ข่าวการเมือง

“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย

Published

on

เชียงราย – เย็นวันที่ 24 ม.ค. ที่สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย พรรคกล้าธรรมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย 6 คน จากทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนจากหลายพื้นที่มาร่วมฟังราว 10,000 คน ภายในงานมีบอลลูนหาเสียงขนาดใหญ่ช่วยสร้างสีสัน

แกนนำพรรคที่ขึ้นเวทีมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เนื้อหาปราศรัยหลักเน้นชวนคนเชียงราย “เปลี่ยนจากการเมืองแบบเดิม” พร้อมยกผลงานช่วยเหลือประชาชนในอดีต รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินและที่ดินทำกิน

บนเวทีมีการพูดถึงงานช่วยเหลือประชาชนของมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ อ.แม่สาย ปลายปี 2567 และแนวคิดตั้ง “ธนาคารประชาชน” เพื่อลดภาระดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังผลักดันการเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าในอนาคตให้พัฒนาไปสู่โฉนดที่ดินที่มีสถานะชัดเจนยิ่งขึ้น

อีกหัวข้อที่ถูกหยิบยกคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.พะเยา ซึ่งอยู่ติดกับเชียงราย โดยย้ำว่าเป็นตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

ผู้สมัคร ส.ส. เล่าที่มาและเหตุผลที่ลงสนาม

นายวุฒิชาติ เกรียงเกษร ผู้สมัครเขต 1 บอกว่าเดิมทำงานจิตอาสาและกู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยประชาชนช่วงภัยพิบัติหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมแม่น้ำกกในช่วงใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมแม่น้ำสาย เขาเล่าว่าระดมกำลังและนำรถออฟโรดที่นำมาโชว์ในงาน ไปช่วยผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง

หลังเหตุการณ์คลี่คลาย เขามองเห็นการพัฒนาของ จ.พะเยา ที่ขับเคลื่อนท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และชื่นชอบสไตล์การทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ที่พูดแล้วทำ จึงตัดสินใจมาร่วมงานเพื่อช่วยประชาชนให้มากขึ้น

ด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครเขต 7 กล่าวว่าเคยทำงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงรายมานาน 25 ปี เคยเป็นประธานสภา อบจ. 8 ปี และรองนายก อบจ. 1 สมัย จึงรู้ข้อจำกัดของท้องถิ่น ทั้งงบประมาณและอำนาจหน้าที่

เขายกตัวอย่างช่วงที่รัฐบาลชุดก่อนมีงบประมาณ 157,000 ล้านบาท แต่โครงการที่เขาเสนอให้จังหวัดถึง 101 โครงการกลับไม่ได้รับงบแม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ทำให้เขาตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. เพื่อเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างท้องถิ่นกับกระทรวงต่างๆ

“นฤมล” ชี้หลายพรรคมีแคนดิเดตหลายชื่อ แต่ไม่ใช่ตัวจริง

ดร.นฤมล กล่าวว่าหลายพรรคเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลายคน แต่สุดท้ายอาจไม่ใช่คนที่จะได้เป็นจริง ต่างจากพรรคกล้าธรรมที่เสนอ ร.อ.ธรรมนัส เพียงคนเดียว และย้ำว่าพรรคพูดตรง ทำได้คือทำ ทำไม่ได้ก็อธิบายเหตุผลให้ชัด

เธอยกตัวอย่างนโยบายที่พรรคยืนยันว่าทำได้ เช่น การเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนด และแนวคิด “ซื้อปุ๋ยคนละครึ่ง” รวมถึงการตั้งธนาคารประชาชนที่ตั้งเป้าดอกเบี้ยไม่เกิน 4% โดยเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยบางแหล่งอยู่ระดับ 6-7% ซึ่งประชาชนแบกรับหนักเกินไป

“ปวีณา” บอกมาทำงานเพราะพรรคเปิดพื้นที่ให้ทำงานเพื่อสังคมเต็มที่

นางปวีณา เล่าว่าเดินทางไปเชียงรายบ่อย เพราะทำงานช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกหลอกไปทำงานฝั่งประเทศเมียนมา เธอบอกว่าพรรคกล้าธรรมเข้าใจปัญหาสังคม และเปิดโอกาสให้เธอทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ จึงตัดสินใจมาร่วมทีม

“ธรรมนัส” ย้ำลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเลือกตั้ง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าก่อนขึ้นเวทีวันนี้ เขาและหัวหน้าพรรคลงพื้นที่ อ.เชียงของ และ อ.แม่สรวย เพื่อรับฟังปัญหาและติดตามการแก้ไข โดยย้ำว่าทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียง

เขาพูดถึงปัญหาที่ดินทำกินที่ทำมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จนเกิดการขับเคลื่อนเรื่องเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าพัฒนาต่อให้เป็นโฉนดที่ดินในอนาคต

อีกประเด็นคือเรื่องน้ำใน จ.เชียงราย ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำโขงจำนวนมาก เขาระบุว่าจะผลักดันการกักเก็บน้ำให้เพียงพอในหน้าแล้ง และช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก

ส่วนปัญหาสารตกค้างในแม่น้ำที่ไหลมาจากเหมืองฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เขาบอกว่าได้สั่งการให้สำรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคไว้แล้วในระดับหนึ่ง ส่วนการแก้ระยะยาวต้องอาศัยการเจรจากับประเทศเมียนมา

ชูพรรคใหม่ของคนเหนือ และยก “พะเยาโมเดล” เป็นตัวอย่าง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแข่งขันกับพรรคอื่นในพื้นที่ที่ครองฐานเสียงมานานว่า เขาทำงานมาตั้งแต่ปี 2562 และช่วงปี 2566 ที่เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ชาวเชียงรายต่อเนื่อง เขาย้ำว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ และเป็นพรรคของคนเหนือ ไม่เป็นตัวแทนหรือนอมินีของใคร

เขายืนยันบนเวทีว่าพรรคกล้าธรรมมีแคนดิเดตนายกฯ “ตัวจริง” ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งไว้เพื่อหลอกตา พร้อมอ้างว่าผลสำรวจหลายสำนักทำให้พรรคอยู่ในกลุ่มท็อป 5 ต่อเนื่อง และเชื่อว่าพรรคมีจุดขายของตัวเอง

ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส เชิญชวนชาวเชียงรายให้ตัดสินใจว่าจะอยู่กับการเมืองแบบเดิม หรือจะลองทางเลือกใหม่ พร้อมยกตัวอย่างงานท่องเที่ยวที่ จ.พะเยา โดยบอกว่าสถิติ ม.ค. ถึง ธ.ค. ระบุว่า GDP ด้านท่องเที่ยวของพะเยาเพิ่มขึ้น 10.82 เป็นอันดับ 1 ของ 17 จังหวัดภาคเหนือ ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศติดลบ 2 และย้ำว่าการขับเคลื่อนขึ้นอยู่กับ “คนทำ” และ “ผู้นำของแต่ละจังหวัด”

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย

Trending

Exit mobile version