สุขภาพและการแพทย์
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน
เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ให้เฝ้าระวังคุณภาพอากาศที่อาจแย่ลงจากฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ พร้อมกับอากาศที่จะอุ่นขึ้นต่อเนื่อง
จากพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน ระบุว่าอุณหภูมิจะปรับสูงขึ้นในช่วงวันที่ 26 ถึง 31 มกราคม 2026 ความเย็นที่เป็นอยู่จะค่อยๆ เบาลง แต่สภาพอากาศที่ลมอ่อนและการระบายอากาศไม่ดี อาจทำให้มลพิษสะสมใกล้พื้นมากขึ้น
อากาศอุ่นขึ้นในหลายพื้นที่ เหนือเด่นสุด เพิ่มราว 1 ถึง 4°C
Thai Meteorological Department (TMD) ระบุว่ามวลอากาศสูงที่ปกคลุมตอนบนของไทยเริ่มอ่อนกำลังลง ส่งผลให้หลายพื้นที่อุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1 ถึง 4°C โดยภาคเหนือมีโอกาสเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดในช่วง 26 ถึง 31 มกราคม
ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็นถึงหนาวในหลายจุด อุณหภูมิต่ำสุดราว 14 ถึง 20°C และมีโอกาสเกิดหมอกหรือหมอกลงจัดในหุบเขาและพื้นที่ลุ่ม
ช่วงบ่ายจะอุ่นขึ้นมาก บางพื้นที่อาจแตะ 29 ถึง 33°C ต่างจากช่วงที่อากาศเย็นกว่านี้เมื่อต้นเดือน
พื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ตอนบนก็มีแนวโน้มอุ่นขึ้นเช่นกัน แต่ตอนบนของประเทศจะอุ่นขึ้นเด่นกว่า โดยเฉพาะจังหวัดในภาคเหนือที่คุ้นชื่ออย่างเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และพิษณุโลก หลังผ่านระลอกอากาศเย็นปลายเดือนมกราคมที่อุณหภูมิลดลงเหลือเลขหลักสิบกลางๆ เข้าสู่ช่วงปลายฤดูหนาวแล้ว แต่เช้าๆ ยังต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไว้
ฝุ่น PM2.5 มีโอกาสเพิ่ม โดยเฉพาะเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม
อากาศที่อุ่นขึ้นมักมาพร้อมเงื่อนไขที่ทำให้ PM2.5 สูงได้ง่าย เช่น ลมอ่อน การยกตัวของอากาศน้อย และภาวะอุณหภูมิผกผันในตอนเช้า ทำให้ฝุ่นละอองกระจายตัวได้ไม่ดี
กรมอุตุฯ เตือนว่าปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง ชุมชนหนาแน่น และพื้นที่อุตสาหกรรมของภาคเหนือ รวมถึงบางส่วนของภาคกลาง
ก่อนหน้านี้ช่วงกลางเดือนมกราคม ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่แกว่งขึ้นลง บางวันในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ในระดับเริ่มกระทบต่อสุขภาพ พยากรณ์ล่าสุดชี้ว่าช่วงปลายเดือนยังมีโอกาสเจอเหตุการณ์ฝุ่นสูงต่อเนื่อง หรือหนักขึ้นได้
พื้นที่ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ซึ่งมักเจอหมอกควันตามฤดูกาลจากการเผาในที่โล่งและควันข้ามแดน อาจได้รับผลมากขึ้นหากลมยังนิ่ง เมื่อการระบายอากาศลดลง ควันรถ ฝุ่นถนน และควันจากการเผา จะค้างใกล้พื้นนานกว่าเดิม
หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานท้องถิ่นได้ย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ส่วนในกรุงเทพฯ ที่บางช่วงฤดูหนาวค่าฝุ่นขึ้นระดับสีส้ม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือลดการเผาในที่โล่ง และลดการใช้รถในวันที่ความเสี่ยงสูง
คำแนะนำด้านสุขภาพ กลุ่มเสี่ยงต้องระวังมากขึ้น
หน่วยงานสาธารณสุขขอให้กลุ่มที่ไวต่อมลพิษเพิ่มความระมัดระวัง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างหอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือโรคหัวใจ
PM2.5 particles มีขนาดเล็กมาก สามารถลงลึกถึงถุงลมปอด และบางส่วนอาจเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่งผลให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ กระตุ้นอาการหอบ และเพิ่มความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด
แนวทางที่แพทย์มักแนะนำเมื่อค่าฝุ่นสูง ได้แก่
- ลดเวลานอกอาคาร โดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ช่วงเช้ามืดและหัวค่ำที่มักมีหมอกและฝุ่นสะสม
- ใส่หน้ากาก N95 หรือ KN95 เมื่ออยู่นอกบ้าน หากค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ปลอดภัย
- ดูแลอากาศในบ้าน ปิดหน้าต่างเมื่อฝุ่นสูง และใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA
- ติดตามค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์จากแอปหรือบริการของหน่วยงานทางการ หรือบริการอย่าง IQAir
ในช่วงที่ PM2.5 หนัก โรงพยาบาลในเมืองใหญ่ภาคเหนือมักมีผู้ป่วยอาการทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น จึงยังย้ำเรื่องพื้นฐานที่ช่วยลดควันและฝุ่น ได้แก่ งดเผาในที่โล่ง เลี่ยงการทำอาหารกลางแจ้งที่เกิดควันมาก และลดการเดินทางด้วยรถที่ไม่จำเป็นในวันที่ค่าฝุ่นพุ่ง
มลพิษฤดูแล้งของไทยมาจากหลายแหล่ง ทั้งไอเสียรถ ฝุ่นก่อสร้าง การปล่อยจากโรงงาน รวมถึงควันจากการเผาพื้นที่เกษตรในไทยและประเทศใกล้เคียง ภาครัฐเพิ่มการตรวจเข้มเรื่องห้ามเผา และผลักดันทางเลือกที่สะอาดขึ้นให้เกษตรกร แต่หมอกควันข้ามแดนยังเป็นโจทย์ที่ควบคุมได้ยาก
พยากรณ์สัปดาห์นี้จึงเป็นสัญญาณว่า อากาศอุ่นขึ้นไม่ได้แปลว่าอากาศจะดีขึ้นเสมอ ช่วงที่ไทยกำลังเปลี่ยนจากหนาวจัดไปสู่ช่วงอุ่นขึ้นในกุมภาพันธ์ คนในภาคเหนือและภาคกลางควรตามประกาศจาก TMD และรายงานคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะเช้าที่มีหมอกและบ่ายที่ร้อนขึ้น อาจทำให้ฝุ่นถูกกักไว้ใกล้พื้น และทำให้หลายวันรู้สึกอึดอัดกว่าปกติ