ข่าวการเมือง
พรรคการเมือง 4 พรรคได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย -ที่ลานกิจกรรมสามเหลี่ยมทองคำ ในเขตเทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีการจัดเวทีดีเบตสัญจรเพื่อรับฟังแนวนโยบายแก้ปัญหาชายแดนภาคเหนือ ตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคพลวัต และพรรคกล้าธรรม บรรยากาศช่วงค่ำริมแม่น้ำโขงมีทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังจำนวนมาก
เวทีครั้งนี้โฟกัส 4 ประเด็นใหญ่ที่กระทบชีวิตคนพื้นที่โดยตรง คือ มลพิษข้ามพรมแดน ภัยพิบัติขนาดใหญ่ อาชญากรรมข้ามชาติ (แก๊งสแกมเมอร์) และปัญหายาเสพติด
มลพิษทางน้ำจากเหมืองแร่หายาก กับเสียงสะท้อนของชุมชน
ประเด็นที่ถูกหยิบมาคุยก่อนคือปัญหามลพิษทางน้ำที่ชาวบ้านกังวล จากการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถูกมองว่าปล่อยสารปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง
- นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ (พรรคภูมิใจไทย) เสนอให้แก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการผันน้ำสะอาดจากแหล่งอื่นมาให้ใช้ พร้อมผลักดันแนวคิด “พ.ร.บ.ความรับผิดจากมลพิษข้ามแดน” เพื่อเอาผิดบริษัทไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมก่อมลพิษในต่างประเทศ
- น.ส.พรรณิการ์ วานิช (ผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน) เสนอให้ใช้กรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมร่วมกัน และเสนอเพิ่มพิกัดศุลกากรแร่หายากจาก 1 เป็น 10 ชนิด เพื่อทำระบบ “ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)” และปฏิเสธการนำเข้าแร่จากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย
- นายกัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต) พูดถึงแนวทาง “การทูตแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ (Constructive Intervention)” โดยมองว่าไทยควรกล้าคุยกับจีนซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลักในเหมืองฝั่งเมียนมา ไม่ใช่รอรับผลกระทบอย่างเดียว
- นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ (ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม) เสนอจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการน้ำภาคเหนือ” เพื่อรวมงานหลายกระทรวงทำงานแบบ War Room และเสนอให้ประชาชนตรวจสุขภาพ รวมถึงตรวจสารพิษในร่างกายได้ฟรี
ฝุ่น PM 2.5 และการเผาข้ามแดน ประเด็นข้าวโพดนำเข้ากลายเป็นจุดชนวนถกเถียง
อีกประเด็นที่ร้อนบนเวทีคือฝุ่น PM 2.5 จากการเผา โดยเฉพาะข้อถกเถียงเรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่ที่มีการเผาป่า
- พรรคประชาชน วิจารณ์ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับล่าสุดว่าเปิดช่องให้ผู้นำเข้า “รับรองตัวเอง (Self-certification)” ซึ่งอาจตรวจสอบได้ยาก พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลดาวเทียมและพิกัดพื้นที่ (Geo-location) ตรวจสอบจุดเผาจริงก่อนอนุญาตนำเข้า
- พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าประกาศดังกล่าวมีความชัดเจนและเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนฤดูกาลนำเข้า พร้อมระบุว่าจะใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ หากพบพื้นที่ต้นทางมีการเผา โรงงานในไทยต้องไม่รับซื้อ
- พรรคกล้าธรรม เสนอแนวทางการทูตเชิงรุกแบบมีเงื่อนไข (Condition Operation) โดยหากประเทศเพื่อนบ้านยังไม่หยุดเผา ไทยอาจต้องพิจารณาปรับระดับความช่วยเหลือบางด้าน เช่น พลังงานหรือไฟฟ้า เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
ถอดบทเรียนภัยพิบัติจากแม่สาย วางระบบให้ทันก่อนเหตุซ้ำ
หัวข้อภัยพิบัติถูกยกตัวอย่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่มที่แม่สาย เพื่อชี้ว่าระบบป้องกันในอนาคตต้องเร็วและทำงานร่วมกันจริง
- พรรคกล้าธรรม เน้นระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และการเยียวยาผ่านระบบดิจิทัลให้จ่ายได้ไว ลดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน
- พรรคภูมิใจไทย เสนอปรับกฎหมายให้ท้องถิ่นใช้งบ “เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย” ได้ (Pre-disaster) และเสนอแนวคิด “พยาบาลอาสาทุกหมู่บ้าน” เพื่อช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
- พรรคประชาชน ยกการรับมือ “โลกรวน” เป็นหนึ่งใน 12 ภารกิจหลักของพรรค พร้อมชูการบริหารแบบไม่แยกส่วน (No Silo) โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการข้ามกระทรวงเพื่อให้ทำงานได้จริง
อาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่ชายแดน
ด้วยทำเลใกล้เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ทำให้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ถูกจับตาเป็นพิเศษ
- พรรคพลวัต เสนอแนวทาง “4 ตัด” ได้แก่ ตัดบอส ตัดเงิน ตัดการสื่อสาร และตัดขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อจัดการให้ถึงราก
- พรรคประชาชน ชี้จุดอ่อนเรื่องการส่งผู้ต้องหาให้จีนโดยไม่ขยายผลไปถึงเครือข่ายในไทย พร้อมเรียกร้องให้จัดการ “ทุนเทา” ที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ
- พรรคภูมิใจไทย เสนอใช้ Data Center เชื่อมข้อมูลธุรกรรมการเงินเพื่อช่วยอายัดทรัพย์ และผลักดัน “ธุรกิจสีขาว” ในพื้นที่ชายแดน เพื่อดึงคนไทยออกจากวงจรอาชญากรรม
เสียงจากภาคประชาชน ขอให้รัฐจริงจังกับมลพิษและภัยพิบัติ
อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว (ครูตี๋) ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ฝากความเห็นทิ้งท้ายว่า นโยบายจะดูดีแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าความจริงใจของรัฐบาล ที่ต้องยอมรับว่ามลพิษและภัยพิบัติเป็นวิกฤตระดับชาติ และควรยกเป็นวาระแห่งชาติเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน
เวทีดีเบตครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกสัญญาณก่อนการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง สุดท้ายคนในภาคเหนือจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า แนวคิดของพรรคไหนจะเปลี่ยนจาก “นโยบาย” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” ได้จริง และทำให้พื้นที่ชายแดนปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน