ข่าวอาชญากรรม - Crime

การเลือกตั้งทั่วไป 2569, โค้งท้ายของ “เปลี่ยน” หรือ “ไปต่อ”?

Published

on

เชียงราย – อีกไม่กี่วันถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยกว่า 53 ล้านคนจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นแบบกะทันหัน หลังสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงประกาศกำหนดวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

รอบนี้ยังมีการทำประชามติร่วมกัน เพื่อพิจารณาแนวทางเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทำให้บรรยากาศการเมืองยิ่งร้อน โดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของหลายพรรค

พรรคการเมืองที่น่าจับตา

แม้มีพรรคจดทะเบียนลงสนามถึง 57 พรรค แต่กลุ่มที่ถูกมองว่ามีลุ้นกวาดที่นั่งจำนวนมาก ยังเป็นพรรคใหญ่ไม่กี่พรรค ได้แก่

  • พรรคประชาชน (People’s Party) สานต่อจากพรรคก้าวไกลเดิมที่ถูกยุบพรรค จุดยืนหลักคือแนวปฏิรูป เน้นประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ และนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
  • พรรคเพื่อไทย พรรคประชานิยมสายเดิมที่สืบทอดจากไทยรักไทย มีฐานเสียงแน่นในภาคเหนือและอีสาน ชูเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก
  • พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นสุขภาพ การพัฒนาท้องถิ่น และความมั่นคงแนวชายแดน
  • พรรคพลังประชารัฐ พรรคสายอนุรักษนิยม มีฐานจากกลุ่มอนุรักษนิยมและทหาร
  • พรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงพรรคอื่น ๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น

ส่วนพรรคขนาดเล็กและพรรคใหม่ เช่น พรรคกล้าธรรม และอีกหลายพรรค ก็ลงแข่งขันเช่นกัน แต่โดยภาพรวมคาดว่าจะได้ที่นั่งไม่มาก

แคนดิเดตนายกฯ ที่ถูกพูดถึงมาก

รายชื่อผู้ถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีจากแต่ละพรรค ที่มีโอกาสสูงและถูกจับตาในช่วงโค้งท้าย มีดังนี้

  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน อายุ 38 ปี ได้แรงสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่และหลายโพล
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน วางภาพเรื่องความมั่นคงและงานท้องถิ่น
  • นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ชูชุดนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง
  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาทำงานการเมืองหวังเรียกฐานเสียงเดิม

ข้อมูลจากโพลล่าสุดของนิด้าโพลและสวนดุสิตโพล ระบุว่านายณัฐพงษ์ยังมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนนิยมราว 24 ถึง 32% โดยมีนายอนุทินและนายยศชนันท์ตามมา

กระแสความนิยมพรรคการเมืองล่าสุด

ผลสำรวจช่วงเดือนมกราคม 2569 ชี้ว่าพรรคประชาชนขึ้นนำด้วยคะแนนนิยมประมาณ 30 ถึง 34% ถัดมาคือพรรคภูมิใจไทยราว 16 ถึง 22% และพรรคเพื่อไทยราว 15 ถึง 16% อีกกลุ่มที่สำคัญคือผู้มีสิทธิที่ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ราว 14% ซึ่งทำให้ช่วงสุดท้ายยังเปลี่ยนเกมได้

ภาพรวมคือ พรรคประชาชนได้แรงส่งจากกระแสปฏิรูปและคนรุ่นใหม่ ขณะที่ภูมิใจไทยและเพื่อไทยยังยืนบนฐานเดิม ทั้งบทบาทรัฐบาลและแนวนโยบายประชานิยม

นโยบายหาเสียงเด่นของแต่ละพรรค

แต่ละพรรควางคำสัญญาไว้ต่างกันพอสมควร และใช้เป็นจุดขายหลักช่วงหาเสียง

พรรคประชาชน

  • รัฐบาลภารกิจเฉพาะทาง (Mission-Driven Government)
  • ฟื้นเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ สนับสนุน SME
  • ลดค่าครองชีพ ปรับระบบการศึกษาและแรงงาน
  • ปรับระบบราชการ กระบวนการยุติธรรม และเดินหน้าต้านคอร์รัปชัน
  • ปรับโครงสร้างประชาธิปไตย ความมั่นคงสิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยพิบัติ
  • ชู “12 ภารกิจเร่งด่วน” หากได้จัดตั้งรัฐบาล

พรรคเพื่อไทย

  • ดันเศรษฐกิจปากท้อง ลดค่าครองชีพ
  • นโยบาย “สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน” ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • โฟกัสเกษตรกรและแรงงาน เน้นฐานราก
  • ปรับระบบการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม

พรรคภูมิใจไทย

  • ความมั่นคงชายแดน และพัฒนาท้องถิ่น
  • นโยบายสุขภาพ และการต่อยอดแนวกัญชาเสรี
  • หนุนธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
  • เดินเรื่องเศรษฐกิจควบคู่ความสงบเรียบร้อย

พรรคพลังประชารัฐและพรรคสายอนุรักษนิยม

  • รักษาเสถียรภาพสถาบันและความมั่นคง
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแนวทางเดิมที่คุ้นเคย

ภาคเหนือและเชียงราย, สนามที่คะแนนมีความหมาย

ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย เคยเป็นพื้นที่แข็งของพรรคเพื่อไทยมาหลายสิบปี เพราะนโยบายที่เข้าถึงเกษตรกรและแรงงาน ทำให้ในอดีตเพื่อไทยกวาดที่นั่งได้มากในภูมิภาคนี้

แต่การเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมากในเชียงรายและเชียงใหม่ ทำให้การแข่งขันในหลายเขตเข้มข้นขึ้น เห็นชัดในเชียงราย เขต 7 ที่เพื่อไทยยังรักษาพื้นที่ไว้ได้จากการเลือกตั้งซ่อมล่าสุด

วันนี้เพื่อไทยยังมีเครือข่ายท้องถิ่นที่แข็งแรงในหลายพื้นที่ของเชียงรายและภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่พรรคประชาชนพยายามขยายฐาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และประเด็นที่กระทบชีวิตจริงอย่างฝุ่น PM2.5 ที่ชาวเหนือเผชิญทุกปี

คนเชียงรายจำนวนมากมองหานโยบายที่ทำได้จริงในเรื่องหมอกควัน การเกษตรที่ยั่งยืน และการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง พรรคที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ชัดกว่า ย่อมได้เปรียบในคูหา

สรุป, เลือกตั้ง 2569 ที่อาจชี้ทางประเทศ

การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกทิศทางประเทศ ระหว่างความเปลี่ยนแปลงที่หลายคนคาดหวัง กับความต่อเนื่องของฝ่ายรัฐบาลเดิม ภาคเหนือและเชียงรายยังเป็นพื้นที่ที่มีน้ำหนักในการตัดสินผลรวมของประเทศ

อย่าลืมออกไปใช้สิทธิให้ครบ เพื่อให้เสียงของเรามีความหมายกับอนาคตที่อยากเห็น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

พรรคการเมือง 4 พรรคได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย

 

 

Trending

Exit mobile version