ข่าวการเมือง

ผลเลือกตั้ง 2569: ภูมิใจไทยขึ้นนำ สภาชุดใหม่เปลี่ยนหน้าใหญ่

Published

on

ผลเลือกตั้ง 2569: การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านไปแล้ว และรอบนี้ต่างจากหลายครั้งก่อน เพราะไม่มี สว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสียงจากคูหาเลยชัดขึ้นแบบจับต้องได้

ผลนับคะแนนแบบไม่เป็นทางการจาก กกต. ในช่วงที่นับได้ราว 92-93% สะท้อนการเปลี่ยนดุลอำนาจทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด พรรคภูมิใจไทยที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำผลงานเกินคาด กวาดที่นั่งขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนพรรคประชาชนที่เคยนำมาก่อนหน้า ต้องขยับมาอยู่อันดับสอง

ภาพรวมผลเลือกตั้ง (ไม่เป็นทางการ)

ข้อมูลที่สรุปรวมจากหลายแหล่ง เช่น กกต., Thai PBS, ไทยรัฐ และ The Momentum ระบุแนวโน้มที่ค่อนข้างตรงกันว่า

  • ภูมิใจไทย ได้ราว 194 ที่นั่ง (แบ่งเขต 175, บัญชีรายชื่อ 19)
  • พรรคประชาชน ได้ราว 116 ที่นั่ง (แบ่งเขต 85, บัญชีรายชื่อ 31)
  • เพื่อไทย ได้ราว 76 ที่นั่ง (แบ่งเขต 60, บัญชีรายชื่อ 16)
  • กล้าธรรม ได้ราว 57-58 ที่นั่ง

ด้านการใช้สิทธิ์อยู่ที่ประมาณ 64.98% ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด มี บัตรเสียราว 3.57% และ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 4.17% ภาพรวมบอกได้ว่าคนยังตามการเมืองใกล้ชิด แม้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไทยมีการเลือกตั้งบ่อย

ภูมิใจไทยพลิกขึ้นนำ จากพรรคกลางสู่เจ้าของเสียงมากสุด

ก่อนหน้านี้หลายคนมองภูมิใจไทยเป็นพรรคขนาดกลาง แต่การเลือกตั้ง 2569 ทำให้ภาพนั้นเปลี่ยนไปชัดเจน โดยเฉพาะคะแนนแบบแบ่งเขตที่พุ่งถึง 175 ที่นั่ง จุดแข็งสำคัญคือการคุมฐานในภาคกลาง และอีสานตอนบนได้แน่น รวมถึงการดึงคนการเมืองจากหลายพื้นที่เข้ามาเสริมทีมอย่างต่อเนื่อง

อีกปัจจัยที่ถูกพูดถึงคือช่วงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ทำให้พรรคมีเครือข่ายในพื้นที่แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่ขับเคลื่อนงานท้องถิ่นต่อเนื่อง และมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่าง อบต. เมื่อต้นปี 2569 ซึ่งช่วยต่อยอดความสัมพันธ์กับผู้นำชุมชน

หลังเห็นแนวโน้มผลคะแนน นายอนุทินออกมาแถลงขอบคุณประชาชน พร้อมย้ำว่าผลที่เกิดขึ้นคือเสียงสั่งการจากประชาชนให้พรรคเดินหน้าทำงานต่อ

พรรคประชาชนยังแน่นในเมือง แต่คะแนนเขตลดลง

พรรคประชาชนยังรักษาฐานเสียงสำคัญได้ดี โดยทำผลงานใน บัญชีรายชื่อสูงสุด 31 ที่นั่ง ซึ่งสะท้อนแรงสนับสนุนในเมืองใหญ่และกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ที่นั่งแบบแบ่งเขตเหลือราว 85 ที่นั่ง ทำให้ภาพรวมตกมาเป็นอันดับสอง

เหตุผลที่ถูกประเมินกันคือพรรคคุมฐานเดิมได้ไม่ครบ และขยายพื้นที่ใหม่ได้จำกัดในหลายจังหวัด ถึงอย่างนั้น พรรคประชาชนก็ยังเป็นขั้วที่มีน้ำหนัก และยังมีบทบาทสูงในการเจรจาทิศทางรัฐบาลชุดใหม่

เพื่อไทยกับกล้าธรรม ปรับเกมตามคู่แข่งที่แรงขึ้น

เพื่อไทยยังมีฐานในภาคอีสานและภาคเหนือ แต่จำนวนที่นั่งโดยรวมลดลงจากครั้งก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันที่หนักขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ภูมิใจไทยทำคะแนนได้ดี

อีกด้านหนึ่ง พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ ทำคะแนนได้สูงถึงราว 57 ที่นั่ง ถือว่าโตเร็วในเวลาไม่นาน จุดเด่นที่ถูกพูดถึงคือการสื่อสารนโยบายที่ชัด และวางกลุ่มเป้าหมายได้ตรง

สำหรับ ประชาธิปัตย์ ได้ราว 20-22 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเล็กอื่นๆ เช่น ไทรวมพลัง และ พลังประชารัฐ ได้ที่นั่งไม่มาก

ผลประชามติรัฐธรรมนูญ เห็นชอบนำตามคาด

นอกจากเลือก สส. ยังมีประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ผลไม่เป็นทางการเมื่อมีการนับแล้ว 92%+ ระบุว่า

  • เห็นชอบ 58.2%
  • ไม่เห็นชอบ 30.8%
  • งดออกเสียง 8.4%

ผลแบบนี้ทำให้การเดินหน้าสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่มีโอกาสสูงขึ้น และอาจส่งผลต่อโครงสร้างการเมืองในระยะต่อไป

การจัดตั้งรัฐบาล เสียง 251 คือเส้นแบ่ง

สภามี 500 ที่นั่ง การตั้งรัฐบาลต้องใช้เสียงอย่างน้อย 251 ภูมิใจไทยจึงมีโอกาสสูงมากในการเป็นแกนนำ และอาจจับมือกับเพื่อไทย กล้าธรรม หรือพรรคขนาดเล็ก เพื่อให้เสียงพอและมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม การคุยกันอาจไม่ง่าย เพราะมีความขัดแย้งสะสมระหว่างพรรคใหญ่จากหลายช่วงที่ผ่านมา อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือโจทย์เศรษฐกิจและการคลัง หากมีนโยบายที่ใช้งบสูงต้องชี้แจงให้ชัด รวมถึงการขับเคลื่อนหลังผลประชามติ ที่อาจนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่

สรุป การเลือกตั้ง 2569 กับจุดเปลี่ยนที่ชัดขึ้น

เลือกตั้งปี 2569 เป็นอีกหมุดหมายที่ทำให้เห็นว่าดุลการเมืองไทยเปลี่ยนเร็ว ภูมิใจไทยขึ้นมาเป็นพรรคที่ได้ที่นั่งมากสุด ขณะที่พรรคประชาชนยังคงเป็นแรงหลักในอีกขั้วหนึ่ง ผลทั้งหมดนี้จะกำหนดทิศทางประเทศใน 4 ปีข้างหน้า ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ กติกาการเมือง และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

สุดท้าย คนไทยส่งสัญญาณผ่านบัตรเลือกตั้งไปแล้ว งานหนักต่อจากนี้คือรัฐบาลใหม่ต้องทำให้ความคาดหวังของประชาชนกลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้

Trending

Exit mobile version