ข่าวระดับชาติ - National
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ ยืนยันอาคารใหม่ไม่ใช่ฐานทัพลับ
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ย้ำอาคารใหม่ 273 ล้านดอลลาร์ไม่ได้เป็นฐานลับ, ไม่มีภารกิจทางทหาร
เชียงใหม่ – สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ออกมาชี้แจงกรณีข่าวลือว่าอาคารสำนักงานแห่งใหม่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการลับทางทหาร โดยยืนยันชัดว่าไม่มีฐานทหารของสหรัฐฯ ในประเทศไทย และอาคารแห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับงานกงสุลและการให้บริการประชาชนเป็นหลัก
อาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ แห่งใหม่ใช้งบก่อสร้าง 273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งอยู่บนที่ดินราว 16.5 ไร่ ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อ 23 ม.ค. 2569 โดยมีนายไมเคิล เจ. รีกาส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายบริหารธุรการและทรัพยากร และนายฌอน เค. โอนิลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธาน พร้อมแขกจากหน่วยงานต่างๆ ในภาคเหนือเข้าร่วม
นางคีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ระบุว่า อาคารใหม่ไม่ได้เป็นแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่สะท้อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ภารกิจหลักของสถานกงสุลคือดูแลและให้บริการชาวอเมริกันมากกว่า 21,000 คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ครอบคลุม 15 จังหวัด รวมถึงให้บริการคนไทยที่มาติดต่อราชการ และสนับสนุนความร่วมมือกับภาคเหนือของไทยในหลายด้าน
ตัวอาคารถูกออกแบบให้ผสมแนวคิดการออกแบบของสหรัฐฯ เข้ากับกลิ่นอายสถาปัตยกรรมล้านนา และใช้ผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นร่วมงาน เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่และใช้งานได้จริงในระยะยาว
สำหรับข้อกังวลเรื่อง “ฐานทหาร” นางคีเลียยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่มีฐานปฏิบัติการทางทหารในไทย และสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในประเทศไทยมีเพียงแห่งเดียวคือที่เชียงใหม่ ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 หน้าที่ของที่นี่คือทำงานกงสุล ดูแลพลเมืองสหรัฐฯ สร้างความร่วมมือ และส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
ส่วนเหตุผลที่อาคารใหม่มีขนาดใหญ่และใช้งบสูง เธออธิบายว่าเป็นเพราะต้องการพื้นที่ทำงานที่เหมาะกับภารกิจปัจจุบันและรองรับการบริการที่สะดวกขึ้น โดยอาคารเดิมแม้สวยและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่เดิมถูกออกแบบเป็นบ้านพักอาศัยมากกว่า และใช้งานมานานกว่า 75 ปี พื้นที่เดิมเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทยที่ให้เช่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 และอยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งมอบคืน
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือข่าวลือเรื่องมีพนักงานประจำมากกว่า 1,000 คน และอาจมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแฝงตัวอยู่ กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ชี้แจงว่า พนักงานประจำของสถานกงสุลมีราว 100 คน ทั้งชาวอเมริกันและคนไทย ทำงานด้านบริการประชาชนและงานสนับสนุนความร่วมมือ เช่น โครงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ หรือด้านการค้าและการลงทุน จึงยืนยันว่าไม่มีฐานลับหรือปฏิบัติการลับ
ส่วนตัวเลข “หลักพัน” มาจากแรงงานก่อสร้างในพื้นที่ ซึ่งมีการจ้างงานท้องถิ่นราว 1,400 คนในช่วงก่อสร้างเท่านั้น เมื่อโครงการเสร็จสิ้นก็สิ้นสุดการจ้างงาน โดยแรงงานเหล่านั้นได้รับการอบรมทักษะเพิ่มเติมเพื่อใช้ต่อยอดในงานอนาคต
นางคีเลียยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องสหรัฐฯ สนับสนุนนักการเมืองหรือพรรคการเมืองไทยเป็นพิเศษในการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุนฝ่ายใดเป็นพิเศษ คนไทยมีสิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ และสหรัฐฯ พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อเดินหน้าความสัมพันธ์และผลประโยชน์ร่วมกันต่อไป