ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทางหลวงจับคู่รักลอบขนไอซ์กว่า 100 กก
เชียงราย – วันพุธที่ผ่านมา พล.ต.ท.พรศักดิ์ เหล่าอุจิราลัย ผู้บัญชาการตำรวจทางหลวง แถลงผลคดีลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ หลังเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย คือชายอายุ 43 ปี และหญิงอายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาเสพติด
พล.ต.ท.พรศักดิ์ระบุว่า จุดเริ่มคดีมาจากการจับกุมก่อนหน้านี้ที่ด่านตรวจในจังหวัดชุมพร ซึ่งพบไอซ์มากกว่า 100 กิโลกรัม จากนั้นพนักงานสอบสวนขยายผลจนทราบว่า ยังมีรถอีกคันที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเดียวกัน เตรียมลำเลียงของล็อตใหญ่ผ่านพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง
ทีมจับกุมจึงเฝ้าติดตามตามจุดเสี่ยงหลายแห่ง ต่อมาพบรถเป้าหมายในจังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปทางพัทลุง ก่อนเข้าควบคุมและสกัดรถได้สำเร็จ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนไว้สอบสวน
จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าประมาณ 1 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้พนักพิงเบาะหลัง ก่อนนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ไปสอบปากคำเพิ่มเติม
คนขับชายให้การรับสารภาพว่า ถูกว่าจ้างให้ขนยาเสพติดจาก จังหวัดเชียงราย ลงไปยังพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยอ้างว่าจะได้ค่าจ้าง 35,000 บาท และยอมรับว่าเคยรับงานลักษณะนี้มาแล้ว 1 ครั้ง ส่วนผู้โดยสารหญิงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ระบุว่าแค่มาเที่ยวภาคใต้ และไม่รู้ว่ามียาเสพติดอยู่ในรถ
ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยคดีลักสายไฟสนามบินเชียงราย
อีกคดีเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2026 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่า ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย และ พล.ต.ท.พรศักดิ์ เหล่าอุจิราลัย ตำรวจทางหลวงร่วมกับชุดสืบสวนจากกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ตม.เชียงราย และชุดสืบสวน สภ.บ้านดู่ เข้าจับกุมชายอายุ 32 ปี (สงวนนามสกุล) ชาวตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่บ้านเช่าในตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย โดยหมายจับสืบเนื่องจากเหตุช่วงกลางเดือนธันวาคม 2025 เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย แจ้งว่า พบชาย 2 คนใช้รถกระบะก่อเหตุลักตัดสายไฟบริเวณด้านทิศใต้ของสนามบิน
รายงานระบุว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าไปแสดงตัว ผู้ก่อเหตุทิ้งคีมตัดและสายไฟยาวราว 65 เมตร มูลค่าประมาณ 39,000 บาท ไว้ริมทาง ก่อนขับรถหลบหนี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดใช้เป็นหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับ
ภายหลังสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านเช่าที่บ้านดู่ จึงวางแผนเข้าจับกุม และตรวจยึดอาวุธปืนยาวขนาด .22 ที่ดัดแปลงติดกล้องเล็ง ผู้ต้องสงสัยรับว่าเป็นของตน และบอกว่าเตรียมออกจากเชียงรายในเช้าวันนั้น แต่ถูกจับกุมก่อน
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องสงสัยอีกรายที่เรียกแทนว่า “นายเอ” ไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อน หลังสังเกตความผิดปกติในช่วงกลางคืน
คดีนี้ผู้ต้องสงสัยถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเขตสนามบิน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือขนทรัพย์ และข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจบ้านดู ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีต่อไป