ฟุตบอล
บาร์เซโลนา บุกชนะ เอลเช 3-1 ศึกลาลีกา แม้จบสกอร์เปลือง
บาร์ซ่าทิ้งห่างจ่าฝูงชั่วคราว 4 แต้ม, ยามาลเด่น, แรชฟอร์ดปิดเกม
บาร์เซโลนาเก็บสามแต้มสำคัญด้วยการบุกชนะ เอลเช 3-1 ในศึกลาลีกา วันที่ 31 มกราคม 2026 ที่เอสตาดิโอ มาร์ติเนซ บาเลโร เกมนี้ทีมของ ฮันซี ฟลิค เล่นคุมเกมได้ชัด สร้างโอกาสเยอะมาก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามผลชนะทำให้พวกเขานำจ่าฝูงเพิ่มเป็น 4 แต้มแบบชั่วคราว
เริ่มเกมมาไม่นาน บาร์ซ่ากดดันต่อเนื่อง และได้ประตูขึ้นนำเร็ว นาทีที่ 6 จาก ลามีน ยามาล จังหวะเริ่มจาก ดานี โอลโม แย่งบอลคืนได้ก่อนวางบอลยาวแม่นๆ ให้ยามาลเติมทางซ้าย ดาวรุ่งรายนี้ใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ ลากหลบ อีญากี เปญา อดีตผู้รักษาประตูบาร์ซ่า แล้วแปเข้าไปเป็นประตูที่ 13 ของเขาในฤดูกาลนี้ ยามาลยังถูกเลือกเป็น MVP หลังปั่นป่วนแนวรับเอลเชตลอดเกม ด้วยความเร็ว การเลี้ยงบอล และความคิดสร้างสรรค์
เอลเชไม่ได้ถอยอย่างเดียว และตีเสมอได้แบบสวนกระแสในนาทีที่ 29 อัลบาโร โรดริเกซ จบสกอร์อย่างนิ่ง ทำให้สกอร์เป็น 1-1 และปลุกความหวังให้เจ้าถิ่นอยู่พักใหญ่
ก่อนหมดครึ่งแรก บาร์เซโลนากลับมาขึ้นนำอีกครั้ง นาทีที่ 40 เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงจากกลางเขตโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาด โดยมี เฟรงกี เดอ ยอง เป็นคนแอสซิสต์ ประตูนี้เกิดขึ้นหลังจากบาร์ซ่าบุกหนักและพลาดโอกาสทองหลายครั้ง รายงานหลังเกมระบุว่า xG ของพวกเขาสูงมาก จนแตะราว 6.5 ถึง 7.0 ในช่วงจบเกม ทั้งที่ทำได้ 3 ประตู
ครึ่งหลังภาพยังเหมือนเดิม บาร์ซ่าครองเกมและสร้างโอกาสต่อเนื่อง แต่เอลเชยังยื้อสกอร์ไว้ได้อยู่นาน กระทั่งนาทีที่ 72 ตัวสำรอง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ลงมาแทน ราฟินญา ตั้งแต่พักครึ่ง เป็นคนปิดบัญชี ยามาลทำงานทางขวาได้ยอดเยี่ยม เก็บบอลไว้ในจังหวะสำคัญ ก่อนเปิดเข้าไปในเขตโทษ บอลมาถึงแรชฟอร์ดที่ยิงเน้นๆ ระยะใกล้เข้าไป เป็นประตูที่ 2 ของเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาในสีเสื้อบาร์ซ่า
เอลเชมีโอกาสไล่มาอีกครั้งช่วงท้ายจาก อดัม โบอายาร์ แต่จบไม่ลง ทำให้บาร์เซโลนาประคองเกมจนจบได้แบบไม่ยาก แม้สกอร์จะออกมาไม่ขาดมากนัก ทว่ารูปเกมบอกชัดว่าบาร์ซ่าน่าจะยิงได้มากกว่านี้ ถ้าวันนั้นจบคมกว่านี้อีกนิด
ชัยชนะนัดนี้สะท้อนเกมรุกของบาร์เซโลนาในยุคฟลิคที่ดุดันขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการแจ้งเกิดต่อเนื่องของยามาล ความไว้ใจได้ของตอร์เรส และอิมแพ็กต์จากแรชฟอร์ดที่ลงมาเปลี่ยนจังหวะเกม ทีมยังตอบสนองได้ดีหลังผ่านช่วงที่กดดัน และยังคงกดดันคู่แข่งในเส้นทางลุ้นแชมป์ลาลีกาต่อไป
สถิติและผู้เล่นเด่นของบาร์เซโลนา
| สถิติ | ตัวเลข | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ประตู | 3 | ยามาล (6′), ตอร์เรส (40′), แรชฟอร์ด (72′) |
| แอสซิสต์ | คนสำคัญ: ยามาล (1), เดอ ยอง (1) | ยามาลมีส่วนกับประตูของแรชฟอร์ด |
| Expected Goals (xG) | ประมาณ 6.5-7.0 | สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประตู |
| การครองบอล | ประมาณ 49% | เอลเชครองบอลมากกว่าเล็กน้อย |
| ยิงประตู, ตรงกรอบ | ปริมาณสูง | มีจังหวะพลาดเป้าหลายครั้ง |
| ผู้เล่นเด่น | ลามีน ยามาล (MVP, 9-10 คะแนน), เฟรงกี เดอ ยอง (8.5-9), มาร์คัส แรชฟอร์ด (ตัวสำรองเปลี่ยนเกม) | ดาวรุ่งและตัวหลักช่วยกันคุมเกม |
สถิติและผู้เล่นเด่นของเอลเช
| สถิติ | ตัวเลข | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ประตู | 1 | อัลบาโร โรดริเกซ (29′) |
| แอสซิสต์ | ไม่มี | เกมรุกมาจากการต่อบอลของทีม |
| การครองบอล | ประมาณ 51% | ครองบอลมากกว่าบาร์ซ่าเล็กน้อย |
| ยิงประตู, ตรงกรอบ | ไม่มาก | ใช้โอกาสสำคัญได้หนึ่งครั้ง |
| ผู้เล่นเด่น | อัลบาโร โรดริเกซ (ผู้ทำประตู), แนวรับ | สู้หนักแม้เป็นรอง |
| ภาพรวม | สู้ได้ | ทีมน้องใหม่แสดงให้เห็นถึงใจสู้ |
ผลการแข่งขันนี้ตอกย้ำสถานะของบาร์เซโลนาในฐานะทีมลุ้นแชมป์ลาลีกาแบบเต็มตัว ยามาลยังคงฟอร์มแรง และทีมมีตัวเลือกในแนวรุกมากขึ้น ส่วนเอลเชมีช่วงที่เล่นได้ดี แต่ความต่างเรื่องคุณภาพยังเห็นชัดในหลายจังหวะสำคัญ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
อาร์ซีดี เอสปันยอล แพ้ อลาเบส 2-1
เชียงราย ยูไนเต็ด และ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เสมอกัน 2-2
ฟุตบอล
อาร์เซนอลบุกถล่มลีดส์ 4-0 ที่เอลแลนด์ โรด
วันที่ 31 มกราคม 2026 อาร์เซนอลโชว์ฟอร์มเหนือชั้น บุกชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกที่เอลแลนด์ โรด เกมนี้เป็นคำตอบชัดๆ หลังทีมของมิเกล อาร์เตตาเจอช่วงสะดุดไม่ชนะในลีกระยะสั้นๆ และชัยชนะนัดนี้ก็พาทีมกลับไปนำจ่าฝูงด้วยช่องว่าง 7 คะแนนตามเดิม อาร์เซนอลจบสกอร์คม เกมรับแน่น และเล่นเกมรุกได้มีสีสัน ขณะที่ลีดส์รับมือความกดดันของทีมเยือนไม่อยู่ แม้ผลงานในบ้านก่อนหน้านี้จะดูดี
เปลี่ยนตัวก่อนเกม, มาดูเอเก้ลงแทนซาก้า
อาร์เซนอลคุมจังหวะตั้งแต่ต้นเกม แต่มีเหตุให้ต้องปรับแผนก่อนเริ่ม เมื่อบูกาโย ซาก้ามีอาการเจ็บระหว่างวอร์มอัป ทำให้โนนี มาดูเอเก้ได้ออกสตาร์ตทางฝั่งขวาแทน และเขาก็ทำผลงานได้ทันที
นาทีที่ 26 มาดูเอเก้เปิดบอลได้แม่นยำให้ มาร์ติน ซูบีเมนดี โหม่งเต็มๆ ส่งบอลเข้าประตู อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 แบบสมควรแล้วจากรูปเกม
ครึ่งแรกขาดลอยจากประตูตัวเองของดาร์โลว์
ก่อนจบครึ่งแรก อาร์เซนอลหนีเป็น 2-0 จากจังหวะเตะมุมที่สร้างปัญหาอีกครั้ง นาทีที่ 37 บอลจากมาดูเอเก้พุ่งเข้าเขตอันตราย และกลายเป็นความผิดพลาดของ คาร์ล ดาร์โลว์ ผู้รักษาประตูลีดส์ ที่ปัดบอลแล้วเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองภายใต้แรงกดดันจากผู้เล่นอาร์เซนอล สกอร์พักครึ่งสะท้อนภาพรวมของเกมได้ดี อาร์เซนอลครองบอลมากกว่า และมีโอกาสจบแบบได้ลุ้นชัดกว่า
ลีดส์พยายามเอาคืน, แต่รายาแทบไม่ต้องออกแรง
ครึ่งหลังลีดส์พยายามดันขึ้นมา และมีช่วงที่ได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอจะสร้างงานให้ดาบิด รายาแบบจริงจัง อาร์เซนอลยังนิ่ง รอจังหวะและเล่นตามแผนได้ตลอด
กโยเคเรสยิงปิดความหวัง, อาร์เซนอลนำ 3-0
นาทีที่ 68 อาร์เซนอลได้ประตูที่สามจากการเข้าทำด้านซ้าย กาเบรียล มาร์ติเนลลีเปิดเรียดเข้ามาหน้าประตู และ วิกเตอร์ กโยเคเรส สะกิดบอลจ่อๆ เข้าไป เป็นประตูที่ 4 ของเขาในรอบ 6 นัดหลังสุด จังหวะนี้แทบปิดเกม เพราะลีดส์เริ่มหมดแรงไล่ตาม
เฆซุสลงมายิง, ปิดท้าย 4-0 แบบสวยๆ
ท้ายเกมนาทีที่ 85 อาร์เซนอลมาได้ลูกที่สี่จากการทำเกมในพื้นที่สุดท้ายอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ตัวสำรองอย่าง กาเบรียล เฆซุส จะจบสกอร์แบบใจเย็น ส่งสกอร์ขาดเป็น 4-0 และปิดเกมแบบสมบูรณ์
มุมมองหลังเกม, เมอร์สันชี้ฟอร์มระดับ “A+”
พอล เมอร์สัน ที่วิเคราะห์เกมให้ Sky Sports ให้คะแนนฟอร์มอาร์เซนอลระดับ “A+” และบอกว่าในบางช่วงเกมดูเหมือน “เด็กเจอผู้ใหญ่” เขายังมองว่าเกมบุกชนะที่เอลแลนด์ โรดแบบขาดลอย อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้การลุ้นแชมป์ชัดขึ้น อาร์เซนอลคุมคู่แข่งอยู่หมัด ปล่อยให้ลีดส์มีโอกาสน้อยมาก ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้แบบไม่เปลือง
จุดเด่นของเกมนี้, ขุมกำลังช่วยกันแบก
ชัยชนะนัดนี้ยังตอกย้ำเรื่องความลึกของทีมอาร์เซนอล เมื่อคนที่ได้โอกาสอย่างมาดูเอเก้ทำผลงานเด่นทันที และตัวจบสกอร์อย่างกโยเคเรสกับเฆซุสก็ช่วยกันเติมความเฉียบ ส่วนลีดส์ถือว่าสะดุดหนัก เพราะก่อนเจออาร์เซนอล พวกเขาแพ้แค่นัดเดียวจาก 11 เกมหลังสุด
สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล
| สถิติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตู | 4 |
| ผู้ทำประตู | ซูบีเมนดี (26′), ดาร์โลว์ OG (37′), กโยเคเรส (68′), เฆซุส (85′) |
| การครองบอล | ประมาณ 58% |
| โอกาสยิง (ตรงกรอบ) | ประสิทธิภาพสูง, จบสกอร์คม |
| ผู้เล่นเด่น | โนนี มาดูเอเก้ (ทำเกม, เปิดบอล), วิกเตอร์ กโยเคเรส (ยิง), มาร์ติน ซูบีเมนดี (ยิง) |
| ผลกระทบ | กลับไปนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกห่าง 7 แต้ม |
สถิติการแข่งขันของลีดส์ ยูไนเต็ด
| สถิติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตู | 0 |
| การครองบอล | ประมาณ 42% (ครึ่งหลังดีขึ้น) |
| โอกาสยิง (ตรงกรอบ) | ต่ำ, แทบไม่เป็นอันตราย (xG ประมาณ 0.15) |
| จังหวะสำคัญ | ประตูตัวเองของดาร์โลว์, สร้างโอกาสได้น้อย |
| ผู้เล่นที่เด่น | คาร์ล ดาร์โลว์ (แม้ทำเข้าประตูตัวเอง, ยังเซฟได้หลายครั้ง) |
| อันดับปัจจุบัน | กลางตารางแถวอันดับ 16, ยังต้องระวังโซนหนีตกชั้น |
สรุปเกม, อาร์เซนอลส่งสัญญาณแรงถึงคู่แข่งลุ้นแชมป์
อาร์เซนอลได้ทั้งผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นในเกมเยือนที่ไม่ง่าย พวกเขาเล่นแบบมั่นใจและชัดเจนในทุกจังหวะ ชัยชนะ 4-0 เหนือลีดส์ครั้งนี้ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของทีมดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และเป็นอีกเกมที่แฟนบอลน่าจะหยิบมาพูดถึงไปอีกนาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ลิเวอร์พูลถล่มนิวคาสเซิล 4-1, เอคีติเก้ยิงสองพาหงส์แดงแซงสุดมันที่แอนฟิลด์
ฟุตบอล
ลิเวอร์พูลถล่มนิวคาสเซิล 4-1, เอคีติเก้ยิงสองพาหงส์แดงแซงสุดมันที่แอนฟิลด์
หงส์แดงเก็บชัยพรีเมียร์ลีกนัดแรกของปี 2026, โชว์ฟอร์มดุดันต่อหน้าแฟนๆ
ลิเวอร์พูลเล่นได้ครบเครื่องในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2026 แม้โดนขึ้นนำก่อน แต่กลับมาเร่งเครื่องรัวสี่ประตู เอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 ชัยชนะนัดนี้เป็นการเก็บสามแต้มแรกในลีกของปีปฏิทิน 2026 ช่วยให้ทีมขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 และย้ำให้เห็นว่าฮูโก เอคีติเก้, แข้งใหม่ช่วงซัมเมอร์, เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น โดยมีฟลอเรียน เวียร์ตซ์เป็นตัวปั้นเกมสำคัญ
ไฮไลต์เกม: กอร์ดอนปลดล็อก, แต่ลิเวอร์พูลตอบโต้แบบไม่ไว้หน้า
นิวคาสเซิลออกสตาร์ตได้ดีและมาได้ประตูนำในนาทีที่ 36 จากแอนโธนี กอร์ดอน เขาจบสถิติไร้ประตูจากโอเพ่นเพลย์ในพรีเมียร์ลีกมาพักใหญ่ ด้วยการยิงเรียดผ่านมืออลิสซงหลังจังหวะต่อบอลที่ทำได้ลงตัว ทำให้ทีมเยือนพอมีความหวังว่าจะได้ผลการแข่งขันที่ดีในถิ่นแอนฟิลด์
แต่ลิเวอร์พูลไม่ปล่อยให้เกมยืดเยื้อ นาทีนาทีที่ 41 เวียร์ตซ์พาบอลลุยผ่านแดนกลาง ก่อนจ่ายย้อนมาแบบพอดีให้เอคีติเก้กดแบบไม่จับตีเสมอทันที จากนั้นอีกแค่สองนาที, นาทีที่ 43, เอคีติเก้เร่งสปีดฉีกทางฝั่งซ้าย เบียดแนวรับเอาอยู่ก่อนสะกิดบอลส่งเข้ามุมไกลแบบเหนือชั้น กลายเป็นสองประตูในเวลาไล่เลี่ยกัน พลิกเกมให้แอนฟิลด์เดือดทันตา และนิวคาสเซิลเสียอาการชัดเจน
ครึ่งหลังลิเวอร์พูลคุมเกมได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 67 โมฮาเหม็ด ซาลาห์มีส่วนร่วมกับอีกหนึ่งจังหวะสำคัญ เมื่อจ่ายให้เวียร์ตซ์จบสกอร์แบบเยือกเย็นเป็น 3-1 เวียร์ตซ์เดินเกมเด่นทั้งจ่ายทั้งยิง และถูกเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของนัดนี้
ช่วงทดเวลา ลิเวอร์พูลมายิงปิดกล่อง นาทีที่ 90+3 อิบราฮิมา โกนาเต้ที่กลับมาลงสนามด้วยสภาพจิตใจที่หนักหน่วงจากเรื่องส่วนตัว ได้รางวัลจากความทุ่มเท เมื่อเขาใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดของนิค โป๊ปที่รับบอลจากลูกเตะมุมไม่อยู่ บอลตกอยู่ตรงหน้าและซัดเข้าไปง่ายๆ ทำให้สกอร์ขาดและจบเกมแบบสมบูรณ์
ภาพรวมฟอร์มลิเวอร์พูลและสถิติสำคัญ
ลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าและสร้างโอกาสต่อเนื่อง จุดที่น่าพูดถึงคือการกลับมาได้หลังเสียประตูก่อน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาแทบไม่เจอบ่อยในฤดูกาลนี้ และเกมนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย
ตารางสถิติการแข่งขันของลิเวอร์พูล
| หมวดหมู่ | สถิติ |
|---|---|
| ประตู | 4 |
| ผู้ทำประตู | ฮูโก เอคีติเก้ (41′, 43′), ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (67′), อิบราฮิมา โกนาเต้ (90+3′) |
| แอสซิสต์ | ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (1), มิลอส เคอร์เคซ (1), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (1) |
| การครองบอล | 54% |
| โอกาสยิง | 17 |
| ยิงเข้ากรอบ | ไม่ระบุ (อัตราเปลี่ยนเป็นประตูสูง) |
| ผู้เล่นเด่น | ฮูโก เอคีติเก้ (ยิงสอง, ประตูลีกที่ 10), ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (1 ประตู 1 แอสซิสต์, แมน ออฟ เดอะ แมตช์) |
ชัยชนะนัดนี้สะท้อนว่าเกมรุกลิเวอร์พูลมีตัวเลือกมากขึ้น เอคีติเก้ทำตัวเลขได้สวย ส่วนเวียร์ตซ์ยังคงฟอร์มดีต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับแม้พลาดให้ก่อน แต่หลังจากนั้นยืนระยะได้ดีและแทบไม่เปิดช่องให้คู่แข่งจบแบบโล่งๆ
นิวคาสเซิลแผ่วหลังนำ, พลาดเองจนเสียหายหนัก
นิวคาสเซิลเริ่มเกมดีและได้ประตูนำตามแผน แต่หลังจากนั้นเกมรับเริ่มมีช่องให้เล่น หลายจังหวะเสียรูป โดยเฉพาะตอนโดนตีเสมอ และความผิดพลาดช่วงท้ายของโป๊ปที่ทำให้เสียประตูเพิ่ม แม้ประตูของกอร์ดอนจะเป็นจุดสว่าง แต่ภาพรวมทีมเยือนไม่สามารถยืนระยะรับแรงกดดันของลิเวอร์พูลในครึ่งหลังได้
ตารางสถิติการแข่งขันของนิวคาสเซิล
| หมวดหมู่ | สถิติ |
|---|---|
| ประตู | 1 |
| ผู้ทำประตู | แอนโธนี กอร์ดอน (36′) |
| การครองบอล | 46% |
| โอกาสยิง | 8 |
| ยิงเข้ากรอบ | ไม่มาก (โอกาสจะแจ้งมีน้อย) |
| ผู้เล่นเด่น | แอนโธนี กอร์ดอน (ทำประตู, ออกตัวดี) |
| ปัญหาหลัก | ความผิดพลาดเกมรับ, รักษาสกอร์นำไม่ได้ |
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้นิวคาสเซิลยังต้องรอชัยชนะในพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ต่อไป สถิติที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปียังไม่เปลี่ยน เอ็ดดี ฮาวพาทีมมีช่วงที่เล่นดี แต่สุดท้ายสู้ความแน่นอนและความดุดันของเจ้าบ้านไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อเกมเริ่มแกว่ง
ผลกระทบหลังเกม
ผล 4-1 ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลิเวอร์พูลในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ ทีมของอาร์เนอ สล็อตเริ่มกลับมาเล่นในจังหวะที่ต้องการ ส่วนฝั่งนิวคาสเซิล เกมนี้ย้ำชัดว่าการไปเยือนทีมระดับหัวตารางยังเป็นงานหนัก และความผิดพลาดเล็กๆ ก็โดนลงโทษได้ทันที
ลิเวอร์พูล 4-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คือภาพของเกมแซงชนะที่แอนฟิลด์คุ้นตา โดนก่อนแต่ไม่หลุดโฟกัส แล้วปิดเกมด้วยคุณภาพและความเด็ดขาดในช่วงเวลาสำคัญ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
บาร์เซโลนา บุกชนะ เอลเช 3-1 ศึกลาลีกา แม้จบสกอร์เปลือง
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด และ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เสมอกัน 2-2
ปทุมธานี, ไทย – เกมนัดที่ 19 ของศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025/26 ที่ทรู บีจี สเตเดียม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2026 จบลงแบบเดือดพอดี ทั้งจังหวะดราม่า ลูกโทษ และช่วงท้ายที่กดดันสุดๆ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
ก่อนเริ่มเกม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อยู่ในกลุ่มบนของตาราง และหวังต่อยอดผลงานในบ้านที่ทำได้ดี ส่วนเชียงราย ยูไนเต็ด ตั้งใจมาเล่นให้รัดกุม และหาจังหวะสวนกลับเพื่อมีแต้มกลับออกไปจากทีมอันดับสูงกว่า
เกมเปิดหน้าแลก และประตูแรกจากจังหวะโต้กลับ
ทีมเยือนเป็นฝ่ายได้เฮก่อนในนาทีที่ 50 เมื่อ ดูดู ซิลวา หลุดไปจบสกอร์จากเกมสวนกลับเร็ว พาเชียงรายขึ้นนำ 1-0 ทำให้แฟนเจ้าถิ่นเงียบไปพักใหญ่ และเป็นภาพชัดว่าทีมเยือนอ่านจังหวะเปลี่ยนเกมได้ดี
บีจีไม่ปล่อยให้เสียเปรียบอยู่นาน ช่วงทดเวลาครึ่งแรกนาที 45+2 อิคซาน ฟานดี อาหมัด รับหน้าที่ยิงจุดโทษเข้าไปแบบนิ่งๆ ตีเสมอเป็น 1-1 หลังจังหวะในกรอบเขตโทษที่มีเสียงถกเถียงพอสมควร
ครึ่งหลัง บีจีแซงนำจากลูกนิ่ง แต่เชียงรายไล่ทันด้วยจุดโทษ
กลับมาเล่นครึ่งหลัง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เดินหน้าหาประตูชัยต่อเนื่อง และมาได้ผลในนาทีที่ 75 จากลูกเตะมุมของ กฤษดา กาแมน ก่อนที่ เอลิอัส ดอเลาะ ขึ้นโขกเต็มๆ ส่งบอลเข้าประตูให้เจ้าถิ่นแซงนำ 2-1 จุดนี้ทำให้เกมเดือดขึ้นทันที เพราะบีจีดูเหมือนกำลังจะปิดเกมได้
แต่เชียงรายยังไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 85 ทีมเยือนได้จุดโทษ และ คาร์ลอส ยูรี ยิงเข้าไปแบบใจเย็น ตีเสมอเป็น 2-2 ช่วยให้ทีมเยือนเก็บแต้มสำคัญได้สำเร็จ และตัดโอกาสบีจีที่จะคว้า 3 แต้มต่อหน้าแฟนบอล
ช่วงท้ายเกมยังมีเหตุการณ์ให้ลุ้น เมื่อมีการเช็ก VAR ในนาที 90+4 และเปลี่ยนคำตัดสินจากจังหวะที่บีจีเกือบได้จุดโทษ ทำให้ความตึงเครียดอยู่จนเกือบสิ้นเสียงนกหวีด สุดท้ายเกมจบลงด้วยการแชร์แต้มกันไป
ไฮไลต์สำคัญ และฟอร์มนักเตะเด่น
- ผู้ทำประตู: ดูดู ซิลวา (เชียงราย, 50′), อิคซาน ฟานดี อาหมัด (บีจี, จุดโทษ 45+2′), เอลิอัส ดอเลาะ (บีจี, 75′), คาร์ลอส ยูรี (เชียงราย, จุดโทษ 85′)
- กฤษดา กาแมน โดดเด่นกับบีจี ทั้งคุมจังหวะแดนกลางและทำแอสซิสต์ จนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม
- เกมออกมาสนุกแบบสลับกันบุก มีโอกาสจบหลายครั้ง แต่ผู้รักษาประตูและแนวรับของทั้งสองทีมช่วยกันสกัดจังหวะสำคัญไว้ได้
ผลเสมอนัดนี้ทำให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไป ส่วน เชียงราย ยูไนเต็ด ยืนยันว่าพวกเขาเล่นเกมเยือนได้เหนียว และไม่ง่ายที่ทีมใหญ่จะเก็บสามแต้มจากพวกเขา
ภาพรวมผลงาน สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (หลังจบเกม, อ้างอิงตามสถิติฤดูกาลแบบประมาณ)
| สถิติ | ตัวเลข |
|---|---|
| อันดับในลีก | 8 |
| แข่ง | 19 |
| ชนะ | 5 |
| เสมอ | 9 |
| แพ้ | 5 |
| ได้ประตู | 22 |
| เสียประตู | 27 |
| ผลต่างประตู | -5 |
| แต้ม | 24 |
(หมายเหตุ: อัปเดตหลังเกมเสมอ โดยเชียงรายทำผลงานนอกบ้านได้ดีขึ้น)
ภาพรวมผลงาน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (หลังจบเกม, อ้างอิงตามสถิติฤดูกาลแบบประมาณ)
| สถิติ | ตัวเลข |
|---|---|
| อันดับในลีก | 5 |
| แข่ง | 19 |
| ชนะ | 9 |
| เสมอ | 6 |
| แพ้ | 4 |
| ได้ประตู | 28 |
| เสียประตู | 18 |
| ผลต่างประตู | +10 |
| แต้ม | 33 |
(หมายเหตุ: ผลเสมอทำให้จังหวะเก็บชัยชะงักลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังอยู่ในตำแหน่งที่ดี)
เกมนี้สะท้อนภาพไทยลีก 1 ฤดูกาลนี้ได้ชัด เจอกันทีไรคาดเดายาก โดยเฉพาะเกมที่ทีมกลางตารางต้องรับมือทีมกลุ่มบน หลังจากนี้บีจีต้องกลับไปโฟกัสเรื่องการปิดเกมในบ้าน ส่วนเชียงรายจะมองหาความสม่ำเสมอในเกมเยือนเพื่อเก็บแต้มต่อเนื่องในโปรแกรมถัดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
อาร์ซีดี เอสปันยอล แพ้ อลาเบส 2-1
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days ago
Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago
ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต













