ฟุตบอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะเหนือฟูแล่ม 3-2 ส่งผลให้พวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่ในสี่อันดับแรกของตาราง

Published

on

ค่ำคืนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เต็มไปด้วยความระทึกใจ เมื่อ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำทีมของกุนซือชั่วคราว ไมเคิล คาร์ริค เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เกมนี้จบลงด้วยชัยชนะอันสุดดราม่าของเจ้าบ้านที่สกอร์ 3-2 ส่งผลให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันและกลับเข้าสู่พื้นที่แชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ

ไฮไลท์สำคัญในครึ่งเวลาแรก: คาเซมิโร่เบิกสกอร์

เริ่มต้นเกมมาได้ไม่นาน แมนยูพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที โดยมี อาหมัด ดิยัลโล่ และ มาเธอุส คุนญ่า เป็นตัวป่วนในแนวรุก นาทีที่ 19 จุดเปลี่ยนแรกก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าบ้านได้ลูกฟรีคิกทางกราบขวา บรูโน แฟร์นันด์ส กัปตันทีมจอมทัพบรรจงเปิดบอลโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงที่กระโดดขึ้นโหม่งเต็มแรง บอลพุ่งผ่านมือ แบร์นด์ เลโน่ เข้าประตูไปอย่างสวยงามให้แมนยูออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง

แม้ฟูแล่มจะพยายามโต้กลับและมีจังหวะลุ้นจาก ราอูล ฆิเมเนซ แต่ เซนเน่อ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของแมนยูในเกมนี้ก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้หลายครั้ง ทำให้จบครึ่งแรกเจ้าบ้านนำอยู่เพียงประตูเดียว

ครึ่งหลังสุดเดือด: จากนำห่างสู่การโดนตีเสมอ

เข้าสู่ครึ่งหลังในนาทีที่ 56 แมนยูขยับหนีเป็น 2-0 จากจังหวะประสานงานที่ยอดเยี่ยม คาเซมิโร่ จ่ายบอลให้ มาเธอุส คุนญ่า หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะแต่งบอลแล้วซัดยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ดูเหมือนว่าเกมนี้จะเป็นงานง่ายของปีศาจแดง แต่ฟูแล่มไม่ยอมแพ้

ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 85 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปทำฟาวล์ ราอูล ฆิเมเนซ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น ฆิเมเนซ ที่สังหารไม่พลาดช่วยให้ฟูแล่มไล่มาเป็น 1-2 เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+1 เควิน ตัวสำรองของฟูแล่มปั่นลูกโค้งสุดสวยเสียบหน้าต่างเข้าไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2 แฟนบอลในสนามถึงกับเงียบกริบ

นาทีบาปของเซสโก้: ฮีโร่ผู้พาทีมคว้า 3 แต้ม

ในขณะที่หลายคนคิดว่าเกมจะจบลงด้วยผลเสมอ แมนยูแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้ นาทีที่ 90+4 บรูโน แฟร์นันด์ส โชว์ทักษะหลอกล่อกองหลังก่อนจะเปิดบอลเข้าไปให้ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าตัวสำรองที่เพิ่งลงมา เขาจับบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะกลับตัวยิงพุ่งเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างงดงาม เป็นประตูชัยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะไป 3-2 ในนาทีสุดท้ายของเกม

รายชื่อนักเตะและคะแนนความสามารถ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตำแหน่ง ผู้เล่น คะแนน (เต็ม 10) หมายเหตุ
ผู้รักษาประตู เซนเน่อ ลัมเมนส์ 7.5 เซฟสำคัญได้หลายครั้ง
กองหลัง ดิโอโก้ ดาโลต์ 7.0 เติมเกมรุกได้ดี
กองหลัง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 5.5 พลาดทำเสียจุดโทษช่วงท้าย
กองหลัง ลิซานโดร มาร์ติเนซ 6.5 นิ่งและทางบอลดี
กองหลัง ลุค ชอว์ 6.0 ช่วยเกมรับได้สม่ำเสมอ
กองกลาง คาเซมิโร่ 8.5 1 ประตู 1 แอสซิสต์ (ยอดเยี่ยมที่สุด)
กองกลาง ค็อบบี้ เมนู 7.0 คุมจังหวะเกมได้ดีเกินวัย
กองกลาง บรูโน แฟร์นันด์ส 8.0 ทำ 2 แอสซิสต์ในเกมนี้
กองหน้า อาหมัด ดิยัลโล่ 7.0 มีความเร็วและวูบวาบ
กองหน้า มาเธอุส คุนญ่า 7.5 ยิงประตูที่สองให้ทีม
กองหน้า ไบรอัน เอ็มเบอโม่ 6.0 มีโอกาสแต่ยังจบไม่คม
ตัวสำรอง เบนจามิน เซสโก้ 8.0 ซูเปอร์ซับ ยิงประตูชัย

รายชื่อนักเตะและคะแนนความสามารถ: ฟูแล่ม

ตำแหน่ง ผู้เล่น คะแนน (เต็ม 10) หมายเหตุ
ผู้รักษาประตู แบร์นด์ เลโน่ 6.5 ช่วยป้องกันลูกอันตรายได้บ้าง
กองหลัง ฆอร์เก้ คูเอนก้า 6.0 พยายามบล็อกลูกยิงเต็มที่
กองหลัง โยอาคิม อันเดอร์เซ่น 6.0 คุมเกมรับได้ดีในช่วงแรก
กองหลัง แอนโทนี่ โรบินสัน 6.5 วิ่งขึ้นลงทางกราบซ้ายตลอดเกม
กองกลาง ซามูเอล ชุกวูเอเซ่ 7.0 สร้างความลำบากให้แนวรับแมนยู
กองกลาง แฮร์รี่ วิลสัน 6.5 มีลูกเปิดที่อันตราย
กองกลาง เอมิล สมิธ โรว์ 6.0 เชื่อมเกมในแดนกลาง
กองหน้า ราอูล ฆิเมเนซ 7.5 ยิงจุดโทษและหาจังหวะได้ดี
ตัวสำรอง เควิน 7.0 ยิงประตูตีเสมอสุดสวย

บทสรุปหลังเกม

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง มีคะแนนรวม 41 คะแนน และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ไมเคิล คาร์ริค ในการคุมทีมระยะยาว ในขณะที่ฟูแล่มแม้จะพ่ายแพ้แต่ก็ได้รับคำชมเรื่องหัวใจที่ไม่ยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ็มบั๊ปเป้ฮีโร่! เรอัล มาดริด เฉือน ราโย่ 2-1 จี้บาร์ซ่าแต้มเดียว

Trending

Exit mobile version