะฮุง (โปลิศ เทโร เอฟซี) (ยืมตัว)
  • เลสลีย์ อับโบรห์ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เข้า

  • จอร์แดน เอมาวิเว (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

ออก

  • อติคุณ มีท้วม
  • ชินวัตร ประจวบมอญ (กลับต้นสังกัด)
  • ธนวัฒน์ พิมพ์โยธา (กลับต้นสังกัด)

พลังกาญจน์ เอฟซี

เข้า

  • ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช (การท่าเรือ เอฟซี)
  • ศุเมธี โคกโพธิ์ (การท่าเรือ เอฟซี)

ออก

  • ปริญญา อู่ตะเภา (นครปฐม ยูไนเต็ด)
  • กฤษณ เกษมกุลวิไล (อยุธยา ยูไนเต็ด)

ลุ้นโชคที่นี่! ทายผลฟุตบอลประจำวันกับเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือที่สุด

อยุธยา ยูไนเต็ด

เข้า

  • วรวุฒิ นามเวช (การท่าเรือ เอฟซี)
  • จิระพงษ์ รักสงคราม (ตราด เอฟซี)
  • ยศศักดิ์ เชาวนะ (ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด)
  • โนอาห์ รีเวอร์ เลดเดล (ไดนามิค เฮิร์บ เซบู)
  • กฤษณ เกษมกุลวิไล (พลังกาญจน์ เอฟซี)
  • ธเนศ สุขเนตร (มหาสารคาม เอสบีที เอฟซี)
  • วีรพงษ์ อ้นเพียร (กลับจากยืมตัว)

ออก

  • อิรฟาน ดอเลาะ (กลับต้นสังกัด)
  • กิตติชัย ใยดี (กลับต้นสังกัด)
  • พันธกานต์ เกษมกุลวิไล (หนองบัว พิชญ เอฟซี)
  • เนติธร แก้วเจริญ (แพร่ ยูไนเต็ด)

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน เสมอกันอย่างน่าผิดหวัง 1-1

 

Continue Reading

ฟุตบอล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน เสมอกันอย่างน่าผิดหวัง 1-1

Published

on

แมนซิตี พบ ไบรท์ตัน

แมนเชสเตอร์, 8 มกราคม 2026 – การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้เจองานหนักขึ้นไปอีก หลังเปิดเอติฮัด สเตเดียมทำได้แค่เสมอ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา เออร์ลิง ฮาลันด์กลับมายิงได้ด้วยจุดโทษฉลองหลักไมล์สำคัญ แต่ คาโอรุ มิโตมะซัดตีเสมอแบบสุดสวย ช่วยให้ทีมเยือนเก็บแต้มกลับบ้านได้ และนี่คือการเสมอ 3 นัดติดของทีมเป๊ป กวาร์ดิโอลา

ผลเสมอนัดนี้ทำให้ซิตี้มีโอกาสตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เซนอลได้ถึง 8 แต้มภายในปลายสัปดาห์นี้ เพิ่มแรงกดดันให้แชมป์เก่าในช่วงที่ทีมเจอปัญหานักเตะเจ็บหลายราย และฟอร์มแกว่งต่อเนื่อง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ ไบรท์ตัน

ครึ่งแรกซิตี้คุมเกม, ฮาลันด์ทำสถิติจากจุดโทษ

ซิตี้ออกสตาร์ตได้ดี ครองบอลมากตามสไตล์ และพยายามเจาะแนวรับไบรท์ตันที่จัดทีมมารัดกุมภายใต้การคุมของ ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ ฟิล โฟเดน กับ แบร์นาร์โด ซิลวาเป็นตัวขับเคลื่อนในแดนกลาง แต่โอกาสจะแจ้งยังไม่ค่อยมีในช่วงต้นเกม

ประตูขึ้นนำมาถึงก่อนหมดครึ่งแรก ในนาทีที่ 41 ฮาลันด์ที่ช่วงหลังเงียบไปหลายเกมโดนทำฟาวล์ในเขตโทษจากจังหวะวิ่งฉลาด เจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารเอง และยิงเข้าไปที่มุมล่างแบบเด็ดขาด เป็นประตูที่ 150 ของเขาในทุกรายการกับแมนฯ ซิตี้ และเป็นประตูที่ 20 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

จังหวะนั้นเป็นโมเมนต์ที่เจ้าตัวได้ปลดล็อกแบบชัดเจน ท่ามกลางเสียงเชียร์ในบ้าน ซิตี้จบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบสมควร หลังครองบอลเกิน 65% และมีจังหวะเฉียดได้เพิ่ม รวมถึงลูกยิงของโฟเดนที่ไปชนเสา

มิโตมะซัดคม, เอติฮัดเงียบกริบ

ครึ่งหลังรูปเกมเปลี่ยนไป ไบรท์ตันเริ่มมั่นใจมากขึ้น และใช้เกมโต้กลับเล่นงานพื้นที่ว่างได้ดี นาทีที่ 60 ยาซิน อายารีจ่ายบอลฉลาดให้มิโตมะบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนปีกทีมชาติญี่ปุ่นกดเรียดเน้นๆ ส่งบอลเสียบมุมล่างขวา เอแดร์ซอนหมดสิทธิ์ป้องกัน

ประตูตีเสมอทำให้เกมเดือดขึ้น ทีมเยือนเล่นแน่นกว่าเดิม โดยมี ลูอิส ดังค์ และ ยาน พอล ฟาน เฮคเค ยืนคุมแนวรับได้แข็งมาก รับมือเกมบุกของซิตี้ที่มาเป็นระลอก ฮาลันด์เกือบยิงนำอีกครั้งจากลูกโหม่งที่หลุดกรอบไปนิดเดียว ส่วน ฮูเลียน อัลบาเรซ ที่ลงมาเป็นสำรองก็ยิงให้ เจสัน สตีล ต้องออกแรงเซฟ

ช่วงท้ายเกมซิตี้กดหนัก รวมถึงจังหวะชุลมุนหน้าปากประตูในช่วงทดเจ็บ แต่ก็ยังหาเม็ดที่สองไม่เจอ เป๊ปดูหงุดหงิดข้างสนามก่อนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น กลายเป็นสถิติเสมอพรีเมียร์ลีก 3 นัดติดต่อกัน หลังเจ๊ากับทีมกลางตารางมาก่อนหน้านี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ ไบรท์ตัน

เป๊ปปวดหัวเรื่องอาการเจ็บ, โอกาสหลุดมืออีกครั้ง

หลังเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลาพูดถึงจังหวะจบสกอร์ที่ยังไม่คมพอ พร้อมยอมรับว่าไบรท์ตันทำได้ดี “เราสร้างโอกาสพอที่จะชนะ แต่เราใช้มันไม่คุ้ม” เขากล่าว “ไบรท์ตันเป็นทีมที่ดีมาก ถ้าหลุดสมาธิ พวกเขาลงโทษได้ทันที”

ผลเสมอนัดนี้ย้ำให้เห็นว่าซิตี้ยังเปราะในหลายช่วงของเกม โดยเฉพาะเมื่อทีมมีปัญหานักเตะหลักเจ็บ เช่น โรดรี และ เควิน เดอ บรอยน์ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้ฮาลันด์จะทำสถิติเป็นข่าวดี แต่แต้มที่หล่นไปก็เปิดทางให้อาร์เซนอลหนีห่างมากขึ้น

ด้านไบรท์ตัน แต้มนี้สะท้อนว่าทีมพัฒนาไปไกล พวกเขาอยู่กลางตารางแบบไม่กดดัน และเก็บแต้มจากทีมกลุ่มบิ๊กซิกซ์ได้หลายครั้งในฤดูกาลนี้ โดยความเฉียบของมิโตมะยังเป็นไฮไลต์สำคัญเหมือนเดิม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ ไบรท์ตัน

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด (ณ วันที่ 8 มกราคม 2026)

กลุ่มหัวตาราง

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ผลต่าง แต้ม
1 Arsenal 20 15 3 2 +26 48
2 Manchester City 20 13 4 3 +26 43
3 Aston Villa 20

โซนกลางตาราง: Brighton & Hove Albion

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ผลต่าง แต้ม
10 Newcastle United 20
11 Brighton & Hove Albion 20

โปรแกรมต่อไปของซิตี้เป็นเกมเยือนที่ไม่ง่าย ส่วนไบรท์ตันก็น่าจะต่อยอดความมั่นใจจากผลเสมอนี้ได้ดี การลุ้นแชมป์เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ และถ้าซิตี้ยังทำแต้มหล่นบ่อยแบบนี้ งานไล่อาร์เซนอลจะยากขึ้นทุกสัปดาห์

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เสมอเดือดที่เทิร์ฟ มัวร์: เบิร์นลีย์ยันแมนฯ ยูไนเต็ด 2-2

Continue Reading

ฟุตบอล

เสมอเดือดที่เทิร์ฟ มัวร์: เบิร์นลีย์ยันแมนฯ ยูไนเต็ด 2-2

Published

on

เบิร์นลีย์ พบ แมนยู

แลงคาเชอร์ ประเทศอังกฤษ – การแข่งขันพรีเมียร์ลีกภายใต้แสงไฟส่องสว่างที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ จบลงอย่างตื่นเต้นเร้าใจ โดยเบิร์นลีย์เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 เกมนี้เต็มไปด้วยประตูสุดสวย การตัดสินที่ถกเถียงกัน และประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมที่ทำให้แฟนบอลลุ้นระทึกตลอดเวลา

ผลการแข่งขันนี้ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์ของยูไนเต็ดยังคงอยู่ แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับพวกเขาเช่นกัน ในขณะที่เบิร์นลีย์ขยับออกห่างจากโซนตกชั้นมากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่จะประมาทได้เมื่อต้องเจอกับทีมใหญ่

คืนหนาวจัดมีแฟนเต็มความจุเกิน 21,000 คน แฟนยูไนเต็ดเดินทางมาเยอะ แม้เป็นเกมกลางสัปดาห์ ทีมของเอริก เทน ฮาก ถูกมองว่าเหนือกว่า ด้วยเกมรุกที่มีมาร์คัส แรชฟอร์ด และราสมุส ฮอยลุนด์ เป็นตัวชูโรง ด้านเบิร์นลีย์ของแว็งซ็องต์ กอมปานี วางแผนเล่นรัดกุม รอจังหวะโต้กลับ ใช้ความเร็วของไลล์ ฟอสเตอร์ และความแข็งในแดนกลางของจอช บราวน์ฮิลล์

	
เบิร์นลีย์ พบ แมนยู

ยูไนเต็ดครองเกมก่อน และได้ประตูนำเร็ว

แมนฯ ยูไนเต็ดเริ่มเกมได้ดีกว่า ครองบอลมากกว่า และพยายามเจาะแนวรับที่ยืนเป็นระเบียบของเบิร์นลีย์ ประตูแรกมาในนาทีที่ 17 บรูโน แฟร์นันด์สทำเกมได้เนียน ตักจ่ายเข้าพื้นที่ให้แรชฟอร์ดทางซ้าย ก่อนตัดเข้าในและปั่นโค้งเสียบมุมบนแบบหมดจด เจมส์ แทร็ฟฟอร์ดได้แต่มอง สกอร์เป็น 1-0 และแฟนทีมเยือนส่งเสียงกันลั่น

แต่เบิร์นลีย์ไม่ถอยง่ายๆ ทีมของกอมปานีทำได้ดีจากลูกตั้งเตะในฤดูกาลนี้ และมาตีเสมอก่อนครบครึ่งชั่วโมง ลูกเตะมุมของซานเดอร์ เบิร์ก ถูกดารา โอเชียขึ้นโหม่งเต็มหัว บอลชนเสาแล้วเด้งเข้าไป กองหลังทีมชาติไอร์แลนด์ดีใจสุดขีด หันไปฉลองกับแฟนเจ้าถิ่น หลังจากนั้นโมเมนตัมเริ่มเปลี่ยน เบิร์นลีย์มั่นใจขึ้น และบีบให้ อ็องเดร โอนานา ต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง

ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มเดือด จังหวะเสียบหนักของกาเซมิโรใส่บราวน์ฮิลล์ทำให้เจ้าตัวโดนใบเหลือง และมีปะทะกันเล็กน้อย ไมเคิล โอลิเวอร์คุมเกมไว้ได้ แต่ความเข้มข้นบอกชัดว่าครึ่งหลังจะมีอะไรให้พูดถึงอีกแน่

	
เบิร์นลีย์ พบ แมนยู

ครึ่งหลังเดือดทันที: ประตู, VAR และช่วงท้ายสุดกดดัน

กลับมาครึ่งหลังไม่นาน เกมเปิดหน้าแลกมากขึ้น นาทีที่ 52 ฮอยลุนด์พายูไนเต็ดขึ้นนำอีกครั้ง เขาวิ่งสอดรับบอลแทงจากค็อบบี เมนู ก่อนจบสกอร์จากระยะราว 12 หลาอย่างเยือกเย็น นับเป็นประตูที่ 8 ของเขาในฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ดยังดูเหนือกว่าในแดนกลาง และมีจังหวะเข้าทำจากการกระชากของอเลฮานโดร การ์นาโชเป็นระยะ

เบิร์นลีย์ยังสู้ไม่ถอย และมาตีเสมอจากจุดโทษที่เป็นประเด็นในนาทีที่ 68 ฟอสเตอร์ล้มในเขตโทษจากจังหวะปะทะกับลิซานโดร มาร์ติเนซ ผู้ตัดสินเช็ก VAR อยู่นานก่อนชี้เป็นจุดโทษ เซกี อัมดูนียิงหลอกโอนานาเข้าประตูไปเป็น 2-2 นักเตะยูไนเต็ดประท้วงกันหนัก เพราะมองว่ามีการสัมผัสน้อย แต่คำตัดสินไม่เปลี่ยน

20 นาทีสุดท้ายเป็นเกมสวนกันไปมา ยูไนเต็ดโหมหาประตูชัย แรชฟอร์ดยิงฟรีคิกชนคาน ขณะที่การ์นาโชบีบให้แทร็ฟฟอร์ดต้องปัดปลายมือ เบิร์นลีย์เองก็มีจังหวะโต้กลับอันตราย โดยลูกา โคเลโอโชใช้ความเร็วเล่นงานดิโอโก ดาโลต์อยู่หลายครั้ง ช่วงท้ายยูไนเต็ดส่งคริสเตียน เอริคเซนลงมาเพิ่มไอเดียเกมรุก แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังยืนกันแน่นจนจบ

หลังเกม เทน ฮากพูดถึงโอกาสที่หลุดมือไปว่า “เราสร้างโอกาสพอจะชนะได้ แต่ต้องให้เครดิตเบิร์นลีย์ พวกเขาป้องกันกันเต็มที่” ส่วนกอมปานีชมลูกทีมว่า “เจอยูไนเต็ดแล้วได้หนึ่งแต้ม มันให้ความรู้สึกเหมือนชนะ เรากำลังเดินไปในทางที่ดี”

	
เบิร์นลีย์ พบ แมนยู

สถิติสำคัญและไฮไลต์ของเกม

เกมนี้ตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ ยูไนเต็ดครองบอลมากกว่า แต่เบิร์นลีย์สู้ในเรื่องโอกาสจบสกอร์ได้สูสี สถิติหลักมีดังนี้

สถิติ เบิร์นลีย์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ครองบอล (%) 42 58
ยิงทั้งหมด 12 15
ยิงเข้ากรอบ 5 6
เตะมุม 4 7
ฟาวล์ 11 9
ใบเหลือง 2 3
ความแม่นยำการจ่ายบอล (%) 78 85

ไฮไลต์สำคัญคือประตูขึ้นนำของแรชฟอร์ด ที่สะท้อนฟอร์มที่เริ่มกลับมา หลังช่วงต้นฤดูกาลที่ขึ้นๆ ลงๆ ประตูโหม่งของโอเชียมาจากลูกตั้งเตะที่ทำได้ดี และยังชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับลูกกลางอากาศของยูไนเต็ดที่โผล่มาหลายครั้งในซีซันนี้ ส่วนจุดโทษทำให้เกมมีไฟมากขึ้น ภาพช้าพอเห็นการสัมผัส แต่หลายคนยังถกกันว่าหนักพอหรือไม่

เกมรับของเบิร์นลีย์ แม็กซิม เอสเตฟทำงานหนัก บล็อกลูกสำคัญได้หลายครั้ง ฝั่งยูไนเต็ด เมนูในวัย 20 ปีเล่นแดนกลางได้เกินวัย จุดเสียคือกาเซมิโรโดนใบเหลืองจนติดโทษแบนในนัดต่อไป ซึ่งเป็นข่าวไม่ดีของเทน ฮากในช่วงที่ทีมมีปัญหาตัวเจ็บ

ผลต่ออันดับและสถานการณ์บนตารางคะแนน

ผลเสมอนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหล่นมาอยู่อันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอล 2 แต้ม หลังผ่าน 20 นัด ส่วนเบิร์นลีย์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 14 และหนีโซนตกชั้น 4 แต้ม เป็นแรงส่งสำคัญสำหรับภารกิจอยู่รอด

ตารางคะแนนส่วนบนและส่วนล่าง (ข้อมูล ณ 8 มกราคม 2026) มีดังนี้

หัวตาราง:

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ผลต่างประตูได้เสีย แต้ม
1 Arsenal 20 14 4 2 +28 46
2 Liverpool 20 13 5 2 +25 44
3 Manchester United 20 12 6 2 +20 42
4 Manchester City 19 12 4 3 +22 40
5 Chelsea 20 11 5 4 +15 38

ท้ายตาราง (หนีตกชั้น):

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ผลต่างประตูได้เสีย แต้ม
14 Burnley 20 6 5 9 -8 23
15 Nottingham Forest 20 5 7 8 -10 22
16 Crystal Palace 20 5 6 9 -12 21
17 Luton Town 20 4 6 10 -15 18
18 Ipswich Town 20 4 5 11 -18 17
19 Southampton 20 3 6 11 -20 15
20 Leicester City 20 3 4 13 -22 13

โปรแกรมต่อไป: งานหนักยังรอทั้งสองทีม

สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด เกมนี้ย้ำว่าพวกเขาต้องคงมาตรฐานให้ได้ ถ้าจะไปให้สุดในศึกแย่งแชมป์ นัดใหญ่กับซิตี้และลิเวอร์พูลกำลังรออยู่ เทน ฮากต้องแก้เรื่องเสียประตูง่าย และหาวิธีให้เอวาน เฟอร์กูสัน นักเตะใหม่เข้ากับทีมเร็วที่สุด ฟอร์มของแรชฟอร์ดเป็นข่าวดี แต่แดนกลางจะเหนื่อยขึ้นเมื่อไม่มีกาเซมิโรในเกมถัดไป

ทางฝั่งเบิร์นลีย์ ผลงานนัดนี้ทำให้แฟนๆ มีกำลังใจมากขึ้น ทีมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และดาวรุ่งอย่างโคเลโอโชก็มีผลงานให้เห็น เกมต่อไปเจอทีมกลางตารางหลายทีม เป็นโอกาสเก็บแต้มเพิ่ม แต่ถ้าจอร์แดน เบเยอร์ยังมีปัญหาอาการเจ็บ ก็อาจทำให้ขุมกำลังเกมรับตึงมือ

ค่ำคืนที่เทิร์ฟ มัวร์จบด้วยการแบ่งแต้ม แต่เต็มไปด้วยเรื่องให้พูดถึง ทั้งสองทีมได้บทเรียนคนละแบบ และพรีเมียร์ลีกก็ยังเดินหน้าพร้อมดราม่าตามสไตล์เหมือนเดิม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ขุนค้อนเฮลั่น, โบเวนเหมาสองพาเวสต์แฮมแซงชนะฟอเรสต์ 2-1 แบบดราม่า

Continue Reading

Trending

Copyright © 2026 CTN