ฟุตบอล
สเปอร์สโกงตาย! ไล่เจ๊าซิตี้ 2-2 จากลูกยิง “สกอร์เปี้ยนคิก” ของโซลันกี้
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญเมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจดจำ เมื่อ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ทีมเยือนจะทำคะแนนนำห่างไปก่อนถึงสองประตูในช่วงครึ่งแรก แต่เจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ รัวคืนสองลูกรวดในครึ่งหลัง โดยเฉพาะลูกตีเสมอระดับ “พุสกัส อวอร์ด” ของ โดมินิก โซลันกี้ ที่ทำให้จบเกมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มอย่างดุเดือด
ครึ่งแรก: เรือใบสีฟ้าแล่นฉิว บุกถล่มเจ้าบ้านราบคาบ
เริ่มเกมมาได้เพียง 11 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็แสดงความเฉียบคมให้เห็นทันที จากจังหวะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เข้าไปบีบแย่งบอลจาก อีฟส์ บิสซูม่า ในแดนกลาง ก่อนจะส่งต่อให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ไหลบอลออกทางขวาให้ ไรยัน แชร์กี ดาวรุ่งฟอร์มแรง ซัดด้วยซ้ายบอลแฉลบกองหลังสเปอร์สเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ให้ทีมเยือนออกนำ 1-0
หลังจากเสียประตู สเปอร์สพยายามตั้งเกมสู้แต่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ความผิดพลาดในเกมรับยังคงหลอกหลอนเจ้าบ้าน เมื่อในช่วงนาทีที่ 44 ราดู ดรากูซิน เคลียร์บอลไม่ขาดไปเข้าทาง โรดรี้ ก่อนที่บอลจะถูกส่งต่อไปถึง แบร์นาร์โด้ ซิลวา และไหลถวายพานให้ อองตวน เซเมนโย่ ยิงเข้าไปนิ่มๆ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0 ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนบอลเจ้าถิ่น
ครึ่งหลัง: พลิกนรกด้วยพลังของโซลันกี้
โธมัส แฟรงค์ กุนซือสเปอร์สแก้เกมมาอย่างดีในช่วงพักครึ่ง และในนาทีที่ 52 ความหวังของเจ้าบ้านก็กลับมา เมื่อ โดมินิก โซลันกี้ อาศัยความแข็งแกร่งเบียดชนะ มาร์ค เกฮี ก่อนจะส่งบอลผ่านมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เข้าประตูไป แม้ผู้เล่นซิตี้จะพยายามประท้วงว่ามีการฟาวล์เกิดขึ้น แต่หลังจากเช็ก VAR แล้ว ผู้ตัดสินยืนยันให้เป็นประตู สเปอร์สไล่มาเป็น 1-2
ความมันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ นาทีที่ 70 แฟนบอลในสนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม แทบจะคลั่ง เมื่อ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ พาบอลกระชากขึ้นมาทางกราบขวาก่อนจะเปิดครอสเข้ามากลางประตู โดมินิก โซลันกี้ ที่วิ่งเลยจุดนัดพบไปนิดหน่อย ตัดสินใจกระโดดดีดส้นเท้าหรือที่เรียกว่า “สกอร์เปี้ยนคิก” บอลย้อยข้ามหัวดอนนารุมม่าเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ
ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างหนัก ซิตี้เกือบได้ประตูชัยจากลูกโหม่งของ ติยานี ไรน์เดอร์ส ที่ลงมาเป็นสำรอง แต่บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมเสมอแบ่งแต้มกันไป ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อลห่างเป็น 6 คะแนนแล้ว
รายชื่อผู้เล่นและคะแนนความสามารถ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
ระบบการเล่น: 4-2-3-1
| ชื่อผู้เล่น | คะแนน | บทบาทในเกม |
|---|---|---|
| จานลุยจิ ดอนนารุมม่า | 8 | เซฟลูกอันตรายได้หลายครั้งในครึ่งหลัง |
| มาร์ค เกฮี | 6.5 | แข็งแกร่ง แต่เสียเปรียบโซลันกี้ในลูกแรก |
| อับดูโกดีร์ คูซานอฟ | 5 | มีปัญหาในการรับมือลูกกลางแจ้งและโดนใบเหลืองเร็ว |
| โรดรี้ | 7 | คุมจังหวะเกมได้ดีในครึ่งแรก แต่เริ่มล้าในช่วงท้าย |
| ไรยัน แชร์กี | 7.5 | ยิงประตูเปิดสนามได้อย่างยอดเยี่ยม |
| แบร์นาร์โด้ ซิลวา | 7 | ทำ 1 แอสซิสต์ และเป็นหัวใจในการสร้างสรรค์เกม |
| เออร์ลิง ฮาลันด์ | 6.5 | มี 1 แอสซิสต์ แต่พลาดโอกาสทองในการจบสกอร์เอง |
รายชื่อผู้เล่นและคะแนนความสามารถ (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)
ระบบการเล่น: 4-3-3
| ชื่อผู้เล่น | คะแนน | บทบาทในเกม |
|---|---|---|
| กูกลีลโม วิคาริโอ | 7 | ช่วยให้ทีมไม่เสียประตูที่สาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ |
| ราดู ดรากูซิน | 5 | มีส่วนผิดพลาดในทั้งสองประตูที่เสียไป |
| อีฟส์ บิสซูม่า | 4 | เล่นไม่ออกและเสียบอลจนนำไปสู่การเสียประตูแรก |
| คอเนอร์ กัลลาเกอร์ | 8 | วิ่งไม่มีหมดและทำแอสซิสต์สำคัญให้ทีมตีเสมอ |
| ซาวี ซิมอนส์ | 9 | เป็นคนคุมจังหวะและจ่ายบอลให้เพื่อนเล่นง่ายในครึ่งหลัง |
| โดมินิก โซลันกี้ | 9.5 | แมน ออฟ เดอะ แมตช์ กับสองประตูสุดสวย |
| แรนดัล โคโล มูอานี่ | 6 | มีความเร็วแต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย |
สถิติที่น่าสนใจหลังเกม
- โดมินิก โซลันกี้ ทำประตูแรกในอาชีพค้าแข้งที่ยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเพียง 1 นัดจากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 6 นัดหลังสุด
- สเปอร์สยังคงรั้งอันดับ 14 ของตาราง ขณะที่ซิตี้ยังอยู่อันดับ 2 ตามหลังอาร์เซน่อล 6 แต้ม
